ไปเก็บ(รูป)ดอกไม้ที่ ภูวัว จ. หนองคาย

 
                ทริปเดินป่าไปถ่ายภาพแบบสบายๆใช้ระยะเวลาเพียง 3 วัน 2 คืนที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จ. หนองคาย สำหรับท่านที่สนใจไปค้างแรมและเดินป่าที่ภูวัว
ก่อนเดินทางต้องส่งจดหมายแจ้งความประสงค์ขอเข้าไปค้างแรมที่เขตฯภูวัวล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน แจ้งเรื่องต้องการลูกหาบ คนนำทาง จำนวนเท่าไร จำนวนวันที่
ต้องการค้างแรม รวมถึงจำนวนคนที่ไปด้วย และส่งจดหมายไปที่ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ต.บุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า
จ.หนองคาย 43140
 

 

 



           เราหาเวลาวันหยุดยาวช่วงเดือนสิงหาคมไปเที่ยวที่ภูวัว  ปีนี้เจ้าหน้าที่บอกว่าค่อนข้างแห้งแล้ง ดอกไม้ค่อนข้างน้อย
และโรยราไปมาก ปริมาณน้ำตกก็ไม่มากนัก ขนาดที่ว่าภูวัวขึ้นชื่อเรื่องเส้นทางเดินที่ลื่นมากเพราะส่วนใหญ่เป็นหินทราย
มีตะไคร่น้ำมาจับหินทรายทำให้ลื่น แต่ปีนี้ทางค่อนข้างแห้งและไม่ลื่นมากนัก  เรานัดลูกหาบไว้ 4คนและเจ้าหน้าที่คนนำ
ทางอีก 1 คนเก้าโมงกว่าเราก็เริ่มออกเดินทางโดยเริ่มเดินที่เขตฯภูวัวเส้นทางในช่วง 45 นาทีแรกเป็นทางชันเดินกันพอ
เหนื่อยหอบระหว่างเส้นทางชันช่วงแรกเริ่มเห็นเปราะภูจีรวงศ์สีเหลืองๆดอกเล็กจิ๋วอยู่ตามผนังหินสิ้นสุดทางชันหลังแป
ต่อไปจะเป็นเส้นทางราบเดินสบายๆ   

         เป้าหมายในวันนี้คือลานอเมริกา สถานที่ตั้งแคมป์คืนแรกเราหยุดถ่ายดอกไม้ดอก เล็ก ดอกน้อยอยู่นานเพราะดอกไม้
แปลกตาไม่เคยเห็นที่ไหนอย่างหญ้าดอกม้วน  ดอกนางอั้วแก้มช้ำ เอื้องนางชี  เอื้องม้าวิ่ง ดอกเทียน หม้อข้าวหม้อแกงลิง
ดอกเอนอ้าใหญ่ประมาณฝ่ามือ  ฯลฯปริมาณดอกไม้ไม่เยอะนักแต่ก็พอได้ถ่ายภาพกันบ้าง  ระยะทางวันแรกสั้นๆประมาณ
3 กิโลเมตรแต่พวกเราก็ใช้เวลาเดินกันเกือบเย็นเพราะหยุดถ่ายภาพกันนาน ขนาดน้องกลุ่มหลังที่ตามมาก็เดินไล่ตามกัน
จน ทัน  เกือบสี่โมงเย็นพวกเราก็เดินทางมาถึงลานอเมริกา  เป็นลานหินกว้างๆ มีทำเลให้ผูกเปลและกางเตนท์ได้หลายจุด
แถมมีแหล่งน้ำใกล้ๆใช้บริโภคกันได้สบายๆ   เราผูกเปลให้เรียบร้อยก่อนลงมือเตรียมอาหารเย็นมื้อง่าย ตกเย็นเรานั่งล้อม
วงกับอาหารเย็นท่ามกลางแสงตะเกียง อิ่มท้องจากอาหารเย็นเราก็ลงไปอาบน้ำที่ลำธารใกล้ๆและกลับมาพูดคุยที่ ลาน
อเมริกาท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดมิดมีเมฆบ้าง ดาวบ้างสลับกันไป  นั่งพูดคุยกันไม่นานนักมีฝนพรำๆ มาไล่พวกเราให้เข้า
นอนพอไปนอนจริงๆฝนดันหยุดตกซะงั้น แต่ไม่เป็นไรถือว่าเป็นการให้พวกเราได้พักผ่อนเพื่อเริ่มการเดินทางในวันพรุ่งนี้

               
เช้าวันที่สองที่ภูวัววันนี้เราต้องเดินทางด้วยระยะทางที่ไกลกว่าเมื่อวานประมาณเท่าตัว  เก็บสัมภาระ รับประทานอาหารเช้าและเตรียมตัวออกเดินทางโดยมี
จุดหมายคือน้ำตกชะแนน  เส้นทางยังคงเป็นทางหินทรายลื่นๆในบางช่วง บางช่วงเป็นป่าเต็งรัง วันนี้อากาศร้อนอบอ้าว เดินไปหยุดถ่ายรูปไปตามระเบียบเจ้าหน้าที่บอกกับ
เรา ว่าปีนี้แล้งต้นหยาดน้ำค้างแลดูเล็กกว่าทุกปีแถมพบไม่มากนัก  ก่อนถึงช่วงที่ต้องข้ามน้ำลุยน้ำเจ้าหน้าที่ชี้ให้เราหยุดถ่ายดอกจอกบ่วาย พืชจับแมลงชนิดหนึ่งดอกใหญ่พอ
สมควร พบกระจัดกระจายเป็นบริเวณฉ่ำน้ำ  จากจุดนี้ต้องเดินอีกประมาณ 30นาทีจึงจะถึงจุดที่เราต้องข้ามลำน้ำชะแนนเราแวะพักรับประทานอาหารกลางวันกันที่นี่ก่อนจะ
ข้ามน้ำ ประดับน้ำประมาณหน้าแข้งไม่สูงมากนักแต่ก็ต้องเดินกันด้วยความระมัดระวังเพราะพื้นน้ำบางช่วงเป็นหลุมลึกๆถ้าเดินพลาดก็หมายถึงตกหลุม ทางข้ามน้ำค่อนข้าง
ลื่น เพราะตะไคร่น้ำสีเขียวจับตามพื้นหิน   เราต้องข้ามลำน้ำชะแนนถึง 3 ครั้งด้วยกันถ้าระดับน้ำสูงเราต้องเดินอ้อมไปอีกเส้นทางโชคดียังเป็นของเรา  สิ้นสุดการข้ามน้ำที่
หัวน้ำตกชะแนน   ก่อนถึงบึงจระเข้  มีผนังเปราะภูจีรวงศ์สีเหลืองทำเอาเรากับเพื่อนอีกสองคนต้องหยุดถ่ายอยู่พักใหญ่ ก่อนเดินไปที่หัวน้ำตกชะแนนและแวะถ่ายภาพน้ำตก
ชะแนนมุมสูง  ก่อนที่จะเดินลงไปยังแคมป์ที่พักด้านล่าง ที่พักใกล้น้ำตกชะแนนค่อนข้างสะดวกมีแหล่งน้ำไว้บริโภคใกล้ๆ  อาบน้ำอ่างจากุซชี่ธรรมชาติคืนนี้เราหลับท่ามกลาง
เสียงน้ำตกดังกึงก้องกลบเสียงกรนจากความเหนื่อยล้าของเพื่อนๆ
 
 
 

 

 

          เช้าวันที่สามที่ภูวัวกิจวัติยามเช้าคงหนีไม่พ้นการประกอบอาหารเช้าที่ง่ายที่สุด และเก็บสัมภาระเตรียมเดิน
ทางกลับ  ก่อนกลับเราแยกย้ายกันไปถ่ายรูปบริเวณใกล้ๆน้ำตกชะแนนกันสักหน่อย จากน้ำตกชะแนนเดินไปถึง
หน่วยน้ำตกชะแนนใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็ถึงระหว่างทางเจอชาวบ้านเดินสวนทางมาเที่ยวที่น้ำตกชะแนน แสดงว่าระยะทางไม่ไกลนักจากหน่วยน้ำตกชะแนน  ก่อนออกจากปากทางไปยังหน่วยน้ำตกชะแนนเจ้าหน้าท
ี่ช่วยหาต้นพิศวง พืชพวกกินซากพืช ที่บริเวณป่าไผ่ปากทางก่อนออกไปยังหน่วยชะแนน  เราหยุดถ่ายต้นพิศวง
กันอยู่นานจึงเดินทางออกมายังหน่วยชะแนนนัดรถกระบะจากเจ้าหน้าที่มารับ เพราะรถตู้ไม่สามารถเข้ามาได้
ที่หน่วยชะแนนต้องอาศัยรถโฟร์วีลเท่านั้นถ้าเป็นช่วงที่ฝนตกหมดสิทธิ์ที่รถจะเข้ามาได้ถึงต้องเดินเท้าออกไป
เท่านั้น โชคดีที่ฝนขาดช่วงไปสองสามวันรถจึงสามารถเข้ามารับได้ เราแวะไปอาบน้ำอาบท่าที่วัดภูทอกใกล้ๆ
กับ หน่วยน้ำตกชะแนน และแวะเที่ยวที่วัดภูทอกก่อนกลับบ้าน   สรุปแล้วทริปไปถ่ายภาพดอกไม้ที่ภูวัวยังคง
เป็น อีกทริปที่ทำให้เราต้องกลับไปเยือนอีกครั้งเพราะความแห้งแล้งของปี ดอกไม้ไม่สู้มากนัก  แต่อย่างไรเสีย
ก็ต้องขอขอบคุณาเจ้าหน้าที่สมพงษ์  จันทร์แก้ว เจ้าหน้าที่นำทางเราให้ไปและกลับมาด้วยความปลอดภัย


เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว


                     เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว มีเนื้อที่ประมาณ 186 ตารางกิโลเมตร หรือ 116,562 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอเซกา และอำเภอ
บึงโขงหลง เกือบติดพรมแดนประเทศลาว มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 150-300 เมตร สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น บางส่วนเป็น
สันเขา หินทราย ลานหินและทุ่งหญ้า ที่ทำการเขตฯ ตั้งอยู่ที่บ้านดอนจิก ซึ่งอยู่เลยอำเภอบุ่งคล้ามา 3 กิโลเมตรมีทางแยกขวาไป อีก 6 กิโลเมตร            

 
 
        

    

WeLoveBooK.Com แหล่งรวมหนังสือมือสอง,หนังสือใหม่ ราคาถูก

Copyright © www.tripdeedee.com สงวนลิขสิทธิ์ภาพถ่ายและบทความที่จัดทำขึ้นโดยเวบไซท์
Contact us : tripdeedee@gmail.com
Tel 081-818-0806 , 089-002-9920 Fax 02-374-3171
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมายเลข 12/1274