ทัวร์อินเดียทัวร์เนปาลทัวร์ภูฏานทัวร์จีนทัวร์เวียดนามทัวร์พม่าทัวร์บาหลีทัวร์ลาวทัวร์เขมรทัวร์ทิเบต
ทัวร์เกาหลีทัวร์ญี่ปุ่นทัวร์ฮ่องกงทัวร์ไต้หวันทัวร์มาเลเซีย สิงคโปร์
ทัวร์แชงกรีล่า ทัวร์คุนหมิงทัวร์จิ่วจ้ายโกว หวงหลงทัวร์แคชเมียร์ทัวร์ตุรกีทัวร์ยุโรป
line2

  สังขละบุร
 

 

 

        สังขละบุร เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่า ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 215 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิ 74 กิโลเมตร เส้นทางนี้จะตัดผ่านภูเขาเลียบทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม มองเห็นทัศนียภาพที่งดงาม อำเภอสังขละบุรีมีชาวมอญอาศัยตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นจำนวนมาก ตัวอำเภอ
ตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า "สามประสบ" คือบริเวณที่ลำน้ำสามสาย อันได้แก่ แม่น้ำซองกะเลีย แม่น้ำบิคลี่ และแม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำแควน้อย หากเพื่อนๆมีวันหยุดหรือลางานไม่ได้มากนัก สังขละบุรี
เป็นอีกสถานที่ที่น่าไปพักผ่อนสมองและผ่อนคลาย  ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามทางธรรมชาติ ระหว่างเส้น
ทาง ให้เลือกชม หรือ ขนบประเพณีและวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายมอญ ที่สังขละบุรี  ลองหาโอกาสไป
สังขละบุรีเมืองที่ได้ชื่อว่าสามประสบและมี  Unseen Thailand ให้เราได้ชมอีกด้วยิ ไปตามถนน
ลาดยาง 400 เมตร แล้วเดินขึ้นเขาไปอีก 300 เมตร ใช้เวลา ประมาณ 30 นาที
 

สถานที่ท่องเที่ยวระหว่างเส้นทางไปสังขละบุรีที่เราอยากแนะนำมีดังต่อไปนี้

 
     น้ำตกผาตาด เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ในเขตอุทยาน แห่งชาติ
เขื่อนศรีนครินทร์ ห่างจาก อำเภอเมือง 140 กิโลเมตร เกิดจากลำห้วย
เล็กๆ บริเวณเทือกเขากะลา น้ำตกผาตาดเป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม
มีชั้นน้ำตกลดหลั่นกันไปถึง3ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้าง ความสูงที่
ตระการตา และมีน้ำมากในช่วง ปลาย ฤดูฝน บรรยากาศร่มรื่น มีต้นไม้
ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ การเดินทาง สามารถเดินทาง โดยใช้ทาง หลวง
หมายเลข 323 ช่วงกิโลเมตรที่ 105–106 โดยเลี้ยวเข้าทางเดียวกับ
พุน้ำร้อนหินดาด และอยู่เลยจาก พุน้ำร้อนหินดาดเข้าไปประมาณ 8 กม.
 

น้ำตกเกริงกระเวีย ขึ้นอยู่กับเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 32 (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ 32–33 ใกล้กับน้ำตก ไดช่องถ่อง
ห่างจากอำเภอกาญจนบุรีประมาณ 173 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก จะมองเห็นสายน้ำแผ่กระจายไหลมาจากหลายทิศทาง เหมาะสำหรับเป็นจุดพักผ่อนระหว่าง
การเดินทางไปอำเภอสังขละบุรี สามารถนั่งรถโดยสารสายกาญจนบุรี-สังขละบุรี จากตัวเมืองมาได้ ค่าโดยสาร 90 บาท ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

 
 
            บ่อน้ำพุร้อนหินดาด เดิมเรียกว่า น้ำพุร้อนกุยมั่ง เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติริมลำธาร อุณหภูมิประมาณ 45-55 องศาเซลเซียส ค้นพบโดยทหารญี่ปุ่นสมัย
สงครามโลกครั้งที่ 2 และได้สร้างเป็นบ่อซีเมนต์ขึ้น 2 บ่อ เชื่อกันว่าน้ำแร่จากบ่อน้ำร้อนแห่งนี้ มีสรรพคุณในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บหลายอย่าง เช่น โรคเหน็บชา ไขข้ออักเสบ นักท่องเที่ยวสามารถลงอาบน้ำในบ่อได้ และยังมีลำธารน้ำเย็นไหลอยู่ด้านล่างบ่อน้ำร้อน  การเดินทาง สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 บริเวณกิโลเมตรที่ 105–106 อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 135 กิโลเมตร

         เขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือ เขื่อนเขาแหลม เป็นเขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศไทย ที่ดาดผิวหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตั้งอยู่บนแม่น้ำแควน้อย
ในท้องที่ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี   มีความสูงจากฐาน 92 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร ระดับสันเขื่อนสูงจากระดับน้ำ
ทะเลปานกลาง (รทก) + 161.75 เมตร ปริมาตรตัวเขื่อนประมาณ 8.1ลบ.ม.  เขื่อนวชิราลงกรณ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้พระราชทานชื่อ   " เขื่อนวชิราลงกรณ" แทนชื่อ " เขื่อนเขาแหลม" เขื่อนวชิราลงกรณแห่งนี้นับเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ลำดับ 4 ของประเทศไทย รองจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนสิริกิติ์ "เขื่อนวชิราลงกรณ" มีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน อาทิ บ้านพัก
ห้องพัก ห้องสัมมนา ร้านอาหาร ร้านค้าสหกรณ์ สนามกอล์ฟ สนามเทนนิส สระว่ายน้ำ สวนสุขภาพ สวนรวมฤทัย และยังมีเรือโดยสารสำหรับชม ทิวทัศน์
ในอ่างเก็บน้ำ

 
     
 

ด่านเจดีย์สามองค์
สิ้นสุดชายแดนไทยด้านทิศตะวันตก ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลู ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 โดยก่อนถึงตัวอำเภอ
สังขละบุรี4กิโลเมตร จะมีทางแยกด้านขวาไปด่านเจดีย์สามองค์ ระยะทางประมาณ18กิโลเมตร เส้นทางลาดยาง
ตลอดสาย พระเจดีย์สามองค์นี้เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยโดยทั่วไปก่อนเดินทางออกจาก
เขตแดนไทยเข้าสู่เขตแดนพม่า ต่อมาในปี พ.ศ. 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีได้เป็นผู้นำชาวบ้าน
ก่อสร้างเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากนี้ด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่องทางเดินทัพ ที่สำคัญของ
ไทยและพม่าในอดีต บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ มีร้านขายสินค้าจากประเทศพม่า นักท่องเที่ยวสามารถข้ามชายแดน
เข้าไป ชมตลาดพญาตองซู ซึ่งเป็นตลาดชายแดนที่มีการจำหน่ายสินค้าของพม่า โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่า
ผ่านด่าน (ฝั่งประเทศพม่า) ชาวไทย 25 บาท ชาวต่างประเทศ 10 เหรียญสหรัฐ รถยนต์ คันละ 50 บาทตั้งแต่เวลา
06.00-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสังขละบุรี โทร. 0 3459 0105, 0 3459 5335

 
  

สะพานมอญ อยู่ในตัวอำเภอสังขละบุรี เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สะพาน
อุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาว
ถึง 850ม.สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลียสำหรับให้ประชาชนฝั่งตัวอำเภอ
สังขละบุรีและฝั่งหมู่บ้านชาวมอญเดินข้ามสัญจรไปมา บริเวณ
สะพานแห่งนี้เป็นจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์ที่สวยงาม
สามารถมองเห็นลำห้วยสายต่างๆ คือ ซองกาเลียบีคลี่ และรันตี
ที่ไหลมารวมกันเป็นสามประสบ

 

เมืองบาดาล Unseen Thailand 
ในอดีตเป็นวัดวังก์วิเวการามเดิมที่หลวงพ่ออุตตมะและชาวบ้านอพยพ
ชาวกะเหรี่ยงและมอญได้ร่วมก้นสร้างขึ้น เมื่อปี 2496 ในบริเวณที่
เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสามสายคือ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำ
บีคลี่ และแม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน ต่อมาในปี 2527 มีการก่อสร้าง
เขื่อนเขาแหลมทำให้น้ำเข้าท่วมตัวอำเภอสังขละบุรีเก่า รวมทั้งวัดนี้ด้วย
จึงได้ย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขา  ส่วนวัดเดิม ได้จมอยู่ใต้น้ำมานาน นับสิบปี
ในช่วงฤดูแล้งราวเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งน้ำลดจะสามารถสังเกตเห็น
ตัวโบสถ์ของวัดได้อย่างชัดเจน และสามารถนั่งเรือไปเที่ยวชมได้ แต่ใน
ช่วงน้ำขึ้นน้ำจะท่วม สูงเกือบทั้งหมดเหลือเพียงยอดของโบสถ์ให้เห็น


เท่านั้น กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen Thailand ในชื่อเมืองบาดาล

วัดวังก์วิเวการาม หรือ วัดหลวงพ่ออุตตะมะ
อยู่เลยจากตัวอำเภอสังขละบุรีไปประมาณ 6 กิโลเมตร เคยเป็นวัดจำพรรษาของ “หลวงพ่ออุตตมะ” ซึ่งเป็นที่เคารพ-
นับถือของ ประชาชน ชาวไทยรวมทั้งชาวกระเหรี่ยงและพม่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น  ซึ่งปัจจุบันท่านได้ มรณภาพ
แล้ว ภายในวิหาร ที่ตั้งอยู่ ริมแม่น้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนอันงดงามชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อขาว จากวัด
วังก์วิเวการาม แยกไปอีก 1 กิโลเมตร จะเป็นที่ตั้งของเจดีย์แบบพุทธคยามีลักษณะฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบรรจุ
พระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นกระดูก นิ้วหัวแม่มือขวา ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร บริเวณใกล้เจดีย์มีร้านจำหน่ายสินค้า
จาก พม่าหลายร้านจำพวกผ้า แป้งพม่า เครื่องไม้

 

สถานที่ถ่ายภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวร
สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวไทยทั้งมวล  เป็นภาพยนตร์ไตรภาคอันยิ่งใหญ่ที่ได้
ดำเนินการถ่ายทำในบริเวณกองพลทหารราบที่ ๙ ค่ายสุรสีห์ ตำบลลาดหญ้า ชมความสวยงามอลังการของฉากต่าง ๆ จากในภาพยนตร์ที่ท่านจะได้สัมผัสจริงในพื้น
ที่กว่า 2,000 ไร่ อาทิ วัดมหาเถรคันฉ่อง  ห้องเก็บพระแสงปืนต้น อาณาจักรหงสาวดี  สีหสาสนบัลลังก์ คุกใต้ดินพระที่นั่งสรรเพชรปราสาท ท้องพระโรงหงสาวดี
ี  นิทรรศการภาพถ่ายจากการถ่ายทำภาพยนตร์  โดยจะมีวิทยากรประจำจุดต่างๆ  มีจอพลาสมาบรรยายประวัติศาสตร์ภูมิหลังอธิบายฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์  นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมกิจกรรมสนุกต่าง ๆ  อาทิ  การแต่งกายชุดประวัติศาสตร์ ขี่ม้า  ขี่ช้าง นั่งเกวียน และมีจุดจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกสำหรับ
นักท่องเที่ยว  เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 17.00 น.   ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ชาวไทย  100 บาท  เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี  50 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท
ใช้เวลาในการเดินชมประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง - 2 ชั่วโมง การเยี่ยมชมกองถ่ายจะเป็นการเดินชม ให้สวมรองเท้าที่เหมาะสม  พร้อมเตรียมอุปกรณ์กันแดด เช่น ร่ม หรือหมวกไปด้วย การเดินทาง กองถ่ายทำภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรตั้งอยู่ที่ตำบลลาดหญ้า อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 24 กิโลเมตร จากตัวเมืองใช้ ้เส้น
ทางกาญจนบุรี - เขื่อนศรีนครินทร์ (ทาง 3199)ประมาณ18กิโลเมตร ถึงสี่แยกลาดหญ้า มีทางแยกขวาผ่านค่ายทหารไปอีก 3กิโลเมตร ถึงทางเข้าให้เลี้ยวขวา ไปอีก
2 กิโลเมตร (มีป้ายบอกทาง) หากเดินทางโดยรถโดยสาร มีรถสองแถวจากตัวเมืองถึงสี่แยกลาดหญ้าจากจุดนี้ต้องตกลงราคาและนัดคนขับรถให้ไปส่งที่กองถ่ายและ
นัด เวลารับกลับ สอบถามรายละเอียดได้ที่
บริษัท พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ โทร. 0 3453 2057-8 แฟ็กซ์ 0 3453 2056 สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. 2736 2300        
เว็บไซต์ www.prommitrfilmstudio.com

 
    

    

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลดังนี้
http://www.hamanan.com
http://thai.tourismthailand.org

http://www.kanchanaburi.com/tr-sungkha.shtml

 

สนใจทริปสังขะบุรีอ่านรายละเอียดได้ทที่ http://www.tripdeedee.com/trips_detail.php?id=44