ทัวร์อินเดียทัวร์เนปาลทัวร์ภูฏานทัวร์จีนทัวร์เวียดนามทัวร์พม่าทัวร์บาหลีทัวร์ลาวทัวร์เขมรทัวร์ทิเบต
ทัวร์เกาหลีทัวร์ญี่ปุ่นทัวร์ฮ่องกง มาเก๊าทัวร์ไต้หวันทัวร์มาเลเซีย สิงคโปร์
ทัวร์แชงกรีล่าทัวร์จิ่วจ้ายโกว หวงหลงทัวร์แคชเมียร์ทัวร์ตุรกีทัวร์ยุโรป
line2
ประวัติและความเป็นมา ข้อมูลทั่วไป ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ของทิเบต
รูปทิเบต

TIBET-01 : ทัวร์ทิเบต 7 วัน 6 คืน เจาะลึกทิเบต ลาซา ทะเลสาบยัมดรอก นั่งรถไฟสายหลังคาโลก
วันเดินทาง : 18-24 ตุลาคม 2559 : 59,900 บาท..... เปิดจองแล้ว

รูปทิเบต
รูปทิเบต
รูปทิเบต
รูปทิเบต
ภูเขาเมื่อเข้าเขตทิเบต
แนวเขาที่ทิเบต
ทิเบต
ทิเบต
รูปทิเบต
รูปทิเบต
รูปทิเบต
รูปทิเบต
พระราชวังโปตาลา
พระราชวังโปตาลา
พระราชวังโปตาลา
พระราชวังโปตาลา
รูปทิเบต
รูปทิเบต
รูปทิเบต
รูปทิเบต
วัดโจคัง
ลานตลาดแปดเหลี่ยม
ทะเลสาบยัมดร็อก
ทะเลสาบนัมโช

ประวัติศาสตร์ทิเบต


ทิเบตเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานประเทศหนึ่งในโลก มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับความเป็นมาของชาวทิเบตน้อยมาก เดิมชาวทิเบตมีชื่อเรียกกันว่า ทาโบ(Tabo) เป็นชนเผ่าเร่ร่อนที่ยังชีพด้วยการล่าสัตว์และเป็นนักรบที่เก่งกาจ ชาวจีนเรียกชาวทิเบตว่า เจี๊ยง หรือ ซีเจี๊ยง ในยุคแรกประเทศทิเบตมีการปกครองโดยกษัตริย์ ราชวงศ์ยาร์ลุง (Yarlung) มีอำนาจปกครองอยู่ในทิเบตตอนกลาง จรดตอนเหนือของอินเดียและปากีสถาน การปกครองในประเทศทิเบตแบ่งแยกการปกครองออกเป็น 2 ฝ่ายคือฝ่ายอาณาจักร และฝ่ายศาสนจักร โดยมีกษัตริย์เป็นผู้นำและเป็นประมุขของประเทศ ในขณะที่มีพระสงฆ์หรือลามะเป็นผู้นำฝ่ายศาสนา
ทิเบตเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากมาย จึงทำให้หลายประเทศหมายปอง และเกิดการรุกราน ฆ่าฟันและนองเลือด กันหลายครั้งหลายคราว เมื่อถึงปี ค.ศ.842 อิทธิพลและอำนาจของทิเบตเริ่มเสื่อมถอยลง ในขณะที่พุทธศาสนาเริ่มเข้ามามีบทบาทและมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวทิเบตมากขึ้น

ก่อนที่พุทธศาสนาจะเข้าไปเจริญรุ่งเรืองอยู่ในทิเบตนั้น จีนกับมองโกลยกกำลังมารุกรานและผลัดเปลี่ยนกันครอบครองทิเบตหลายครั้ง แม้แต่รัสเซียและอังกฤษเองก็เคยพยายามที่จะยึดครองทิเบตด้วย ในปี ค.ศ.907 จีนได้ยึดเอาดินแดนที่เคยเสียให้ทิเบตกลับคืนมาจนหมด ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับทิเบตยังเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอดมา จนกระทั่งจักรพรรดิเจงกิสข่านแห่งมองโกเลียยกทัพมารุกรานจีนและทิเบตเมื่อชานมองโกเลียได้เห็นวิถีชีวิตของชาวทิเบตที่นับถือศาสนาพุทธอย่างเคร่งครัด

ก็เกิดความศรัทธา ชาวมองโกลจึงรับศาสนาพุทธตามแนวทางของทิเบตเป็นศาสนาประจำอาณาจักรมองโกลแห่งเอเชียตะวันออก อีก100 ปีต่อมาเมื่ออาณาจักรมองโกลเสื่อมอิทธิพลและล่มสลายความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศทั้งสองก็ยุติลง

กษัตริย์องค์แรกของทิเบตคือ พระเจ้านัมรีลอนซาน (Nam Ri Slon Shan) ในช่วงแรกของประวัติศาสตร์ทิเบต ดาไลลามะ อันเป็นตำแหน่งผู้นำประเทศทิเบตในปัจจุบันไม่มีบทบาททางการเมืองเท่าไหร่นัก เพราะว่ามีการแบ่งแยกอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารกิจการบ้านเมือง (อาณาจักร) กับฝ่ายศาสนจักรที่ชัดเจน แต่เนื่องจากว่าประเทศเพื่อนบ้านของทิเบตต้องการที่ลดอำนาจทางทหารของทิเบตลง จึงได้มีการพยายามส่งเสริมให้ฝ่ายลามะมีอำนาจทางการเมืองมากขึ้น
                ในศตวรรษที่ 15 ฝ่ายสงฆ์มีอำนาจมากในทิเบต ลามะเริ่มมีอิทธิพลในการปกครองเหนือกษัตริย์ เพราะชาวทิเบตเชื่อกันว่า ลามะคือผู้มีบุญญาธิการกลับชาติมาเกิด ต่อมาลามะองค์ที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าคณะสงฆ์ ได้รับการยกย่องสถาปนาให้เป็นดาไลลามะ (ดาไล แปลว่า มหาสมุทรเมื่อมาประกอบกับคำว่า ลามะ แปลได้ว่า นักปราชญ์ผู้มีความรู้กว้างขวางดั่งมหาสมุทร) และมีอำนาจปกครองมากยิ่งขึ้น
                นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า “ดาไล” มีการนำมาใช้ครั้งแรกในสมัยที่อัลตันข่าน (Altan Khan) เป็นผู้นำมองโกลในปี ค.ศ.1576 อัลตันข่านแห่งมองโกลได้ถวายสมณศักดิ์สูงสุดให้กับลามะผู้นำฝายศาสนาของทิเบตเป็นท่านดาไล เพื่อเป็นการขอบคุณที่ผู้นำสงฆ์ของชาวทิเบตได้นำเอาพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่ในมองโกเลีย ชาวทิเบตเรียกผู้นำสาสนาว่า เกียตโซ (Gyatso) ซึ่งมีความหมายเท่ากับ Dalai มีผู้รู้ที่เป็นนักภาษาศาสตร์บางท่านอธิบายว่า คำว่า “Dalai” เป็นภาษาของมองโกเลีย เพราะมีการนำมาใช้ครั้งแรกที่มองโกเลียนั้นเอง
                ในปี ค.ศ.1642 กุศรีข่าน (Gu Sri Khan) เป็นผู้นำมองโกเลีย ได้ยึดอำนาจการปกครองจากกษัตริย์ทิเบต แล้วสถาปนาดาไลลามะองค์ที่ 4 ผู้นำฝ่ายศาสนาในขณะนั้นเป็นผู้นำฝ่ายอาณาจักรด้วย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาดาไลลามะผู้นำศาสนจักรของทิเบตจึงมีอำนาจทั้งทางโลกและทางธรรม เป็นทั้งผู้นำอาณาจักรและเป็นทั้งผู้นำทางศาสนจักร ซึ่งนับว่าเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงมากสำหรับชาวทิเบตเนื่องจากว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้นำประชาชนในการทำมาหากิน หรือการสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้บ้านเมือง และเมื่อเกิดศึกสงคราม พระสงฆ์จะนำพาประชาชนไปรบได้อย่างไร
                การเมืองในทิเบตถูกเพื่อนบ้านแทรกแซงตลอดเวลาเพราะว่าประเทศใกล้ชิดทิเบตต้องการที่จะเห็นฝ่ายพระสงฆ์เป็นใหญ่ในทิเบต เพราะถ้าหากฝ่ายสงฆ์เป็นใหญ่ในแผ่นดินก็หมายความว่าทิเบตจะไม่มีกองทัพ และไม่มีการสะสมกองกำลังทหารในทิเบตอีกต่อไป ทำให้ทิเบตอ่อนแอจนง่ายต่อการยึดครอง
                ปีค.ศ.1611 ฝ่ายกษัตริย์ที่สูญเสียอำนาจแกครองประเทศได้ยกกำลังเข้าโจมตีสำนักสงฆ์ 2 แห่งคือ ดรีปุง และเซรา (Drepung and Sera Monasteries) ในเมืองลาซา ดาไลลามะองค์ที่ 4 ต้องหนีออกจากทิเบต และไปสิ้นพระชนมืเพราะถูกวางยาพิษอยู่ในต่างแดน มองโกลยกทัพมาช่วยจัดการให้ทิเบตสงบสุขอีกครั้ง ด้วยการจับกษัตริย์ทิเบตปลงพระชนม์ และดาไลลามะองค์ที่ 5 ได้รับการสถาปนาขึ้นมีอำนาจปกครองทิเบต โดยมีมองโกลเป็นผู้ให้การสนัยสนุนอยู่เบื้องหลัง
                ดาไลลามะองค์ที่ 5 เป็นผู้นำความรุ่งเรืองมาสู่ทิเบตและศาสนจักร ท่านปกครองทิเบตจนสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ.1682 เมื่อดาไลลามะองค์ที่ 6 ได้รับการสถาปนาให้เป็นผู้ปกครองคนใหม่ของทิเบต ดาไลลามะเอาใจออกห่างจากมองโกล หันไปคบค้ากับจีนในสมัยราชวงศ์ชิงของแมนจู จนจีนเริ่มสร้างอิทธิพลในทิเบต และลดความสำคัญของมองโกลจนหมดอำนาจในทิเบตอีกต่อไป ในที่สุดจีนก็จับดาไลลามะองค์ที่ 6 ปลดออกจากตำแหน่งประมุขของประเทศ การหาดาไลลามะองค์ที่ 7 เป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะจีนยื่นมือเข้ามาเป็นผู้แต่งตั้งผู้นำทิเบตคนใหม่เสียเอง โดยจีนอ้างว่าจีนเป็นผู้เข้ามาปลดปล่อยทิเบตให้เป็นอิสระจากมองโกล จักรพรรดิคังซี (Kang Xi) ของจีนได้ประกาศว่าจีนเป็นผู้คุ้มครองทิเบต จึงนับเป็นก้าวแรกของการเปิดทางให้จีนคอมมิวนิสต์ใช้เป็นข้ออ้างในการรุกรานครอบครองทิเบตในเวลาอีก 250ปีต่อมา
พวกแมนจูมีอำนาจในทิเบต ถึงขนาดตั้งกษัตริย์ขึ้นปกครองทิเบตแทนลามะ แต่เมื่อถึงปีค.ศ.1757 การปกครองทิเบตก็กลับมาอยู่ในมือดาไลลามะองค์ที่ 7 ซึ่งปกครองทิเบตให้มีความสงบสุขจนหมดสมัยของท่าน จีนส่งกอนทหารเข้าในทิเบตอีกครั้งเพื่อเป็นก้างขวางคอป้องกันไม่ให้ทหารกูรข่าขากเนปาลรุกเข้ามาถึงทิเบต จีนเข้าแทรกแซงการเมืองในทิเบตมากขึ้น โดยกีดกันและไม่ยอมให้ทิเบตติดต่อคบค้ากับชาวต่างชาติ เพราะจีนเกรงว่าอังกฤษซึ่งมีกองทหารกูรข่าอยู่ในมือจะเข้ามายึดครองทิเบต ทำให้อังกฤษหมดหนทางที่จะเอื้อมมือมาถึงทิเบตได้ ประกอบกับรัสเซียเริ่มแผ่อิทธิพลเข้ามาในภูมิภาคนี้มากขึ้นทุกที ทำให้อังกฤษต้องหันไปสนใจและขจัดอิทธิพลของรัสเซียในภูมิภาคนี้เสียก่อน ในปีค.ศ.1903 ดาไลลามะของทิเบตแอบหลบไปมองโกเลียกับที่ปรึกษาชาวรัสเซีย เพื่อแสวงหาความคุ้มครองจากมองโกล ซึ่งให้การรับรองว่าทิเบตมีสิทธิและอิสระในการทำสัญญากับประเทศอื่นๆได้ จีนคัดค้านข้อตกลงระหว่างมองโกเลียกับทิเบตทันที โดยมีอังกฤษก็ได้ให้การสนับสนุนจีนด้วยการลงนามในหนังสือรับรองว่าจีนเป็นผู้ปกครองทิเบต อีกไม่กี่ปีต่อมาเมื่อราชวงศ์ชิงใกล้จะเสื่อมอำนาจลง จีนก็ส่งกองกำลังเข้าย่ำยีทิเบตอีกครั้งทำให้ดาไลลามะต้องหลบหนีไปพึ่งอังกฤษที่กำลังมีอิทธิพลอยู่ในอินเดีย ระหว่างลี้ภัยอยู่ที่นั้นดาไลลามะได้สร้างความสัมพันธ์อันดีกับอังกฤษ เป็นเหตุให้จีนไม่พอใจมาก จึงเพิ่มความกดดันและกดขี่ชาวทิเบตมากขึ้น
ต่อมาเกิดการปฏิวัติในจีน ทำให้จีนต้องถอนกำลังออกจากทิเบต ปีค.ศ.1913 ดาไลลามะองค์ที่ 13 ได้เกิดนทางกลับทิเบตระหว่างที่จีนกำลังยุ่งกับการทำสงครามแย่งชิงอำนาจกันภายในประเทศ ทิเบตได้เป็นอิสระอีกครั้งและมีความสงบสุขภายใต้การปกครองของดาไลลามะองค์ที่ 13 เป็นเวลานานถึง 30 ปี ถึงแม้ว่าอังกฤษจะพยายามเข้ามาแผ่อิทธิพลและวัฒนธรรมของยุโรปในทิเบตแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะถูกชาวทิเบตต่อต้านไม่ยอมรับวัฒนธรรมจากโลกภายนอก
                เมื่อดาไลลามะองค์ที่ 13 สิ้น มีการแต่งตั้งองค์ดาไลลามะองค์ที่ 14 ขึ้นเป็นประมุขปกครองทิเบต ดาไลลามะองค์ที่ 14 ได้รับการแต่งตั้งเมื่อ ค.ศ.1940 ขณะนั้นดาไลลามะองค์ใหม่ยังเป็นเด็กมากพระชนมายุเพียง 4 พรรษาเท่านั้น อีก 10 ปีต่อมาจีนคอมมิวนิสต์ได้ยกกำลังทหารบุกเข้ายึดครองทิเบต เวลานั้นดาไลลามะองค์ที่ 14 อายุได้ 15 พรรษา อังกฤษกับอินเดียวซึ่งเคยเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้แต่นั่งดูจีนรุกรานทิเบตทั้งยังส่งสัญญาณไปยังองค์การสหประชาชาติว่าไม่ให้เอาเรื่องจีนรุกรานทิเบตเข้าสู่ที่ประชุม เพราะทั้งสองประเทศเกรงว่าจะขัดใจกับจีน
                เพื่อไม่ให้ชาวโลกประณามว่าจีนเป็นผู้รุกรานทิเบต จีนจึงได้ออกแถลงการณ์เรื่องทิเบต โดยระบุไว้ในเอกสารที่เรียกว่า “Agreement on Measures for the Peaceful Liberation of Tibet” มีใจความสำคัญว่าจีนเพียงแต่เข้าไปดุแลจัดการให้ทิเบตเกิดความสงบเรียบร้อยภายในประเทศเท่านั้น โดยจีนสัญญาว่าจะยอมให้ทิเบตเป็นประเทศอิสระที่มีการปกครองแบบ 1 ประเทศ 2 ระบบ คือมีสิทธิในการปกครองตนเองด้วย และมีจีนปกครองดินแดนทิเบตบางส่วนด้วย ในปีค.ศ.1959 มีข่าวลือว่าจีนวางแผนจะลักพาตัวดาไลลามะทำให้เกิดการจลาจลขึ้นในทิเบต ดาไลลามะองค์ที่ 14 ไม่สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยในทิเบตเอาไว้ได้ประกอบกับจีนเข้ามาแทรกแซง สถานการณ์จึงส่อเค้าว่าดาไลลามะกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง ดังนั้นท่านจึงตัดสินใจลี้ภัยออกนอกประเทศไปอาศัยอยู่ในอินเดีย
                หลังจากนั้นจีนได้จัดตั้งรัฐบาลในทิเบต และฉวยโอกาสจัดการบริหารปกครองทิเบตแทนดาไลลามะที่ลี้ภัยไปต่างประเทศ แต่ภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมของทิเบตแตกต่างจากจีนมาก ทำให้แผนการปฏิรูปการเกษตรที่จีนนำมาใช้ในทิเบตผิดพลาดล้มเหลวเป็นผลให้ชาวทิเบตต้องเผชิญกับภาวะอดอยาก ในปีค.ศ.1965 เกิดการปฏิวัติวัฒนธรรมในจีน ทำให้ในปีต่อมากองทหารเรดการ์ดที่มีอิทธิพลมากในจีนบุกเข้ามาถึงทิเบตและได้ทำลายสถานที่สำคัญทางศาสนา รวมทั้งกวาดล้างจับกุมพระภิกษุกับภิกษุณีและบุคคลสำคัญของทิเบตไปกักขังทำทารุณกรรม กับทั้งพยายามทำลายรากฐานของทิเบตแบบขุดรากถอนโคน ชาวทิเบตจึงรวมกำลังกันต่อสู้แต่ก็สู้ไม่ได้ถูกกองกำลังเรดการ์ดของจีนปราบปรามอย่างเหี้ยมโหด นับเป็นเคราะห์กรรมอย่างใหญ่หลวงของชาวทิเบตที่ถูกจีนเข่นฆ่าและกระทำอย่างไร้มนุษยธรรม ในขณะที่ชาวโลกต่างปิดหูปิดตากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทิเบตเพราะเกรงกลัวอิทธิพลของจีน
                เมื่อเหมาเจ๋อตุงถึงแก่อสัญกรรมจีนเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผู้นำและนโยบายการบริหารประเทศก็เปลี่ยนไปด้วย การปฏิบัติของจีนต่อทิเบตก็อ่อนลงรัฐบาลของจีนประกาศยอมรับดาไลลามะว่าเป็นผู้นำของทิเบต และเชิญดาไลลามะที่อพยพไปอยู่ต่างต่างประเทศกลับสู่ทิเบต แต่ดาไลลามะองค์ปัจจุบันไม่ยอมกลับทิเบตในทันที ท่านส่งผู้แทนไปดูสถานการณ์ในทิเบต 3 คณะซึ่งได้กลับมารายงานสิ่งที่ได้พบเห็นในทิเบตพร้อมรูปถ่ายศพชาวทิเบตจำนวน 1,200,000 คนที่ถูกฆ่าตายระหว่างที่ทหารจีนอยู่ในทิเบต วัดวาอารามและสำนักภิกษุณีกว่า 6,000 แห่ง ที่ทหารจีนทำลายเสียหายยับเยิน นอกจากนั้นยังมีชาวทิเบตประมาณ 100,000 คนถูกกวาดต้อนเข้าไปทำงานในค่ายกักกัน ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ถูกทำลายเกือบหมด ยิ่งกว่านั้นจีนได้ส่งชาวฮั่นเข้าไปอยู่ในทิเบตจำนวนมากเพื่อกลืนชาติ จนปัจจุบันทิเบตมีจำนวนชาวจีนที่อพยพเข้าไปอยู่ในทิเบตมากกว่าชาวทิเบตเจ้าของประเทศเสียอีก
                เมื่อดาไลลามะปฏิเสธที่จะกลับทิเบต จีนจึงได้สัญญาว่าจะปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่และดูแลคุณภาพชีวิตของชาวทิเบตให้ดีขึ้น กับทั้งจะให้อิสรภาพและปรับปรุงการเก็บภาษีให้น้อยลงด้วยแต่ดาไลลามะก็ยังคงไม่ยอมกลับไป
ในปีค.ศ.1980 ทิเบตอยู่ภายใต้การปกครองของจีนที่ผ่อนคลายความเข้มงวดลง แม้ว่าชาวทิเบตจะมีอิสระในการนับถือศาสนามากขึ้นกว่าเดิมแต่ข้อจำกัดที่เข้มงวดของจีนยังมีอยู่ พระภิกษุและภิกษุณียังคงตออยู่ภายใต้การสอดส่องจากทางการจีนอย่างใกล้ชิด ยังมีการจับกุมพระสงฆ์และชาวทิเบตที่ทางการจีนไม่ไว้ใจไปขังลืมในคุก จีนได้เลิกล้มความคิดที่จะให้ดาไลลามะองค์ปัจจุบันกลับมาทิเบตอีกต่อไป โดยดาไลลามะได้ตั้งรัฐบาลผลัดถิ่นอยู่ที่อินเดียละปกครองทิเบตจากนอกประเทศ ในขณะที่จีนตั้งรัฐบาลท้องถิ่นขึ้นบริหารกิจการภายในทิเบตที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา และยังหันไปสนับสนุนให้ชาวฮั่นอพยพเข้ามาทำมาหากินในทิเบตมากขึ้นเรื่อยๆ
ปัจจุบันผู้นำชาวทิเบตคือ องค์ดาไลลามะองค์ที่ 14 ท่านมีชื่อเดิมว่า ลาโม ดอนดุพ (Lhamo Dhondup) เมื่อกองกำลังจีนบุกยึดทิเบตนั้นท่านดาไลลามะได้หลบหนีลี้ภัยข้ามภูเขาหิมาลัยเข้าไปในอินเดีย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 14 วัน รัฐบาลอินเดียอนุญาตให้ดาไลลามะและชาวทิเบตพลัดถิ่นอาศัยอยู่ในอินเดียได้ เป็นที่น่าสังเกตว่าในที่ประชุมขององค์การสหประชาชาติมีการพูดถึงกรณีผู้ลี้ภัยชาวทิเบตน้อยครั้งมากและอินเดียก็ไม่ได้มีการพูดถึงปัญหาผู้อพยพชาวทิเบตเลย
เหตุผลของการที่จีนต้องการเข้ายึดครองทิเบตนั้น เป็นเหตุผลทางด้านยุทธศาสตร์มากกว่าด้านการเมืองเพราะจีนจำเป็นที่จะต้องได้ที่มั่นในทิเบตเอาไว้เพื่อความมั่นคงของจีน ถ้าหากจีนไม่เข้าไปในทิเบตก่อนทิเบตอาจจะขอร้องให้ประเทศอื่นส่งกองกำลังเข้าไปช่วยคุ้มครองก็ได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็อาจกระทบต่อความมั่นคงในประเทศจีนได้
เมื่อทิเบตเปิดประเทศต้อนรับการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวที่เข้าไปรับรู้และเห็นความเป็นไปของชาวทิเบตต่างเป็นประจักษ์พยานอย่างดีว่าจีนได้ทำอะไรกับชาวทิเบตบ้าง ในขณะเดียวกันดาไลลามะองค์ที่ 14 ผู้นำผลัดถิ่นของทิเบตก็ออกเดินสายแสดงปาฐกถา เคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อหาการสนับสนุนจากภายนอกประเทศ ดาไลลามะนำทิเบตให้กลายเป็นจุดสนใจของชาวโลกท่านพยายามทำทุกวิถีทางที่จะปลดปล่อยทิเบตจากจีนให้ได้ จุดประสงค์ของดาไลลามะคือต้องการให้นานาชาติกดดันจีนให้หันมาเจรจาเรื่องสันติภาพในทิเบต แต่จีนไม่มอมเจรจาด้วยทั้งยังไม่ยอมรับแผนสันติภาพของดาไลลามะ เป็นการปิดทางที่ดาไลลามะจะใช้เป็นทางเรียกร้องอิสรภาพให้ทิเบต ด้วยความพยายามในการต่อสู้เรียกร้องให้จีนคืนอิสรภาพให้ทิเบตด้วยสันติวิธีทำให้ท่านดาไลลามะองค์ที่ 14 ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปี ค.ศ. 1989
                ปัจจุบันนี้ชาวที่ทิเบตมีสิทธิเสรีภาพในด้านศาสนาในระดับหนึ่ง แต่ไม่มีวี่แววว่าสถานการณ์ในทิเบตจะดีขึ้นไปกว่าเดิมมากนัก จีนปิดปากสนิทเรื่องแผนสันติภาพที่ดาไลลามะพยายามรุกเร้าและจีนยังคงส่งชาวจีนเขาไปในทิเบตอย่างต่อเนื่องพร้อมกับการเปลี่ยนวิถีชีวิตของชาวทิเบตให้เข้าสู่วังวนของอุตสาหกรรมสมัยใหม่มากขึ้น มีการส่งเสริมการลงทุนในทิเบตให้ชาวต่างชาติเข้าไปลงทุนในด้านการศึกษา จีนส่งเสริมการเรียนภาษาแมนดารินและสนับสนุนผู้รู้ภาษาแมนดารินให้มีตำแหน่งสูงและมีความก้าวหน้าในการทำงาน

เมืองเอกของ ทิเบต : ลาซา ทิเบต เป็นเขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งก็คือส่วนหนึ่งของจีนในปัจจุบัน

ทะเลสาบยัมดร็อก
ทะเลสาบยัมดร็อก

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

                ที่ตั้ง                                               
  • ทิศเหนือ ติดต่อกับ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ และ มณฑลชิงไห่ ประเทศจีน
  •                
  • ทิศใต้ ติดต่อกับประเทศเนปาล ภูฏาน มณฑลยูนนาน ประเทศจีน รัฐกะฉิ่น ประเทศพม่า รัฐอัสสัม รัฐนาคาแลนด์ ประเทศอินเดีย ในปัจจุบัน บริเวณที่มีเขตติดต่อกับประเทศอินเดียนี้ ยังเป็นบริเวณพื้นที่พิพาทระหว่างจีนและอินเดีย ซึ่งอินเดียได้อ้างกรรมสิทธิ์เข้ามาปกครอง และเรียกดินแดนบริเวณนี้ว่า อรุณาจัลประเทศ
  •                
  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับ มณฑลเสฉวน ประเทศจีน
  •                
  • ทิศตะวันตก ติดต่อกับ รัฐแจมมูและแคชเมียร์ ประเทศอินเดีย และ ประเทศปากีสถาน
  •                
  • ทิเบตตั้งอยู่บนพื้นที่ราบสูงที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลด้วยความสูงเฉลี่ย 4,000 เมตร พื้นที่ประกอบด้วยเทือกเขาที่มียอดเขาปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก 10 แห่ง อยู่ทางตอนใต้ของทิเบตด้านทิศใต้เป็นเทือกเขาหิมาลัย ทิศตะวันตกมีเทือกเขาการาโกรามขนาบอยู่ ส่วนทิศเหนือติดกับเทือกเขาคุนลุ้นและเทือกอัลไต ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ภูมิประเทศยังเป็นป่าดงดิบที่ยังไม่ได้รับการสำรวจมีธารน้ำแข็ง โตรกผาสูงใหญ่ และหุบห้วย กับแม่น้ำที่เชี่ยวกรากอีกหลายสาย ทิเบตมีทะเลสาบหลายพันแห่ง (ทิเบตเรียกทะเลสาบว่า โซะหรือโซ – tso) ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดชื่อว่า นัมโซ (Nam-tso) และยัมดร็อกโซ (Yamdrok - tso) ทะเลสาบในทิเบตได้ชื่อว่าเป็นทะลเสาบบนที่รายสูงที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนั้นยังมีน้ำพุร้อนอยู่ทั่วไปบางพื้นที่ของทิเบตแห้งแล้งมากจนเป็นทะเลทรายที่มีสันทรายและพายุทรายที่ร้ายกาจทารุณอีกแห่งของโลก ดินแดนทางตอนเหนือของเมืองลาซาอยู่สูงกว่าทางตอนใต้ของประเทศตอนกลางประเทศเป็นที่ราบกว้างใหญ่ที่เหมาะสมกับการเลี้ยงสัตว์และการทำเกษตร
  •                
  • ประเทศทิเบตเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสำคัญๆหลายสายด้วยกันเพราะว่าทิเบตตั้งอยู่ในบริเวณที่สูงจากระดับน้ำทะเลมากซึ่งแม่น้ำสำคัญในทิเบตมีดังนี้คือ 
  •                
  • แม่น้ำแยงซี หรือ แยงซีเกียง (Yangtze) มีความยาว 6,300 กิโลเมตร มีต้นกำเนิดจากบริเวณตอนเหนือของทิเบต แม่น้ำแยงซีไหลผ่านจีนแผ่นดินใหญ่ไปลงทะเลที่บริเวณเมืองเซี่ยงไฮ้ (Shanghai)
  •                
  • แม่น้ำโขง หรือ แม่โขง (Mekong) แม่น้ำโขงมีความยาว 4,350 กิโลเมตรมีต้นกำเนิดจากบริเวณตอนกลางของทิเบตไหลผ่านจีนทางเมืองคุนหมิง (Kumming) ในมลฑลยูนนาน (Yunnan)
  • แม่น้ำโขงไหลผ่านชายแดนประเทศไทย ลาว ผ่านตอนใต้ของเขมร และไหลลงทะเลจีนใต้บริเวณปากน้ำไซ่ง่อนที่กรุงโฮจิมินห์ของเวียดนาม ในบริเวณสันดรปากแม่น้ำโขงของเวียดนามเป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติอย่างมาก ทั้งในด้านการประมงและการการเกษตรกรรรม
  • แม่น้ำสาละวิน (Salween) เป็นแม่น้ำคู่ขนานกับแม่โขง แม่น้ำสาละวินไหลผ่านประเทศพม่าและไหลลงที่อ่านมะตะบัน หรือเมาะตะมะ (GulF of Mattaban)
  • แม่น้ำพรหมบุตร (Brahmaputra) นั้นมีต้นกำเนิดจากทางตอนใต้ของทิเบตไหลผ่านรัฐอัสสัม (Assam) ของอินเดียผ่านบริเวณชายแดนของภูฏาน ผ่านบังกลาเทศแล้วไหลลงทะเลในบริเวณอ่าวเบงกอล
  • แม่น้ำคงคา (Ganges) มีต้นกำเนิดทางตอนใต้ของทิเบตโดยไหลผ่านอินเดีย ผ่านเมืองพาราณสี (Varanasi) ผ่านเมืองปัตนะ (Patana) ผ่านบังกลาเทศ และไหลลงทะเลที่อ่าวเบงกอล
  • แม่น้ำยมุนา (Yumna) ไหลผ่านบริเวณกรุงเดลี ผ่านเมืองอัคระ (Agra) ไปบรรจบกับแม่น้ำคงคาที่เมืองอัลลาฮาบัด (Allahabad)
  • แม่น้ำสุดเลจ (Sutlej) มีต้นกำเนิดมาจากบริเวณภูเขาไกลาส ไหลผ่านรัฐปัญจาบของอินเดีย ในรัฐปัญจาบของอินเดียนั้นมีความอุดมสบบูรณ์ทางด้านการเกษตรมากเพราะเกษตรกรมีน้ำสำหรับทำการเกษตรได้ดี อินเดียจึงถือว่ารัฐปัญจาบเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ
  • แม่น้ำสินธุ (Indus) ไหลผ่านเมืองดาลัก (Ladakh)  และแคว้นแคชเมียร์ ผ่านปากีสถาน ไหลไปลงทะเลที่อ่าวอามาน (Gulf of Oman)
คลิกวิดีโอ วิวเมืองลาซาถ่ายจากพระราชวังโปตาลา

ภูมิอากาศ
เนื่องจากทิเบตอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก จึงมีปริมาณออกซิเจนในอากาศเบาบางสภาพอากาศทั่วไปในทิเบตมีอุณหภูมิต่ำและเปลี่ยนแปลงง่าย โดยในแต่ละวันอุณหภูมิอาจแตกต่างกันมากประมาณ 25-27 องศาเซลเซียส โดยเฉลี่ยแล้วทิเบตมีอากาศค่อนข้างเย็น และมีฝนตกน้อย ปริมาณออกซิเจนในอากาศเบาบางหากแต่มีแสงแดดจัดจ้า บริเวณที่ราบสูงทิเบตภูมิอากาศเป็นแบเขลมมรสุม อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 7.5 องศาเซลเซียว
ช่วงเวลาที่ควรไปเยือนประเทศทิเบตคือระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน หลักจากนั้นอากาซจะหนาวเย็นไปจนถึงเย็นจัดโดยเฉลี่ยแล้วเมืองลาซากับเมืองชิกัตเซ่อากาศดีกว่าที่อื่น อาจมีฝนตกบ้างเล็กน้อยในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน อุปสรรคด้านภูมิอากาศที่สำคัญคือลมพายุที่รุนแรงมาก เป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับคนชอบไต่เขา
ช่วงที่อากาศหนาวเย็นที่สุดคือช่วงระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ จะมีหิมะตกปกคลุมไปทั่วประเทศ ภัยธรรมชาติที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งคือพายุหิมะที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ บางทีพายุหิมะก็ทำให้ทางขาด ฤดูหนาวของทิเบตได้ชื่อว่าหนาวทารุณที่สุด มีแต่ชาวทิเบตเท่านั้นที่จะทนต่ออากาศที่หนาวเยือกเย็นของที่รายสูงทิเบตได้

เดือนมีนาคมถึงเมษายนนั้นเป็นฤดูร้อนแสงแดดจัดจ้า แต่อากาศที่อบอุ่นขึ้นอาจทำให้หิมะที่ปกคลุมอยู่บนยอดเขาละลายไหลลงมากลายเป็นอันตรายที่เกิดขึ้นฉับพลัน

ศาสนา : ศาสนาพุทธแบบทิเบต ดินแดนทิเบตในอดีตมีความรุ่งเรืองทางพุทธศาสนามาก พุทธศาสนาแบบทิเบตมีเอกลักษณ์เฉพาะคือเป็นการผสมผสานระหว่างพุทธศาสนานิกายมหายานทั้งจากอินเดียและจีน ได้รับอิทธิพลจากพุทธศานานิกายตันตระของอินเดีย จนเกิดเป็นนิกายวัชรยานขึ้น ประชาชนใฝ่ธรรมะ เมื่อมีงานบุญ ประชาชนจะเดินทางไปแสวงบุญแม้จะไกลสักเพียงใด ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เห็นอยู่มากมาย แต่เมื่อตกอยู่ในการปกครองของจีนวัดนับพันแห่งทั่วนครลาซา เหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแห่งในปัจจุบัน จนแทบไม่เหลือความเจริญรุ่งเรืองในอดีต

การเตรียมตัวไปทิเบต

การทำวีซ่าทิเบต ต้องทำผ่านตัวแทนในประเทศจีน โดยการขอวีซ่าเขาทิเบตจะต้องขอผ่านจีนเท่านั้น ทิเบตมีหน่วยงานราชการที่แนะนำและส่งเสริมการท่องเที่ยวทิเบต ชื่อว่า Tibet Tourism Bureau (TTB) กับทั้งยังเป็นหน่วยงานที่ออกหนังสืออนุญาตให้นักท่องเที่ยว (เป็นกรุ๊ปทัวร์) เข้าทิเบตได้ TTB มีสำนักงานต่างประเทศอยู่ที่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู กาฐมาณฑุ และฮ่องกง ผู้ที่จะเดินทางไปทิเบตจะต้องได้รับการยินยอมให้เข้าทิเบตได้จาก Tourism Administration of the Tibet Antonomous Region หรือตัวแทนในต่างประเทศเสียก่อน โดยผู้ทำวีซ่าทิเบตต้องทำวีซ่าจีนให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึีงส่งวีซ่า และ หน้า passport ไปให้ตัวแทนดำเนินการทำวีซ่าทิเบต ต่อไป วีซ่าทิเบตใช้่เวลาทำการอย่างน้อย 3 วันช่วงเทศกาลไฮซีซั่นควรเผื่อเวลาสำหรับทำวีซ่าทิเบตไว้ด้วยคะ

การเตรียมตัวทั่วไป

ทิเบตเป็นดินแดนที่ราบสูง มีอากาศหนาวเย็นโดยเฉพาะในช่วงกลางคืน และยามที่แสงหมด หรือ พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว อากาศจะเย็นลงทันทีดังนั้นควรเตรียมเสื้อกันหนาวแจคเก็ตไว้ตลอดเวลา และ กลางวันมีแดดแรง ควรมีแว่นกันแดด และ ครีมกันแดดทาไว้ด้วยเสมอ อุณหภูมิเฉลี่ยทิเบต ตอนกลางวันอุณหภูมิเฉลี่ย 15-20 องศาเซลเซียส กลางคืนอุณหภูมิประมาณ7-15 องศาเซลเซียส

ประชากร ประชากร เป็นชาวทิเบต ชาวจีน

ข้อควรปฏิบัติสำหรับการอยู่ที่ราบสูง

เนื่องจากทิเบตนั้นตั้งอยู่ที่ระดับความสูงเฉลี่ยเกิน 4,000 เมตรเหนือน้ำทะเล ยิ่งระดับความสูงมากอากาศหรือปริมาณออกซิเจนก็ยิ่งเบาบางลง อาจทำให้เหนื่อยง่าย ปวดศีรษะ ง่วงนอนตลอดเวลา ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นเพียงอาการเริ่มต้นของการแพ้ความกดดันอากาศในที่สูง (Altitude Sickness) เท่านั้น โดยเรียกว่าการป่วยภูเขาแบบเฉียบพลันหรือ Acute Mountain Sickness (AMS) หากอาการหนักๆอาจกเกิดอาการสมองบวมซึ่งอาจถึงตายได้ ดังนั้นจึงควรปฏิบัติตัวดังนี้

  • วันแรกที่เดินทางไปถึงควรพักผ่อนให้มากๆ
  • ดื่มน้ำมากๆ กว่าปกติ ประมาณ 2 เท่า เป็นวันละ 3-4 ลิตร
  • รับประทานอาหารประเภทแป้ง หรือ คาร์โบไฮเดรต ให้น้อยลง ให้รับประทานพวกช็อกโกแลต ลูกอม เพิ่มความสดชื่น
  • งดเครื่องดื่มที่มีัคาเฟอีน และ อัลกอฮอล์
  • งดรับประทานยานอนหลับ หรือ ยาที่ทำให้ง่วง
  • หายใจลึกๆเดินและทำอะไรให้ช้าลง หยุดพักเมื่อเหนื่อยและหัวใจเต้นเร็ว ห้ามฝืนโดยเด็ดขาด
  • หากจำเป็นต้องทานยา Diamox ซึ่งเป็นยาขับปัสสาวะ ลดความดันลูกตา ผลข้างเคียงของยานี้ทำให้ช่วยลดอาการ AMS ได้ แต่ปัญหาคือจะทำให้ปวดปัสสาวะบ่อย โดยต้องทานยาล่วงหน้า 24 ชั่วโมงก่อนเดินทางสู่ที่สูง หรืออาจทานยาหงจิ่งเทียน หรือเกาหยวนอัน ของจีนก็ได้ ยาหงจิ่งเทียนมีทั้งแบบน้ำ บรรจุขวดเล็กๆ รับประทานครั้งละ 1 ขวดเล็กๆ เช้า-เย็น หรือ แบบเม็ด ให้รับประทานเช้า 1 เม็ด และ เย็น 1 เม็ด ขวดหนึ่งมี 30 เม็ด สะดวกในการพกพาคะ ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาในลาซา

โทรศัพท์ และ การติดต่อสื่้อสาร ซิมที่ซื้่อจากทิเบต สามารถใช้โทรภายในทิเบต และ โทรมายังจีน ค่ะ หากต้องการโทรออกต่างประเทศแนะนำให้ใช้จากที่โรงแรม หรือ เปิดโรมมิ่งไปจากเมืองไทย ซึ่งค่าบริการจะมีราคาสูงนาทีละ 40-60 บาท กันเลยทีเดียว

ข้อมูลจาก

1. หนังสือ Horizon : Tibet จักรชัย บุตรศรีคุ้ย สำนักพิมพ์ Centerpoint Entertainment

2. คู่มือนักเดินทางฉบับพกพา ทิเบต จากหนังสือในเครือ เที่ยวรอบโลก

3. wikipidia

รูปทิเบต
รูปซินเจียง เส้นทางสายไทย คานาสือ
รูปซินเจียง เส้นทางสายไทย คานาสือ
รูปซินเจียง เส้นทางสายไทย คานาสือ

ทิเบต

ทิเบต
ทิเบต
ทิเบต
รูปซินเจียง เส้นทางสายไทย คานาสือ
รูปซินเจียง เส้นทางสายไทย คานาสือ
รูปซินเจียง เส้นทางสายไทย คานาสือ
รูปซินเจียง เส้นทางสายไทย คานาสือ
ทะเลสาบยัมดร็อก
ทะเลสาบยัมดร็อก
วิวระหว่างนั่งรถไฟ
วิวระหว่างนั่งรถไฟ
พระราชวังโปตาลา
พระราชวังโปตาลา
ทะเลสาบยัมดร็อก
ทะเลสาบยัมดร็อก
ทะเลสาบนัมโช
ทะเลสาบนัมโซ เดือน พฤษภาคม
ทิเบต
วิวระหว่างทางไปทะเลสาบยัมดร็อก
วิวระหว่างการนั่งรถไฟสายหลังคาโลก
วิวระหว่างการนั่งรถไฟสายหลังคาโลก
รถไฟสายหลังคาโลก
วิวระหว่างทาง จากรถไฟสายหลังคาโลก
ทะเลสาบนัมโช
ทะเลสาบนัมโช
พระราชวังโปตาลา
พระราชวังโปตาลา

รูปโดย ทริปดีดี ดอทคอม

ทริปดีดี Social Network
ทริปดีดี facebooktwitter ทริปดีดีTripDeeDee Youtube

 
ทัวร์จางเจียเจี้ย ทัวร์จางเจียเจี้ย เที่ยวครบสูตร พัก 5 ดาว บินไทยสมาย 6 วัน 5 คืน :
ทัวร์ซีอาน ลั่วหยาง

ทัวร์ซีอาน ลั่วหยาง หยุนไถซาน บินตรง ซีอาน โดยเซิ่นเจิ้นแอร์ไลน์ 6 วัน 5 คืน :

ทัวร์เลห์ ลาดักห์

ทัวรเลห์ ลาดักห์ 9 วัน 7 คืน : 1-9 พ.ค. 60 : 47,900 บาท // 8-16 ก.ค.60 : 49,900 บาท

ทัวร์มะนาลี เลห์

ทัวรเลห์ มะนาลี ลาดักห์ 12 วัน 11 คืน : 11-22 ส.ค. 60 : 58,900 บาท

ทัวร์ทิเบต สิงหาคม 2557

ทัวร์ทิเบต 7 วัน 6 คืน นั่งรถไฟสายหลังคาโลก : 11-17 เม.ย. 60 : 59,900 บาท

ทัวร์ปากีสถาน ตุลาคม ทัวร์ปากีสถาน คาราโครัมไฮเวย์ ทริปถ่ายภาพช่วง Blossom 11 วัน 10 คืน : 24 มี.ค. - 3 เม.ย. 60 / 5-15 เม.ย. 60 / 7-17 เม.ย. 60 : 67,900 บาท ...เปิดจองแล้ว
ทัวร์สิกขิม ทัวรสิกขิม ดาร์จีลลิ่ง 10 วัน 7 คืน : 7-16 เม.ย. 60 : 59,000 บาท
ทัวร์แคชเมียร์ ทัวร์แคชเมียร์ ทัชมาฮาล กุลมาร์ค โซนามาร์ค พาฮาลแกม 8 วัน 7 คืน : 6-13 เม.ย. 60 : 48,900 บาท

ทัวร์เนปาล เนปาล เดือนธันวาคม

ทัวร์เนปาล โพครา Trekking Poonhill 9 วัน 8 คืน : 8-16 ต.ค. 60 : 28,000 บาท

ทัวร์ภูฏาน 5 วัน 4 คืน

ทัวร์ภูฏาณ พาโร ทิมพู ปูนาคา วังดี 5 วัน 4 คืน 10-14 ก.พ.60 : 49,900 บาท // 12-16 เม.ย. 60 : 55,900 บาท ...เปิดจองแล้ว

ทัวร์สังเวชนียสถาน 4 ตำบล

ทัวร์สังเวชนียสถาน 4 ตำบล แสวงบุญอินเดีย เนปาล พุทธคยา พาราณสี กุสินารา สารนาท 8 วัน 7 คืน บิน โดย แอร์อินเดีย(AI)
วันเดินทาง : 46,900 บาท
ทัวร์แคชเมียร์ ทัวร์แคชเมียร์ เจาะลึก กุลมาร์ค พาฮาลแกม เต็มอิ่ม 6 วัน 5 คืน

ทัวร์บาหลี บุโรพุธโธ

ทัวร์บาหลี บุโรพุธโธ เจาะลึกบาหลี 5 วัน 4 คืน
บิน TG :

ทัวร์บาหลี

ทัวร์บาหลี เจาะลึกบาหลี 4 วัน 3 คืน บิน TG :

ทัวร์ตุรกี ปี 2557 ทัวร์ตุรกี บินตรง อิสตันบลู ปามุคคาเล่ คัปปาโดเจีย เดือนธันวาคม 2559
แพคแกจมัลดีฟส์ แพคแกจมัลดีฟส์ บิน ศรีลังกาแอร์ไลน์ UL 4 วัน 2 คืน
เดินทาง ถึง มีนาคม 2559 : เริ่มต้น 35,900 บาท
แพคแกจมัลดีฟส์ บินบางกอกแอร์เวย์ แพคแกจมัลดีฟส์ บิน บางกอกแอร์เวย์ PG 4 วัน 3 คืน
เดินทาง ถึง มีนาคม 2559 : เริ่มต้น 71,900 บาท
ทัวร์ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้

ทัวร์ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ สองเมืองใหญ่สุดคุ้ม 7 วัน 5 คืน เซี่ยงไฮ้ 3 คืน ปักกิ่ง 2 คืน :

ทัวร์ราชาสถาน ทัวร์ราชาสถาน ท่องดินแดนมหาราชา ประเทศอินเดีย เมืองแห่งสีสัน 11 วัน 10 คืน

ทัวร์ภูทับเบิก ภูเรือ เขาค้อ

ทัวร์ 5 ภูเขางาม ภูเรือ ภูทับเบิก ภูหินร่องกล้า เขาค้อ 4 วัน 2 คืน
.

ทัวร์น่าน ดอยเสมอดาว

ทัวร์น่าน ดอยเสมอดาว ดอยภูคา วัดภูมินทร์ 4 วัน 2 คืน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตลอดเดือน ก.พ.

ทัวร์เชียงคาน ภูเรือ 3 วัน 2 คืน

 

ทัวร์อีสานหรรษา ภูเรือ เชียงคาน แก่งคุดคู้ สวนหินผางาม

ทัวร์เชียงราย เชียงใหม่

 

ทัวร์เชียงราย เชียงใหม่ดอยอ่างขาง ภูชี้ฟ้า ดอยตุง สวนส้มฝาง

ทัวร์แม่ฮ่องสอน ดอกบัวตอง

 

ทัวร์แม่ฮ่องสอน ปาย ตลอดเดือน ธ.ค.- ก.พ. ทุก พฤ-อา // ศ-จ.
ทัวร์ขุนแม่ยะ ขุนช่างเคี่ยน ทัวร์ขุนแม่ยะ ขุนช่างเคี่ยน ปาย ชมดอกพญาเสือโคร่ง ปลาย ธ.ค. - ต้น ม.ค. (เดินทาง ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ไม่ต้องลางาน)
ข้อมูลท่องเที่ยวต่างประเทศ

• ท่องเที่ยวลาวเหนือ

• ท่องเที่ยวลาวใต้

• พม่า พุกาม มัณฑะเลย์ อินเล

• เวียดนามกลาง เว้ ดานัง

• เวียดนามเหนือ ฮานอย ซาปา

• เขมร นครวัด นครธม

• สิบสองปันนา

• ข้อมูลมาเลเซีย

• ข้อมูลเกาหลีใต้

• ข้อมูลเนปาล

• เชียงตุง เมืองลา

• แชงกรีล่า ลี่เจียง

• ข้อมูลจางเจียเจี้ย

• ข้อมูลปักกิ่ง

• ข้อมูลเซี่ยงไฮ้

• ข้อมูลซินเจียง

• ข้อมูลจิ่วจ้ายโกว

• ข้อมูลซีอาน เจิ้งโจว

• ข้อมูลอู่ฮั่น บู๊ตึ๊ง

• ข้อมูล กุ้ยหลิน หยางซั่ว หลงเซิ่น

• อินโด บาหลี บุโรพุธโธ

• อินเดีย แคชเมียร์

• อินเดีย เลห์ ลาดัก

• อินเดีย ราชาสถาน

• อินเดีย สังเวชนียสถาน 4 ตำบล

• อินเดีย สิกขิม ดาร์จีลลิ่ง

• ข้อมูล ภูฏาน (Bhutan)

• ข้อมูล ทิเบต (tibet)

• ข้อมูล ตุรกี (Turkey)

• ข้อมูล ปากีสถาน (Pakistan)



ข้อมูลและรูปทิเบต ทัวร์ทิเบต
ข้อมูลท่องเที่ยวเส้นทางสายหลังคาโลก (มีคลิปวีดีโอ)

ข้อมูลท่องเที่ยวทิเบต

โปรแกรมทัวร์ทิเบต จากทริปดีดี ดอทคอม
ทัวร์ทิเบต 8 วัน 7 คืน

TIBET-01 : ทัวร์ทิเบต 7 วัน 6 คืน เจาะลึกทิเบต นั่งรถไฟลอยฟ้า New
วันเดินทาง : 17-23 ตุลาคม 2557 : 57,900 บาท..... เปิดจองแล้ว (ขนาดกรุ๊ป 15 ท่านเท่านั้นคะ)