ทัวร์อินเดียทัวร์เนปาลทัวร์ภูฏานทัวร์จีนทัวร์เวียดนามทัวร์พม่าทัวร์บาหลีทัวร์ลาวทัวร์เขมรทัวร์ทิเบต
ทัวร์เกาหลีทัวร์ญี่ปุ่นทัวร์ฮ่องกง มาเก๊าทัวร์ไต้หวันทัวร์มาเลเซีย สิงคโปร์
ทัวร์แชงกรีล่าทัวร์จิ่วจ้ายโกว หวงหลงทัวร์แคชเมียร์ทัวร์ตุรกีทัวร์ยุโรป
line2
ข้อมูลประเทศตุรกี
ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่อิสตันบูล(Istanbul)


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

อิสตันบูลไม่ใช่เมืองหลวงของตุรกี แต่กลับเป็นนครและเมืองยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยว อิสตันบูลไม่ใช่แค่นครแห่ง 2 ทวีปคือยุโรปและเอเชีย แต่เป็นเมือง 3 จักรวรรดิ เป็นเมืองที่มีทั้งวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก
ในอดีตที่นี่คือนครคอนสแตนติโนเปิลอันเกรียงไกร อาณาจักรโรมันตะวันออกอันยิ่งใหญ่ อาณาจักรไบแซนไทน์ และแม้กระทั้งอาณาจักรออตโดตมันที่รุ่งเรืองไม่แพ้จักรวรรดิไหน อิสตันบูลจึงเป็นเมืองที่ มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

สถานที่ท่องเที่ยว อิสตันบูล            

  • ฮิปโปโดรม (Hippodrome)
    สร้างในสมัยจักรพรรดิเซ็ปติมุส เซเวรุส เป็นสนามอาเรน่าที่ใช้สำหรับการแข่งม้า และกิจกรรมต่างๆสามารถจุผู้คนได้กว่า 100,000 คน ในฮิปโปโดรมมีอนุสาวรีย์เด่นๆสามแห่งคือ                                           
    -เสาโอบีลิสก์ฟาโรหืธุตโมส (Obelisk of Pharaoh Thutmose) ซึ่งคอนคอนสแตนตินมหาราชนำมาจากเมืองคาร์นัคประเทศอียิปในสมัยที่มีการขนย้ายอนุสาวรีย์ต่างๆมาจากอาณาจักรยุคโบราณ
    -เสางู (Serpentine colum) สลักเป็นรูปสามเหลี่ยมตัวกระหวัดรัดพันกันเดิทตั้งอยู่ที่วิหารเทพอพอลโล่แห่งเมืองเดลฟี
    -เสาคอลัมน์คอนสแตนตินที่ 7 (Column of Constantine VII) ตั้งขึ้นในปี ค.ศ.940 แต่ไม่ทราบประวัติที่แน่ชัด
ฮิปโปโดรม (Hippodrome)
ฮิปโปโดรม (Hippodrome)
ฮิปโปโดรม (Hippodrome)
ฮิปโปโดรม (Hippodrome)
คลิปวีดีโอ ฮิปโปโดรม

 

  • พระราชวังบูโคเลียน
    อยู่ทางทิศใต้ของฮิปโปโดรม จักรพรรดิคอนสแตนตินทรงสร้างขึ้นและเป็นศูนย์กลางของไบแซนติอุมในอดีต กล่าวกันว่าต้นไม้ทองคำและนกกลร้องเพลงได้ในนิทานปรัมปราเคยตั้งอยู่ที่นี่ ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวกำแพงเก่าเลียบทะเลมาร์มารา กำแพงบางช่วงชำรุดเสียหายไปในเหตุจลาจลหลายครั้ง และถูกทำลายลงอย่างราบคาบในช่วงที่ชาวละตินบุกเข้ายึดครอง เหลือเพียงร่องรอยกำแพงวังและกรอบหน้าต่างหินอ่อนที่ทำให้รำลึกถึงความโอ่อ่าโอฬารในครั้งอดีต
  • วิหารเซนต์โซเฟีย
    สถาปัตยกรรมไบเซนไทน์ที่โดดเด่นในตัวเมืองคือ อายาโซเฟีย (Hagia Sophia) หรือวิหารเซนต์โซเฟีย (St Sophia) ซึ่งปัจจุบันจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ วิหารแห่งนี้ทำพิธีบวงสรวงเมื่อ ค.ศ. 536 ในสมัยจักรพรรดิจัสติเนียนได้รับการยกย่องเป็นสุดยอดสถาปัตกรรมในยุคนั้นแม้จะสร้างขึ้นเป็นลำดับที่สาม โบสถ์หลังแรกสร้างโดยคอนสแตนตินุส โอรสของจักรพรรดิคอนสแตนตินและเกิดไฟไหม้ ค.ศ. 404 ต่อมาจักรพรรดิธีโอโดซิอุสจึงได้มีบัญชาให้สร้างวิหารหลังที่สองขึ้นใน ค.ศ. 415 แต่ถูกเผาทำลายลงเมื่อ ค.ศ. 532 ในเหตุจลาจลนิคา (Nika)
    วิหารแห่งนี้เกิดจากรังสรรค์ของอันเธนิอุสแห่งทรัสลิส และอีซีโดรุสแห่งมีเลตุส ใช้เวลาสร้างเกือบหกปี ทำพิธีบวงสรวงเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ. 537 และทำซ้ำอีกครั้งใน ค.ศ. 563 หลังการซ่อมแซมยอดโดมที่พังลงเพราะแผ่นดินไหวเสร็จสิ้นลง อาณาเขตจากตะวันออกจรดจะวันตกวัดได้ 101 ฟุต (31 เมตร) จากเหนือจรดใต้ 104 ฟุต (32 เมตร) มีแผ่นหินอ่อนคอยดูดซับและสะท้อนแสงเทียนกับตะเกียงนับพันดวง ภายในจึงสว่างไสวจนถูกเรือเดินทะเลถือเป็นประภาคาร แต่ไฟจากดวงเทียนเหล่านี้ก็อาจเป็นต้นเพลิงที่เผาผลาญวิหารหลังเดิมและบ้านเรือนในเมืองไปเป็นจำนวนมากเช่นกัน
    ที่ตั้งบัลลังก์จักรพรรดิถือเป็นศูนย์กลางจักรวาลตามโบราณราชประเพณี ในห้องนี้ “เสารักษาโรค” (Sweating Column) ต้นหนึ่ง กล่าวกันว่าสามารถรักษาโรคไมเกรนของจักรพรรดิจัสติเนียนได้เมื่อพระองค์แนบพระเศียรกับเสาต้นนี้ จึงเกิดความเชื่อว่าเสาแต่ละต้นในวิหารสามารถรักษาโรคได้ด้วยการสัมผัส แต่เมื่อถูกลูบคลำหลายศตวรรษเข้า เนื้อเสาก็สึกเว้าเข้าไปปัจจุบันมีการนำทองเหลืองมากรุเป็นกรอบและเรียกรอยเว้านี้ว่า “หลุมศักดิ์สิทธิ์”
    จักรพรรดิจัสติเนียนทรงตกแต่งวิหารด้วยภาพโมเสก จักรพรรดิรุ่นหลังๆทรงเพิ่มภาพงามๆเข้าไปไม้น้อย แต่ก็ถูกพวกต่อต้านการบูชารูปเคารพทำลายลงใน ค.ศ. 729 และ 843 ภาพโมเสกที่เหลือรอดมาถึงปัจจุบันถูกลงบันทึกเอาไว้ในสมัยหลัง และได้รับการปกป้องให้พ้นจากเงื้อมมือของชาวมุสลิมที่เข้ามายึดครองด้วยการทาน้ำปูนขาวปิดทำไว้ มาถูกค้นพบอีกครั้งเมื่ออาตาตุร์คทำการบูรณะวิหารในทศวรรษ 1930 เพื่อจัดทำเป็นพิพิธภัณ์สำหรับอนุชนรุ่นหลัง

ภาพโมเสกชั้นล่างส่วนใหญ่มีสีทึมๆ มีแสงไฟสลัว จึงจำเป็นต้องใช้กล่องที่มีกำลังขยายภาพสูงส่องดู ภาพโมเสกบนผนังด้านตะวันออกของระเบียงทิศใต้เข้าไปดูได้ง่ายกว่า มีภาพของพระเยซู, จอห์นผู้ล้างบาปและพระแม่มาเรีย ภาพพิเศษที่ไม่ควรพลาดชมอยู่ที่มุขปลายสุด เป็นภาพจักรพรรดินีโซและพระสวามี คอนสแตนตินที่ 9 โมโนมาคุส ถัดขึ้นไปมีภาพอดีตพระสวามี โรมานุส ที่เคยเป็นคนเลี้ยงม้าผู้ล่อลวงสาวแก่วัย 50 อย่างจักรพรรดินีโซได้สำเร็จและหาทางเสือกไสให้ไป แต่แผนการก็ล้มเหลว พระองค์ต้องสูญเสียทั้งบัลลังก์และชีวิต ส่วนภาพผู้ใจบุญ (Donor mosaic) เป็นภาพจักรพรรดิคอนสแตนตินและจัสติเนียนถวายนครอิสตันบูลและวิหารเซนต์โซเฟียบูชาพระแม่และพระกุมารประดับอยู่เหนือประตูทางออก

วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
คลิปวีดีโอ วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
วิหารเซนต์โซเฟีย
ภายในวิหารเซนต์โซเฟีย

รูปโดย TripDeeDee.com

  • อ่างเก็บน้ำใต้ดิน อ่างเก็บน้ำที่ตั้งอยู่ตรงข้ามวิหารเซนต์โซเฟียในแนวเฉียง ทางเหนือของต้นถนนดีวานโยลู (Divan Yolu) หรือถนนจักรพรรดิคือ อ่างเก็บน้ำใต้ดิน (Basilica Cistern)
  • ที่น่าพิศวงประกอบด้วยเสาร์คอลัมน์ 336 ต้น สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 532 ในสมัยจักรพรรดิจัสติเนียนเพื่อกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในพระราชวัง ต่อมาใช้เป็นที่ทิ้งขยะและซากศพ แต่ปัจจุบันได้รับการบูรณะจนให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากเมื่อก่อน เพราะสภาพภายในที่สะอาดเรียบร้อย มีทางเดินทะลุไปทั่ว เสียงลมพัดผ่านท่อดังอยู่หวิวๆท่ามกลางแสงไฟสลัว อ่างเก็บน้ำนี้มีเสน่ห์มนต์ขลังอยู่ในตัวควรค่าแก่การเที่ยวชม
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
คลิปวีดีโอ อ่างเก็บน้ำใต้ดินที่อิสตันบูล
รูปตุรกี
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน

 

  • พระราชวังทอปคาปิ
    เหล่าผู้รู้ลงความเห็นว่าการที่เติร์กพิชิตกรุงคอนสแตนติโนเปิลซึ่งเป็นกรุงโรมแห่งที่สองลงได้ ทำให้สุลต่านอาห์เมตคิดว่าพระองค์ทรงเป็นผู้นำของระเบียบโลกใหม่ที่กำเนิดขึ้นจากแรงผลักดันของศาสนาอิสลาม ทรงเป็นทายาทสอบทอดดินแดนและความภักดีจากกรุงคอนสแตนติโนเปิลและกรุงโรมเก่า จริงๆแล้วประวัติศาสตร์ออตโตมันก็มีอยู่หลายช่วงที่กล่าวถึงความสำเร็จในการขยายอำนาจและอาณาเขตออกไปจรดพรมแดนเก่าของกรุงโรมตะวันตกและทะเลเมติเตอร์เรเนียน (ยกเว้น อิตาลี ฝรั่งเศส และสเปน) ทางเหนือและตะวันออกครอบคลุมดินแดนเปอร์เซีย ซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตเก่าของโรมและจักรวรรดิไบเซนไทน์
    พระราชวังทอปคาปิ (Topkapi Palace) ศูนย์กลางของจักรววรดิอันไพศาลเป็นที่เกิดของเรื่องราวต่างๆทั้งที่ดีงามและชั่วช้าสามานย์ตลอดช่วง 500 ปีของยุคออตโตมัน จวบจนมีการสร้างพระราชวังโดลมาบาห์เชขึ้นที่ฝั่งช่องแคบบอสฟอรัสในกลางศตวรรษที่ 19
    สุลต่านเมห์เมตสร้างพระราชวังนี้ขึ้นบนเนินลูกแรกของอิสตันบูล เหนือจุดบรรจบของช่องแคบบอสฟอรัส ทะเลสาบโกลเด้นฮอร์น และทะเลทาร์มารา โครงสร้างพระราชวังเหยียดตัวในแนวยาว เป็นศูนย์รวมความเป็นเลิศแต่ไร้ซึ่งความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรม สุลต่านแต่ละรุ่นต่างต่อเติมวังออกไปตามความจำเป็น แต่อัคคีภัยที่เกิดขึ้นถึงสี่ครั้งได้ทำลายเอกภาพทางสถาปัตยกรรมลงจนเกือบหมด
    หมู่อาคารเดิมในสมัยสุลต่านอาห์เมตได้แก่ ราห์ต ฮาซีเนซี (Raht Hazinesi) หรืออาคารพระคลังมหาสมบัติ (พระราชวังเดิม) กำแพงชั้นนอก-ชั้นใน และชีนีลีเคิชค์หรือพระตำหนักกระเบื้องปัจจุบันจัดทำเป็น พิพิธภัณฑ์พอร์ซเลนแห่งตุรกี (Museum of Turkish Porcelains)
    พระราชวังทอปคาปีแบ่งเป็นสามส่วนคือ พระราชวังชั้นนอก หรือ บีรูน (Birun) พระราชวังชั้นใน หรือ เอนเดรูน (Enderun) และฮาเร็ม (Harem) แต่ละส่วนแบ่งเป็นอัฟลู (avlu) หรือลานกว้างที่มีประตูเชื่อมอีกหลายชั้น ภายในอาณาเขตพระราชวังทอปคาปีมีคนทำงานและอาศัยอยู่กว่า 5,000 คน จึงมีสภาพเป็นเมืองที่ซ้อนอยู่ในเมืองอย่างแท้จริง ภายในแน่นขนัดไปด้วยอาคารที่พักของช่างฝีมือหลวง คนสวน และทหารยามมีเครื่องแบบต่างสีสันกันไปเพื่อให้ง่ายต่อการแยกแยะจดจำ ตัวพระราชวังทอปคาปีนั้นได้รับการตกแต่งอย่างวิลิศมาหราในยุคที่รุ่งเรืองถึงขีดสุด
    นอกจากมัสยิดและโรงอาบน้ำ พระราชวังทอปคาปียังมีสวนสัตว์ที่มีทั้งสิงโต ช้าง หมี และของขวัญากประมุขต่างแดนอีกมากมาย แม้เนื้อที่ของวังจะลดลงมาก (สมัยก่อนแผ่ขยายไปถึงทะเลมาร์มารา สถานีรถไฟซีร์เคจี และสวนกุลฮาเน) แต่ก็ยังมีอาณาเขตกว้างขวางอย่างยิ่งอยู่ดี คุณควรใช้เวลาหนึ่งวันเต็มเที่ยวชม และหากสนใจเป็นพิเศษก็ควรกลับมาเก็บรายละเอียดในครั้งต่อๆไป
    ในบริเวณพระราชวังมีน้ำพุหินอ่อนแบบร็อคโกโกสร้างในปี 1728 เพื่อฉลองครบ 50 ปีของสุลต่านอาห์เมตที่ 3 ตั้งอยู่ทางขวาของประตูบับ-เออ-ฮุมายุน หรือ ประตูจักรพรรดิ สร้างโดยสุลต่านอาห์เมตเมื่อปี 1478 เปิดออกสู่ลานชั้นแรก ในอดีตเป็นที่ตั้งกองบัญชาการใหญ่ของทหารเยนีเซรีและองครักษ์เพรเตอร์แห่งจักรวรรดิออตโตมันปัจจุบันเป็นท่าจอดรถประจำทาง ถ้าคุณผ่านเข้ามาทางซ้ายมือจะพบ โบสถ์เซนต์เอรีน โปสถ์ไบแซนไทน์ที่เก่าแก่ที่สุดในอิสตันบูล ปัจจุบันทางการใช้เป็นคลังสรรพาวุธ จะเปิดให้ชมเฉพาะเมื่อใช้จัดแสดงคอนเสิร์ตในงานเทศกาลประจำปีของนครอิสตันบูล
    ประตูชั้นสองคือ บับ-อุ-เซลาม หรือ ประตูถวายคารวะ เป็นทางเข้าพระราชวังโดยตรง สร้างในสมัยสุลต่านสุเลย์มานสไตล์กึ่งยุโรปซึ่งรับมาเมื่อครั้งเสด็จไปทำศึกในแหลมบอลข่านและในยุโรปกลาง สุลต่านทรงม้าผ่านประตูนี้ได้เพียงผู้เดียวคนอื่นๆต้องลงจากหลังม้า อาจเพื่อเตือนสติว่าคนทั้งปวงพึงคุกเข่าแสดงคารวะต่อองค์ประมุข ที่ด้านนอกติดกับประตูมีบ่อน้ำพุสำหรับให้เพชฌฆาตใช้ชะล้างคราบเลือดบนขวานหลังจากประหารชีวิตนักโทษเสร็จเรียบร้อย มีชื่อว่า น้ำพุเพชฌฆาต
    ฮาเร็ม : ภายในกำแพงพระราชวัง ฮาเร็มหรือเขตต้องห้ามสามารถกระตุ้นความสนใจใคร่รู้ได้มากที่สุด เพราะที่ซึ่งพระราชมารดา เหล่าชายา นางระบำ และโอรสธิดาของสุลต่านใช้ชีวิตอยู่โดยตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง บุรุษที่สามารถเข้านอกออกในได้มีเพียงบรรดาเจ้าชายและทาสยูนุคผิวดำ (ใช้สีเสื้อผ้าเป็นรหัสในการแยกแยะ) ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินพนักงานซุลฟุลุตาจีลาร์ หรือ “พนักงานดับเพลิงผมลอน” จะเข้ามาปฏิบัติงาน แต่ต้องสวมเสื้อคลุมคอตั้งสูงกว่าปกติเพื่อป้องกันไม่ให้ลอบดูพวกนางใน
    แต่ฮาเร็มไม่ใช่อาณาจักรแห่งโลกีย์กามและความชั่วช้าสามานย์อย่างที่หลายๆคนเข้าใจ วาลีเดสุลต่านพระราชมารดาของสุลต่านเป็นราชินีผู้ทรงสิทธิ์ขาดของอาณาจักรฝ่ายใน รองลงมาคือพระชายาตามกฎหมาย (บทบัญญัติทางศาสนากำหนดให้มีได้ไม่เกินสี่คน) ซึ่งทรงให้กำเนิดโอรสธิดาแก่สุลต่าน ผู้คอยควบคุมดูแล พี่เลี้ยงนางนม นางสนม คนโปรด และบรรดาบ่าวทาส
    การมีสัมพันธ์กับสุลต่านไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดาบาทบริจาริกาแต่ละนางจะต้องผ่านการอาบน้ำชำระกายและตระเตรียมอย่างพิถีพิถันก่อนถูกนำขึ้นถวายงานต้องมีการจดบันทึกวันเวลาที่แน่นอนเอาไว้และเมื่อตั้งครรภ์ต้องจดบันทึกอีก หากให้กำเนิดโอรสก้จะได้เลื่อนฐานะเป็น ฮาเซคีสุลต่าน แต่พระประสงค์ขององค์สุลต่านที่ต้องการเลือกนางสนมใช่ขะขัดขืนไม่ได้เสมอไปเพราะมี นางสนมบางรายที่ปฏิเสธไม่ยอมตาม แต่ก็ยังมีชีวิตรอดมาเล่าเหตุการณ์ให้คนอื่นๆได้รับรู้
    ห้องหับในฮาเร็มมีอยู่กว่า 300 ห้อง แม้จะเปิดให้ชมเพียง 30 ห้องก็พอจะช่วยให้สำเหนียกถึงชีวิตอันเงียบเหงาโดดเดี่ยวในวังหลวงที่มีรั้วรอบขอบชิดนี้แล้ว บริเวณที่น่าสนใจคือ เวลีอาห์ต ดาอีเรซี หรือ กรงทอง เป็นที่พำนักของรัชทายาทซึ่งใช้ชีวิตสำเริงสำราญได้ไร้ขอบเขตเพื่อเตรียมก้าวขึ้นรับตำแหน่งอันทรงอำนาจสูงสุด สมัยก่อนเจ้าชายหนุ่มจะถูกส่งตัวไปยังหัวเมืองต่างๆกับข้าราชบริพารผู้จงรักภักดีเพื่อหาความรู้ด้านการปกครองใส่ตัว แต่ต่อมาธรรมเนียมปฏิบัตินี้กลับถูกยกเลิกไปประมุขรุ่นหลังๆจึงอ่อนแอไม่ทรงปรีชาสามารถ จึงมักถูกความริษยาและเล่ห์เหลี่ยมกลอุบายในฮาเร็มชักนำได้ง่าย
    เอนเดรูน : บับ-อุส-ซาเดต หรือประตูสุขเกษม เป็นทางผ่านสู่พระราชวังชั้นใน นอกจากสุลต่านแล้วก็มีแต่ราชองครักษ์ที่ใช้เข้าออกได้โดยไม่ต้องรอพระบรมราชานุญาต ที่นี่เป็นที่จัดงานเทศกาลนานาชาติของนครอิสตันบูลในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมของทุกปี ตลอดจนจัดแสดงผลงานของโมสาร์ทที่ชื่อว่า Abduction from the Seraglio เมื่อผ่านปรูเข้ามาจะพบกับ อาร์ซ โอดาสึ หรือห้องถวายฏีกา ซึ่งแกรนด์วิเซียร์ใช้ศึกษาอรรถคดีความต่างๆทั้งเก่าและใหม่ ก่อนจะนำคำติดสินขึ้นทูลเกล้าถวายองค์สุลต่านเพื่อให้ทรงวินิจฉัย
    ด้านขวาคือ อาคารพระคลังมหาสมบัติ เดิมเป็นพระราชวังที่ประทับขององค์สุลต่านเมห์เมตผู้พิชิต ปัจจุบันใช้จัดแสดงสมบัติล้ำค่าที่ต่างชาตินำมาถวายเป็นเครื่องบรรณาการ และงานศิลปะที่เอห์-ลิ-ฮีเรฟ หรือช่างหลวงในราชสำนักสร้างสรรค์ขึ้น ด้านซ้ายของลานกว้างเป็นหมู่ห้องหับต่างๆ ปัจจุบันใช้เก็บรักษาพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ หรือข้างของต่างๆที่อ้างกันว่าเป็นของพระศาสดามะหะหมัดและมิตรสหายตั้งดาบจนถึงหนวดเครา
    สิ่งที่ชาวมุสลิมนับถือบูชาที่สุดคือ ฮึร์คา-เออ ซาเดต หรือหิ้งศักดิ์สิทธิ์เหนือเตาผิง เป็นหัวใจของพิธีสุสานที่จะจัดขึ้นหลังการถือศีลอดในเดือนรอมฏอน (Ramadan) ในยุคออตโตมันเรืองอำนาจ ในบรรดาข้าวของทั้งหมดที่จัดแสดงเอาไว้ ชิ้นที่น่าแคลงใจที่สุดคือจดหมายหนังสัตว์ส่งถึงประมุขเผ่าคอปต์ (Copt) แห่งอียิปต์ ลงพระนามของพระศาสดาพยากรณ์มะหะหมัด แต่ชาวมุสลิมยืนยันว่าพระองค์ทรงไม่รู้หนังสือ อาคารทางด้านหลังของลานกว้างใช้เก็บรักษาภาพเหมือนและภาพย่อส่วนของพระราชวังทอปคาปิ นับแหล่งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับชีวิตของราชนิกูลออตโตมันในวัยเยาว์
    ลายชั้นสี่มีทางเดินแคบๆ เชื่อมต่อกับลานชั้นสามสภาพภายในคล้ายเขตที่อยู่อาศัยมาก ประกอบด้วยพระตำหนักต่างๆมองออกไปเห็นทิวทัศน์ของช่องแคบบอสฟอรัสและทะเลสาบโกลเด้นฮอร์น ทั้งพระตำหนักแบกแดดที่งามจนน่าพิศวงซึ่งสร้างขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะที่ออตโตมันมีเหนือกรุงแบกแดด อีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ ซุนเน็ต โอดาสึ หรือห้องประกอบพิธีสุหนัตซึ่งสุลต่านอิบราฮิมทรงสร้างขึ้นในปี 1640 อาจสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับตัณหาราคะของพระองค์เองพระองค์ทรงไร้สมรรถภาพอยู่หลายปี แต่ในที่สุดก็ทรงค้นพบวิธีการของพระองค์เองโดยเฉพาะ และทรงใช้ช่วงหลายปีสุดท้ายสำเริงสำราญอยู่กับกามโลกีย์
    ชั้นล่างของ พระตำหนักเมจีดีเย ซึ่งสุลต่านอับดุลเมจีต (Abdul Mecit : ค.ศ. 1839-1861) ทรงสร้างขึ้นนั้นปัจจุบันกลายเป็นภัตตาคารอาหารตุรกีที่มีชื่อ เหมาะที่จะหยุดพักชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามของช่องแคบบอสฟอรัสและทะเลมาร์มาราแม้จะมีคนค่อนข้างแน่น พื้นที่ส่วนสุดท้ายของพระราชวังอยู่นอกกำแพงชั้นใน ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์สามหลังเรียงรายจากประตูชั้นกลางลงมาตามเนินเขา เริ่มจากพิพิธภัณฑ์ตะวันออกโบราณ (Museum of the Ancient Orient) โดยสร้างเลียนแบบทำนองเดียวกันกับพิพิธภัณฑ์ในอังการา, พิพิธภัณฑ์โบราณคดี และชีนีลีเคิชด์หรือพระตำหนักกระเบื้องอันเป็นที่เก็บรักษาศิลปะวัตถุของตะวันออกกลางและกรีก-โรมันงามๆมากมาย รวมถึงอัญมณีน้ำงามจากรุงทรอย ภายในเขตพระตำหนักมีบรรยากาศรื่นรมย์ของสวนน้ำชา นับเป็นตัวอย่างศิลปะเครื่องกระเบื้องประดับชั้นเลิศของตุรกี
  • มัสยิดสุลต่านอาห์เมตที่ 1 (Sultan Ahmet I)
    มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าบลูมอสก์ (Blue Mosque) ซึ่งเรียกตามสีกระเบื้องอิซนิคบนกำแพงชั้นใน ตัวมัสยิดหันหน้าเข้าหาวิหารเซนต์โซเฟีย ด้านตรงข้ามกับจัสตุรัสสุลต่านอาห์เมต (ที่นี่เป็นจุดเด่นในงานแสดงแสงสีที่เรียบง่ายแต่สวยงามในค่ำคืนของช่วงฤดูร้อน) สร้างขึ้นในช่วงปี1609 และ 1616 โดยศิษย์สถาปนิกเอกซีนานชื่อ เมห์เมต อาอา ซึ่งต้องการแสดงให้โลกรู้ว่าเขามีความสามารถเหนืออาจารย์และสถาปนิกที่สร้างวิหารเซนต์โซเฟีย แม้ผลงานของเขาจะมีส่วนคล้ายกับวิหารนี้อยู่มาก
    แม้ว่าความสำเร็จของเขาจะยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่หากทว่ามัสยิดนี้ก็นับเป็นการสร้างสรรค์ที่น่าประทับใจยิ่ง มีหน้าต่างทั้งสิ้น 260 บาน หอมินาเร็ตหกหลังโรงเรียนสอนศาสนา โรงพยาบาล ที่พักแรมของขบวนคาราวาน และโรงครัวต้มน้ำซุป (เรียกว่าคุลลีเย หรือ “ศูนย์กลางชีวิตที่สมบูรณ์แบบ” ของอิสลาม) น่าเสียดายที่สุลต่านอาห์เมตได้เสพสุขจากผลงานของเขาเพียงปีเดียวก่อนสิ้นพระชนม์ลงด้วยวัยเพียง 27 พรรษา ปัจจุบันด้านหลังของมัสยิดมีพิพิธภัณฑ์คิลิมและพรมตุรกีตั้งอยู่
มัสยิดสุลต่านอาห์เมตที่ 1 (Sultan Ahmet I)
มัสยิดสุลต่านอาห์เมตที่ 1 (Sultan Ahmet I)
คลิปวีดีโอ มัสยิดสีน้ำเงิน (Blue Mosque)
มัสยิดสุลต่านอาห์เมตที่ 1 (Sultan Ahmet I)
มัสยิดสุลต่านอาห์เมตที่ 1 (Sultan Ahmet I)
มัสยิดสุลต่านอาห์เมตที่ 1 (Sultan Ahmet I)
มัสยิดสุลต่านอาห์เมตที่ 1 (Sultan Ahmet I)
มัสยิดสุลต่านอาห์เมตที่ 1 (Sultan Ahmet I)
มัสยิดสุลต่านอาห์เมตที่ 1 (Sultan Ahmet I)
  • ตลาดบาซาร์ ในอดีตถนนดีวานโยลูเป็นถนนสายเอกที่วีเชียร์และพาซาหลายยุคสมัยเคยเหยียบย่ำผ่านไป ปัจจุบันแน่นขนัดผ่านไปด้วยโรงแรมเล็กๆกับร้านอาหารที่มีราคาไม่แพงมากนักที่มีชื่อมากคือร้านพุดดิ้งช็อป ถัดไปทางตะวันตกหลายช่วงตึก ถนนดีวานโยลูจะเปลี่ยนชื่อเป็นถนนเยนึเซรีซึ่งตัดผ่านย่านประวัติศาสตร์ของนครอิสตันบูล
    ปลายถนนนี้จะไปสิ้นสุดลงที่ จัตุรัสเบยาซึต และปากทางเข้าตลาดจาพาลึชาร์ซึ หรือ แกรนด์บาซ่าร์ในร่ม สมัยก่อนเป็นศูนย์กลางการค้า ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเพราะสามารถเลือกซื้อพรม ข้าวของจุกจิกและเสื้อผ้าได้ในสนนราคาที่หลากหลายตามอารมณ์ของพ่อค้าและความสามารถในการต่อรองราคาของลุกค้า
  • พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabachce palace)
    สุดปลายถนนอีเนอนุจากทัคซิมมาถึงบอสฟอรัสคือ พระราชวังโดลมาบาห์เชที่แลดูงดงามอย่างประหลาด ซึ่งสร้างโดยสุลต่านอับดุลเมจีดใรช่วงศตวรรษที่ 19 เพื่อประชันกับทางยุโรป
    การสร้างพระราชวังโดลมาบาห์เชต้องสิ้นเปลืองทองไปหลายตันทำให้จักรวรรดิต้องล้มละลาย  พอสร้างเสร็จได้ไม่นานสุลต่านก็สิ้นพระชนม์ พระอนุชาอับดุลอาซีสทรงขึ้นครองราชย์ต่อแต่ไม่ทรงโปรดที่นี่ จึงมีบัญชาให้สร้างพระราชวังที่ประทับขึ้นใหม่ที่อีกฟากหนึ่งของช่องแคบบอสฟอรัสคือพระราชวังเบย์แลร์เบย์ โดยไม่สนพระทัยว่าเงินในท้องพระคลังไม่มีเหลืออีกแล้ว แม้โดลมาบาห์เชจะมีพรมและงานศิลปะงามๆอยู่ไม่น้อย แต่ตัวพระราชวังมักให้ความรู้สึกว่าเป็นการสิ้นเปลืองเงินแผ่นดินโดยใช่เหตุ ทั้งยังสะท้อนรสนิยมที่ไม่ดีอีกด้วย แต่นั่นอาจเป็นการมองแบบใจแคบไปบ้าง การที่เมห์เมตที่ 6 ทรงตัดสินพระทัยละทิ้งราชบัลลังก์ไปนั้นหาใช่เพราะถูกคณะผู้รักชาติภายใต้การนำของอาตาตุร์คข่มขู่คุกคามไม่ แต่ทรงปริวิตกว่าจะต้องใช้พระชนม์ชีพที่เหลืออยู่ ณ พระราชวังโดลมาบาห์เชที่วกวนและฉูดฉาดบาดตาแห่งนี้ต่างหาก
รูปตุรกี
พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabachce palace)
รูปตุรกี
พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabachce palace)
รูปตุรกี
พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabachce palace)
คลิปวีดีโอ พระราชวังโดลมาบาห์เช
รูปตุรกี
พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabachce palace)
รูปตุรกี
พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabachce palace)

รูปโดย www.TripDeeDee.Com

ทริปดีดี Social Network
ทริปดีดี facebooktwitter ทริปดีดีTripDeeDee Youtube

ทัวร์เวียดนามใต้ ดาลัด มุยเน่

ทัวร์เวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ : 31 ธ.ค. 57- 4 ม.ค. 58 ราคา 21,900 บาท

ทัวร์เวียดนามเหนือ ซาปา

ทัวร์เวียดนามเหนือ ฮานอย ฮาลอง ซาปา : 31 ธ.ค. 57- 4 ม.ค. 58 ราคา 21,900 บาท
ทัวร์คานาสือ ซินเจียง 2557 ทัวร์ซินเจียง คานาสือ อูรูมูฉีหมู่บ้านเค๋อมู่ ทะเลทรายไป๋ซาซาน แพะเมืองพี ธารห้าสี คาลาม่าอี้ ช่วงเวลาใบไม้เปลี่ยนสี 7 วัน 6 คืน วันเดินทาง :
ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ง๊อไบ เล่อซาน เฉินตู ทะเลสาบเตี๋ยซี อุทยานจิ่วจ้ายโกว โชว์ทิเบต หวงหลง เม่าเสี้ยน ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า โชว์เสฉวน โดยการบินไทย TG 8 วัน 7 คืน : 22-29 ตุลาคม 57 : 49,900 บาท
ทัวร์แชงกรีล่า 2555 ทัวร์แชงกรีล่า ต้าลี่ ลี่เจียง โดย การบินไทย TG + MU : 18-23 ต.ค. 57 : ราคา 38,900 บาท
ทัวร์จางเจียเจี้ย สงกรานต์ 2556 ทัวร์ซีอาน ลั่วหยาง บินตรง ซีอาน โดยแอร์เอเชีย 5 วัน 4 คืน
27 - 31 ธ.ค. 57 : ราคา 31,900
ทัวร์ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้

ทัวร์ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ สองเมืองใหญ่สุดคุ้ม 7 วัน 5 คืน เซี่ยงไฮ้ 3 คืน ปักกิ่ง 2 คืน : 17-23 ต.ค. 57: 35,900 บาท

ทัวร์ทิเบต เดือนเมษายน 2556 ทัวร์ทิเบต 7 วัน 6 คืน นั่งรถไฟสายหลังคาโลก 17-23 ต.ค.57 : 57,900 บาท

ทัวร์ภูฏาน 5 วัน 4 คืน

ทัวร์ภูฏาณ พาโร ทิมพู ปูนาคา วังดี 5 วัน 4 คืน
22-26 ต.ค. 57 : 55,900 // 28 ธ.ค. - 1 ม.ค. 58 : 57,900

ทัวร์สังเวชนียสถาน 4 ตำบล

ทัวร์สังเวชนียสถาน 4 ตำบล โดย Jet Airways 8 วัน 6 คืน 27 ธ.ค. - 3 ม.ค. 58 : 47,900 บาท
ทัวร์แคชเมียร์ ทัวร์แคชเมียร์ เจาะลึก โซนามาร์ก กุลมาร์ค พาฮาลแกม เต็มอิ่ม 7 วัน 6 คืน : 18-24 ตุลาคม 2557 : 42,900
ทัวร์ราชาสถาน ทัวร์ราชาสถาน ท่องดินแดนมหาราชา ประเทศอินเดีย เมืองแห่งสีสัน 11 วัน 10 คืน 4-14 ธ.ค. 57 : 59,900 บาท

ทัวร์สิกขิม

ทัวร์สิกขิม ลาชุง ฉางโก ดาร์จีลลิ่ง เต็มอิ่ม 9 วัน 7 คืน : 5-13 ธ.ค. 57 : 47,900 บาท

ทัวร์เนปาล เนปาล เดือนธันวาคม

ทัวร์เนปาล โพครา ปักตะปูร์ ธุลิเขล เจาะลึก 5 วัน 4 คืน
บิน TG :
23-27 ต.ค. 57 // 5-9 ธ.ค. 57 // 28 ธ.ค.- 1 ม.ค. 58 // 31 ธ.ค. - 4 ม.ค. 58 : ราคา 41,900 บาท

ทัวร์ปากีสถาน ตุลาคม

ทัวร์ปากีสถาน คาราโครัมไฮเวย์ ทริปถ่ายภาพช่วง ใบไม้เปลี่ยนสี 12 วัน 10 คืน : 17 - 27 ต.ค. 57 : ราคา 66,900 บาท

ทัวร์บาหลี

ทัวร์บาหลี เจาะลึกบาหลี 4 วัน 3 คืน บิน TG 22-25 ต.ค. 57 : 30,900 // 5-9 ธ.ค. 57 : 30,900 // 28-31 ธ.ค. 57 : 33,900

ทัวร์บาหลี บุโรพุธโธ

ทัวร์บาหลี บุโรพุธโธ เจาะลึกบาหลี 5 วัน 4 คืน
บิน TG :

ทัวร์ตุรกี ปี 2557 ทัวร์ตุรกี ทริปถ่ายภาพ 19-29 กันยายน 2557 ท่านละ 76,900
ทัวร์ตุรกี ปี 2557 ทัวร์ตุรกี บินตรง อิสตันบลู ปามุคคาเล่ คัปปาโดเจีย เดือนธันวาคม 2556-2557

ทัวร์ภูทับเบิก ภูเรือ เขาค้อ

ทัวร์ 5 ภูเขางาม ภูเรือ ภูทับเบิก ภูหินร่องกล้า เขาค้อ 4 วัน 2 คืน
.

ทัวร์น่าน ดอยเสมอดาว

ทัวร์น่าน ดอยเสมอดาว ดอยภูคา วัดภูมินทร์ 4 วัน 2 คืน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตลอดเดือน ก.พ.

ทัวร์เชียงคาน ภูเรือ 3 วัน 2 คืน

 

ทัวร์อีสานหรรษา ภูเรือ เชียงคาน แก่งคุดคู้ สวนหินผางาม

ทัวร์เชียงราย เชียงใหม่

 

ทัวร์เชียงราย เชียงใหม่ ดอยอ่างขาง ภูชี้ฟ้า ดอยตุง สวนส้มฝาง

ทัวร์แม่ฮ่องสอน ดอกบัวตอง

 

ทัวร์แม่ฮ่องสอน ปาย ตลอดเดือน ธ.ค.- ก.พ. ทุก พฤ-อา // ศ-จ.
ทัวร์ขุนแม่ยะ ขุนช่างเคี่ยน ทัวร์ขุนแม่ยะ ขุนช่างเคี่ยน ปาย ชมดอกพญาเสือโคร่ง ปลาย ธ.ค. - ต้น ม.ค. (เดินทาง ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ไม่ต้องลางาน)
ข้อมูลท่องเที่ยวต่างประเทศ

• ท่องเที่ยวลาวเหนือ

• ท่องเที่ยวลาวใต้

• พม่า พุกาม มัณฑะเลย์ อินเล

• เวียดนามกลาง เว้ ดานัง

• เวียดนามเหนือ ฮานอย ซาปา

• เขมร นครวัด นครธม

• สิบสองปันนา

• ข้อมูลมาเลเซีย

• ข้อมูลเกาหลีใต้

• ข้อมูลเนปาล

• เชียงตุง เมืองลา

• แชงกรีล่า ลี่เจียง

• ข้อมูลจางเจียเจี้ย

• ข้อมูลปักกิ่ง

• ข้อมูลเซี่ยงไฮ้

• ข้อมูลซินเจียง

• ข้อมูลจิ่วจ้ายโกว

• ข้อมูลซีอาน เจิ้งโจว

• ข้อมูลอู่ฮั่น บู๊ตึ๊ง

• ข้อมูล กุ้ยหลิน หยางซั่ว หลงเซิ่น

• อินโด บาหลี บุโรพุธโธ

• อินเดีย แคชเมียร์

• อินเดีย เลห์ ลาดัก

• อินเดีย ราชาสถาน

• อินเดีย สังเวชนียสถาน 4 ตำบล

• อินเดีย สิกขิม ดาร์จีลลิ่ง

• ข้อมูล ภูฏาน (Bhutan)

• ข้อมูล ทิเบต (tibet)

• ข้อมูล ตุรกี (Turkey)

• ข้อมูล ปากีสถาน (Pakistan)



ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศตุรกี

 

แนะนำโปรแกรมท่องเที่ยวตุรกี ปี 2555 จากทริปดีดี ดอทคอม
ทัวร์ตุรกี

TK06-8D6N : ทัวร์ตุรกี Highlight Turkey บินตรง อิสตันบลู ปามุคคาเล่ คัปปาโดเจีย 8 วัน 6 คืน โดยเตอร์กิซแอรไลน์ (Day Flight)
วันเดินทาง : 06-13 ก.ย. / 13-20 ก.ย. : ราคาท่านละ 49,900 บาท
วันเดินทาง : 20-27 ก.ย. : ราคาท่านละ 49,900 บาท
วันเดินทาง : 4-11 ต.ค. / 5-12 ต.ค. / 12-19 ต.ค. / 16-23 ต.ค. / 19-26 ต.ค. / 23-30 ต.ค./ 26 ต.ค.-02 พ.ย. :: ราคา 49,900 บาท

ทัวร์ตุรกี

TK8D6N : ทัวร์ตุรกี บินตรง อิสตันบลู CLASSIC TURKEY 8 วัน 6 คืน โดยเตอร์กิซแอร์ไลน์ บินไฟล์ทกลางคืน + บินภายใน 2 ไฟล์ท
วันเดินทาง : 5-12 ต.ค./ 14-21 ต.ค./ 25 ต.ค.-1พ.ย. / 3-10 ธ.ค./ 5-12 ธ.ค. / 6-13 ธ.ค./ 7-14 ธ.ค./ 10-17 ธ.ค. : 55,900 บาท
วันเดินทาง : 10-17** ธ.ค. 57 : 57,900 บาท

ทัวร์ตุรกี TK8D6N : ทัวร์ตุรกี บินตรง อิสตันบลู HIGHLIGHT TURKEY 8 วัน 6 คืน โดยเตอร์กิซแอร์ไลน์ บินไฟล์ทกลางวัน + บินภายใน 1 ไฟล์ท
วันเดินทาง :01-08/15-22  พ.ย 57 : 49,900 บาท
ทัวร์ตุรกี TK-03-9D7N : ทัวร์ตุรกี บินตรง อิสตันบลู ปามุคคาเล่ คัปปาโดเจีย พิเศษ ชม ยอดเขา เนมรุต 9 วัน 7 คืน โดยเตอร์กิซแอรไลน์ (บินภายใน 2 ไฟล์ท)
วันเดินทาง :
ทัวร์ตุรกี TK10D-01 : ทัวร์ตุรกี Special Turkey 10 วัน เดินทางโดย มาฮาร์น แอร์
วันเดินทาง :
ทัวร์กรีซ ตุรกี

GRTK-01 : ทัวร์กรีซ ตุรกี ซานโตรีนี่ เอเธนส์ อิสตันบูล โดยเตอร์กีซแอร์ไลน์ 9 วัน 7 คืน
วันเดินทาง :
วันเดินทาง :