ทัวร์อินเดียทัวร์เนปาลทัวร์ภูฏานทัวร์จีนทัวร์เวียดนามทัวร์พม่าทัวร์บาหลีทัวร์ลาวทัวร์เขมรทัวร์ทิเบต
ทัวร์เกาหลีทัวร์ญี่ปุ่นทัวร์ฮ่องกงทัวร์ไต้หวันทัวร์มาเลเซีย สิงคโปร์
ทัวร์แชงกรีล่า ทัวร์คุนหมิงทัวร์จิ่วจ้ายโกว หวงหลงทัวร์แคชเมียร์ทัวร์ตุรกีทัวร์ยุโรป
line2
[Code : MRC-01] ทัวร์โมรอคโค โมรอคโค 12 วัน 9 คืน ทริปสำรวจเส้นทาง

บินเข้า-ออก คาซาบลังก้า โดยสายการบิน Etihad Airways สายการบินระดับ 4 ดาว
ทริปสำรวจ โมรอคโค 12 วัน 09 คืน
คาซาบลังก้า อดีตเมืองท่า ปัจจุบันศูนย์กลางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม –
ราบัต เมืองหลวงและเมืองแห่งอุตสาหกรรมและมรดกโลก – เชฟชาอูน นครสีฟ้า เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดในโมรอคโค แม็กแน็ส อดีตเมืองหลวง สถาปัตยกรรมสไตล์สเปน-มัวร์ เป็นเมืองผลิตพรม – เฟส เมืองมรดกโลก สมญานาม เมกะแห่งตะวันตกและเอเธนส์แห่งแอฟริกา เมืองแห่งเครื่องหนัง – เมอร์ซูก้าร์ ขี่อูฐและพักแค้มป์กลางทะเลทรายซาฮาร่า – มาราเกซ นครสีชมพู เมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่ง ต้นฉบับศิลปะและศิลปิน

อัตราค่าบริการ
กำหนดวันเดินทาง 15-26 พฤศจิกายน 2562 (ทริปสำรวจ รับ 10-12 ท่าน)
พิเศษ เพียงท่านละ 79,900 บาท
พักเดี่ยว เพิ่มท่านละ 10,900 บาท
** ราคานี้รวม ค่าวีซ่า อาหาร ที่พัก ต่างๆ แล้ว
** ราคานี้รวมตั๋วเครื่องบินแล้ว

อ่านทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจเดินทาง
1. เป็นทริปสำรวจ ผู้เดินทางต้องกินง่าย อยู่ง่าย เข้าใจอะไรง่ายๆ
2. รักและชื่นชอบในธรรมชาติ ต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รักการผจญภัย
3. โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว ได้มาตรฐาน มีพักค้างคืนที่แค้มป์กลางทะเลทรายซาฮาร่า 1 คืน
4. บางเส้นทางจะต้องใช้รถ 4WD
5. อาหารจะมีส่วนผสมของเครื่องเทศแต่ไม่จัดจ้านเท่ากับอินเดีย เช่น ข้าวคูสคูส ซึ่งเป็นอาหารประจำชาติโมรอคโค ซุปน้ำข้นหรือซุปฮาริรา สลัดผัก เนื้อวัว แกะหมักเครื่องเทศย่าง ไก่อบหมักเครื่องเทศ ขนมปัง เป็นอาหารประจำวันทำจากแป้งสาลี มะกอกดอง มันฝรั่ง พวกเบเกอร์รี่จะเป็น คุ้กกี้แอลมอนด์ พายกรอบ และเครื่องดื่มยอดนิยมเป็น Atai หรือชาเขียวใบสะระแหน่
6. เป็นเมืองมุสลิม การแต่งกายควรต้องสุภาพ แต่ไม่ต้องคลุมหน้า ควรหลีกเลี่ยงการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากหมูทุกชนิด
7. สภาพอากาศประมาณ 13-25 องศาเซลเซียส อาจมีฝนตก
8. การแต่งกาย ควรแต่งกายเป็นเลเยอร์ กลางวันเมื่อมีแดดออกจะรู้สึกอบอุ่น อาจสวมเป็นเสื้อแขนสั้น+สเวตเตอร์หรือแจ็คเก็ต สำหรับในทะเลทรายซาฮาร่า ควรต้องติดเสื้อกันหนาว+ฮีทเทรค เพราะเมื่อพระอาทิตย์ตก อากาศจะเย็นลงในทันที
9. สิ่งของน่าซื้อที่โมรอคโค นั้นคือ พวกเครื่องหนัง โดยเฉพาะที่เมืองเฟส หนังทำมาจาก แกะ แพะ อูฐ เอามาทำเป็นเครื่องใช้ต่างๆไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า รองเท้า ที่หุ้มเก้าอี้ เครื่องสาน เครื่องเงิน เครื่องเทศ ดอกไม้แห้ง หมวกถัก จานชามเซรามิก และที่ห้ามพลาดนั้นคือ น้ำมันอาร์เก้น ออยล์ (Argan Oil)




วันที่หนึ่ง

กรุงเทพฯ – อาบูดาบี (B/L/D)

17.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 9 Row Q สายการบิน ATIHAD AIRWAYS พบกับเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกเช็กอินโหลดกระเป๋า
20.10 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินอาบูดาบี โดยเที่ยวบินที่  EY 401 บริการอาหารร้อนบนเครื่อง ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชั่วโมง 55 นาที

วันที่สอง

อาบูดาบี – โมรอคโค – คาซาบลังกา – ราบัต (B/L/D)

00.05 น. ถึงสนามบินนานาชาติเมืองอาบูดาบี นำท่านเปลี่ยนเครื่องบินไปยังคาซาบลังก้า เวลาท้องถิ่นที่อาบูดาบี ช้ากว่าไทย 3 ชั่วโมง
02.35 น. ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่  EY 613ใช้เวลาบินประมาณ 8 ชั่วโมง 55 นาที บริการอาหารบนเครื่อง
08.30 น. เดินทางถึง สนามบิน Mohamed V Airport เมืองคาซาบลังก้า (Casablanca)  (เวลาท้องถิ่นที่โมรอคโค ช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมงและช้ากว่าอาบูดาบี 3 ชั่วโมง)  นำท่านผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร รับกระเป๋า ออกมาพบมัคคุเทศก์ท้องถิ่นแล้วนำท่านเริ่มออกเดินทางสู่ตัวเมือง คาซาบลังก้า มีความหมายในภาษาโปรตุเกสและสเปนว่าบ้านสีขาว เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ Casablanca ที่ออกฉายในปี ค.ศ. 1942 ทำให้คนทั่วไปรู้จักคาซาบลังก้า และยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโมรอคโค
  นำท่านเข้าชม สุเหร่ากษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (Hassan II Mosque) มัสยิดตั้งอยู่บนแหลมที่มองออกไปยังมหาสมุทรแอตแลนติก สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1993 เป็นสุเหร่าที่มีขนาดใหญ่มาก ในหอสวดมนต์สามารถจุคนได้ 25,000 คน ส่วนด้านนอกได้อีก 80,000 คน และมีหอคอยสูง 210 เมตร มีขนาดใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโคทุกแขนง อิสระชมทิวทัศน์รอบๆภายนอกสุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งทะเล ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมรอคโคที่ชอบมาเดินเล่น จากนั้นแวะถ่ายภาพที่ โบสถ์คาซาบลังกา (Casablanca Cathedral) โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งพระเยซู เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกเก่า สร้างในปี 1930 และหยุดทำพิธีทางศาสนาในปี 1956 หลังจากที่ได้รับการอิสระภาพจากโมรอคโค ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส Paul Tournon สไตล์นีโอ-โกธิค จากนั้นแวะถ่ายภาพ จัตุรัสโมฮัมเหม็ดที่ 5 (Mohammed V Square) ปัจจุบันเป็นศูนย์ปกครองของเทศบาล อาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบฮิสแปนิก - มุสลิมและอิทธิพลของอาร์ตเดโค อาคารสีขาวประดับด้วยหินสีทอง เป็นที่ตั้งของสวนเขตร้อนที่สวยงาม ในปี 1976 ได้สร้างน้ำพุเพิ่มพร้อมกับการแสดงดนตรีน้ำพุ และยังขึ้นไปชมวิวที่งดงามของคาซาบลังกาจากหอคอยสูง 50 เมตร
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 1) ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  ออกเดินทางสู่ เมืองราบัต Rabatใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นเมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1956 เมื่อโมรอคโคหลุดพ้นจากการเข้าแทรกแซงทางการเมืองของฝรั่งเศส และเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม ตั้งอยู่ติดมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นแหล่งอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมก่อสร้าง และอุตสาหกรรมผ้า และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี 2012 นำท่านเข้าชม ป้อมอูดายา (Kasbah of the Udayas)หรือป้อมสีฟ้าขาว สร้างในศตวรรษที่ 12 ในช่วงรัชสมัยของ Almohad Caliphate ได้รับการปรับปรุงมาหลายยุคหลายสมัย เป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าอาหรับ , ผู้อพยพ Andalusian ตั้งอยู่ริมปากแม่น้ำ Bou Regreg สร้างเพื่อเป็นป้อมปราการป้องกันโจรสลัดและผู้บุกรุกเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่อง Mission Impossible ปี 5 เก็บภาพแห่งความประทับใจ จากนั้นแวะถ่ายภาพที่ สุเหร่าฮัสซัน (Hassan Tower) ที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่ไม่สำเร็จ สร้างโดย Abu Yusuf Yaqub al-Mansur กาหลิบที่ 3 แห่งAlmohad ในปี 1195 ซึ่งตั้งใจจะสร้างให้เป็นหอคอยสุเหร่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อ al-Mansur เสียชีวิตลงในปี 1199 ทุกอย่างก็หยุดลง หอคอยสร้างได้สูงเพียง 44 เมตร จากที่ตั้งใจไว้ 86 เมตร ส่วนที่เหลือของมัสยิดก็ไม่สมบูรณ์ มีการสร้างเสามากถึง 348 เสา หอคอยนั้นทำจากหินทรายสีแดง จากนั้นชม สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 (Mausoleum of Mohammed V) ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหอคอยสุเหร่าฮัสซัน ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 1971  เป็นที่ฝังหลุมพระศพของกษัตริย์โมรอคโคและลูกชาย 2 คน คือ กษัตริย์ฮัสซันที่ 2 และเจ้าชายอับดุลลาห์ ถือเป็นผลงานชิ้นเอกในสมัยราชวงศ์ Alaouite อาคารสี่เหลี่ยมสีขาว หลังคาทรงปิรามิดสีเขียว ตัดกับการตกแต่งภายในอย่างประณีต จะมีทหารองครักษ์และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนเฝ้าที่ประตู เปิดให้ทุกศาสนาได้เข้าชม โปรดแต่งกายสุภาพและหลีกเลี่ยงการมาระหว่างเที่ยงถึงบ่ายสองโมง มีการปิดสวดมนต์ในมัสยิด จากนั้นเดินเล่นเมืองเก่า Rabat Media มีขนาดเล็กก่อนที่ฝรั่งเศสจะเข้ามาในปี 1912 และขยายเมืองสร้างใหม่ ส่วนของเมืองเดิมสร้างขึ้นเมื่อผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมในแคว้นอันดาลูเชียหลบหนีจากบ้านเกิดของพวกเขาในบาดาโฮซในสเปน ในเมดิน่าจะมีร้านค้าและคาเฟ่แบบดั้งเดิมมากมาย ร้านเครื่องหนัง ร้านค้างานฝีมือ ของที่ระลึกมากมาย  ต่อจากนั้นเข้าชม สุสานหลวงChellahก่อตั้งขึ้นโดยผู้พิชิตชาวมุสลิมในแอฟริกาเหนือซึ่งส่วนใหญ่ถูกทอดทิ้งในช่วงยุค Almohad จากนั้นสร้างขึ้นใหม่โดย Marinids ในศตวรรษที่ 13 ซากปรักหักพังของป้อมปราการยุคกลางยังคงหลงเหลืออยู่ ชาว Berber Almohads ใช้เป็นสถานที่ฝังศพของราชวงศ์ Marinids และเป็นสุสานหลวง สร้างจากหินและกระเบื้องโมเสค
เย็น รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 2)  ภัตตาคารในโรงแรม
ที่พัก พักโรงแรมเมืองราบัต RIVER HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่สาม

ราบัต – เชฟชาอูน (B/L/D)

เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 3) หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองเชฟชาอูน (Chefchaouen) เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีน้ำเงินทุกบ้านเรือนบนเนินเขาได้ทาด้วยสีน้ำเงินทั้งเมือง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ไม่ควรพลาดเก็บภาพความประทับใจ เมืองเชฟชาอูนเป็นเมืองที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของโมร็อกโค ตั้งอยู่ ในเทือกเขา RIF โดยเมืองนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1471  เป็นป้อมปราการขนาดเล็ก โดย Moulay Ali ibn Rashid al-Alami ต่อสู้กับการรุกรานของชาวโปรตุเกส ใน ปี 1920 และตกเป็นเมืองขึ้นของสเปน ณ ปัจจุบันเมืองนี้มีประชากรประมาณ 45,000 คน ก็ยังคงใช้ภาษาสเปนกันอย่างแพร่หลาย เมื่อในปี 1956 เมืองนี้ได้กลับสู่การปกครองของโมรอคโคจากความช่วยเหลือของฝรั่งเศส อิสระเก็บภาพแห่งความประทับใจเดินชมเมืองเล็กๆ และมีร้านค้าขายสินค้าพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 4)  ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย แวะถ่ายภาพที่จุดชมวิว ชมน้ำตกขนาดเล็ก Ras Elma อยู่ทางทิศตะวันออกของเมดิน่า เป็นจุดนัดพบของคนในท้องถิ่น ด้านหลังน้ำตกเป็นจุดชมวิวที่สวยงามของเมืองเชฟชาอูน จากนั้นเดินผ่านประตูทิศใต้ Bab El Ain เพื่อขึ้นไปชมเมืองเชฟชาอูนและยังเป็นจุดที่ชมพระอาทิตย์ตกอีกด้วย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเช็กอินเข้าสู่ที่พัก อิสระพักผ่อน
ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 5)  ภัตตาคารในโรงแรม

ที่พัก พักโรงแรมเมืองเชฟชาอูน HOTEL PARADOR ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่สี่

เชฟชาอูน – เมืองโบราณโรมันโวลูปิลิส – เมืองแม็กแน็ส – เมืองเฟส (B/L/D)

เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 6)
  นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส (Roman city of Volubilis)  อดีตเมืองโบราณแห่งจักรวรรดิโรมัน ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ. 1755 แต่ยังคงเห็นร่องรอยความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต มีความสำคัญในยุคศตวรรษที่ 3 และล่มสลายถูกปล่อยเป็นเมืองร้างในศตวรรษที่ 11 เมืองโรมันโบราณแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1997 มีชื่อเสียงเนื่องจากมีกระเบื้องโมเซคที่สวยงามและอยู่ในสภาพสมบูรณ์หลายแห่ง จากนั้นผ่านชมเมืองมูเลไอดริส Moulay Idriss เป็นเมืองที่ศักดิ์สิทธิ์ของโมรอคโค ทุกๆปีเดือนสิงหาคมถึงกันยายน จะมีเหล่านักแสวงบุญเดินทางมาเยือนเมืองนี้เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา เปรียบเสมือนเป็นนครเมกะของซาอุดีอาระเบีย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองแม็กแน๊ส(Meknes) เป็นเมืองทางตอนเหนือของประเทศโมรอคโค ห่างจากกรุงราบัต 130 กม. และห่างจากเมืองเฟส 60 กม. เมืองนี้ตั้งขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 11 โดย Almoravids ในสมัยกลางเป็นเมืองป้อมปราการของพวกเบอร์เบอร์ อดีตเมืองหลวงในสมัยสุลต่าน มูเล อิสมาอิแห่งราชวงศอ์ะลาวทิ (Alaouite Dynasty) บุตรชายของเขาได้เปลี่ยน Meknes ให้กลายเป็นเมืองที่น่าประทับใจในสไตล์สเปน - มัวร์ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงพร้อมประตูขนาดใหญ่ซึ่งการผสมผสานอย่างลงตัวของรูปแบบอิสลามและยุโรปของ Maghreb ในศตวรรษที่ 17 ยังคงชัดเจนในปัจจุบัน ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมืองแม๊กแน๊สจึงเป็นเมืองศูนย์กลางการผลิตไวน์มะกอกและพืชพรรณต่างๆ ยังเป็นเมืองผลิตพรมและเป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลกรับรองโดยยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ.1996 มีประชากรประมาณ 632,079 คน (2014)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 7)
บ่าย หลังอาหารแวะถ่ายภาพ ประตูบับมันซู Bab Mansour Laleuj เป็นประตูที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุด ตกแต่งด้วยโมเสดและกระเบื้องสีเขียวสดบนผนังสีแสด ซึ่งตั้งชื่อตามสถาปนิก ใช้เวลาสร้าง 5 ปีหลังจากการตายของ Moulay Ismail ในปี 1732 จากนั้นชม Royal Palace ตั้งอยู่ใน El Mechouar Stinia แนวเขตกำแพงยาว 2 กมที่เป็นพระราชวังอย่างเป็นทางการของ Moulay Ismail จากนั้นชม Mausoleum of Moulay Ismail สร้างในปี 1703 โดย Ahmed Eddahbi เป็นที่ฝังศพของ Moulay Ismail กษัตริย์ผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปีศตวรรษที่ 16 ภายในห้องเงียบสงบ ทาสีเหลืองมัสตาร์ดดูอบอุ่น มีเพียงชาวมุสลิมเท่านั้นที่เข้าไปเคารพยังหลุมฝังศพได้ ห้องโถงเป็นเสาหินอ่อน มีซุ้มโค้งสูงตระหง่ายตกแต่งด้วยปูนปลาสเตอร์แกะสลักอย่างประณีตประดับด้วยกระเบื้องโมเสค สมควรแก่เวลาเดินทางสู่เมืองเฟส (Fes) ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่ต่อจากเชิงเทือกเขารีฟ ทางตอนเหนือกับเขตเทือกเขาแอตลาสตอนกลาง (Middle Atlas) มีแม่น้ำเฟส (River Fes) ไหลผ่านกลางเมือง อยู่ห่างจากกรุงราบัต 180 กม. ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เมษายนถึง พฤษภาคม) จะเห็นดอกไม้ป่าสีสันสดใสขึ้นตลอดข้างทาง  เมืองเฟสเป็นเมืองหลวงเก่าในศตวรรษที่ 8 ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโมรอคโค สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ อิดริส (Idrisid Dynasty) ซึ่งเป็นราชวงศ์แรกของโมร็อกโก ในปี ค.ศ.789 สุลต่าน โมเลย์ อิดริส ที่ 1 (Moulay Idriss I) เมืองเฟสได้เป็น 3 ส่วนคือ เขตประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นเมืองเก่า ได้รับการประกาศจากยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางประวัติศาสตร์ในปี ค.ศ. 1981  เขตเมืองถูกสร้างเป็นราชธานีสมัยราชวงศ์เมรินิด ปี ค.ศ. 1250 และเขตเมืองใหม่ที่สร้างสมัยการดูแลของฝรั่งเศส ปี ค.ศ. 1912
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 8) ภัตตาคารในโรงแรม
ที่พัก พักโรงแรมเมืองเฟส ROYAL MIRAGE HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า

เมดิน่าแห่งเฟส (B/L/D)

เช้า

รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 9) ที่ห้องอาหาร หลังอาหารเช้านำท่านเที่ยวชมเมืองเฟส ซึ่งคล้ายกับเขาวงกต แวะถ่ายภาพประตู Bab Bou Jeloud สร้างขึ้นในปี 1913 เป็นประตูเมืองที่หรูหราและเป็นประตูทางเข้าหลักทางทิศตะวันตกเข้าสู่ย่านเมืองเก่าเฟส ย้อนกลับไปสู่อดีต ซึ่งในเขตเมืองเก่านี้มีซอยแยกย่อยมากกว่า 10,000 ซอย โดยซอยที่แคบสุดคือ 50 ซม. กว้างสุด 3 เมตร จะแบ่งออกเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองแดง ทองเหลือง ย่านขายพรม ย่านเครื่องหนัง งานไม้แกะสลัก เราจะเดินผ่านย่านเครื่องเทศ Souk El Attarine จะได้สัมผัสถึงกลิ่น และเห็นถึงหน้าตาของเครื่องเทศชนิดต่างๆวางเรียงรายเป็นระเบียบสวยงาม เดินไปตามทางจะพบกับลานน้ำพุธรรมชาติ Nejjarine Fountain ที่มีไว้สำหรับชาวมุสลิมได้ล้างหน้า ล้างมือ ก่อนเข้ามัสยิด ผ่านชมสุสานของมูเล ไอดริสที่ 2 (Moulay Idiriss Mausolem II) ที่ชาวโมรอคโคถือว่าเป็นแหล่งมาแสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะเทศกาล Moussem ซึ่งจัดในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนสิงหาคม จากนั้นผ่านชมสุเหร่าใหญ่ไคเราวีน (Kairouine Mosque) ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมรอคโคและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ในปัจจุบันยังคงเปิดสอนอยู่ จากนั้นนำท่านเดินชมย่านเครื่องหนังและแวะชม บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ Chouara Tannery เป็นหนึ่งในสามโรงฟอกหนังของเมืองเฟส ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ใหญ่ที่สุดในเมือง ที่ได้รับการอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก้ ท่านจะได้เห็นกระบวนการต่างๆ เช่น การแช่ด้วยน้ำยาสีขาวที่ทำมาจากมูลนกพิราบ ปัสสาวะวัว ปูนขาว เกลือ และน้ำ แช่เพื่อทำความสะอาดและให้หนังนิ่ม 2- 3 วัน จากนั้นย้อมในสีธรรมชาติ เช่น งาดำ สำหรับสีแดง,ครามและน้ำเงิน จากเฮนน่าจะได้สีส้ม และนำไปตากแดด โดยหนังที่นำมาใช้คือ แกะ แพะ อูฐ น้ำยาฟอกหนังจะเป็นสูตรพิเศษดั้งเดิมทำมาจากมูลนกพิราบ ปัสสาวะวัว จากนั้นนำท่านเข้าชม เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (Merdersa Bou Imania) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีต สร้างในปี ค.ศ. 1351-1356 โดย Abu Inan Fais ภายในมีลวดลายโมเสคและสลักปูนปั้นตามโค้งประตู พื้นปูหินอ่อนและมีอ่างน้ำเล็กๆอยู่ตรงกลางโรงเรียนด้วย เป็นตัวอย่างสำคัญของสถาปัตยกรรม Marinid

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 10) ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย หลังอาหารให้อิสระท่านช้อปปิ้ง เลือกซื้อสินค้าในย่านเมืองเก่า (Old Town) จนสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 11) ภัตตาคารในโรงแรม
ที่พัก พักโรงแรมเมืองเฟส ROYAL MIRAGE HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

 

**หมายเหตุ** คืนนี้แพ็คกระเป๋าใส่เป้ใบเล็กสำหรับพักในแค้มป์กลางทะเลทราย 1 คืน ส่วนกระเป๋าใบใหญ่เราจะเก็บไว้ในรถโค้ช**

วันที่หก

เมืองเฟส – เมืองอิเฟรน – Midelt – มอร์ซูก้า  (B/L/D)

เช้าตรู่

รับประทานอาหารเช้า ที่ห้องอาหาร(มื้อที่ 12) หลังอาหารเช็กเอ้าท์ออกจากโรงแรมเดินทางสู่จุดหมายปลายทางวันนี้ที่ทะเลทรายซาฮาร่า ระหว่างเส้นทางจะผ่านเมืองอิเฟรน(Ifran) ข้ามเขา Middle Atlas ภูมิประเทศเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้  สวนต้นซีดาร์ เป็นต้นสนขนาดใหญ่ ผ่านเส้นทางความสูง 3,090 เมตร แวะชมบรรยากาศเมืองตากอากาศ เมืองอิเฟรนตั้งอยู่ที่ความสูง 1,665 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นเมืองแห่งสวนและเขา บ้านเรือนถูกทาด้วยหลังคาสีแดง มีอากาศหนาวเย็น จนได้ชื่อว่าเป็น สวิสเซอร์แลนด์ของโมรอคโค มีสภาพแวดล้อมคล้ายกับเทือกเขาอัลไพน์ในสวิตเซอร์แลนด์ ถูกสร้างในสมัยตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสเมื่อปี 1928 มีสถาปัตยกรรมคล้ายกับในยุโรป แวะถ่ายภาพกันที่ Ain Vittel เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนท้องถิ่น  อนุสรณ์สิงโตหิน Lion Head Monument ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์มากมาย สัญลักษณ์แทนสิงโตตัวสุดท้ายที่จะถูกล่าจากเทือกเขานี้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมิเดล Midelt อยู่ท่ามกลางเทือกเขาแอตลาส เป็นศูนย์กลางการค้า การทำเหมืองแร่ ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 1,508 เมตร มีชื่อเสียงของการทอพรมและผ้าห่ม

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 13) ภัตตาคารท้องถิ่น

  หลังอาหารนำท่านเดินทางผ่านเมืองออร์ฟอย์ด (Erfound) เมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางกองคาราวานพ่อค้า ที่เดินทางมาจากตะวันออกกลางอย่างซาอุดิอารเบียและซูดาน บนเส้นทางผ่านข้ามเขตแห้งแล้งแต่มีโอเอซิสที่หุบเขาเดดส์ (Dades) ซึ่งแนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม ทำให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่างๆสวยงาม จากนั้นนำท่านเดินทางโดยรถ 4x4 เข้าสู่เขต เมืองมอร์ซูก้า (Merzouga) เป็นหมู่บ้านอยู่ริมทะเลทรายซาฮาร่าและเป็นประตูสู่ทะเลทรายซาฮาร่า ลัดเลาะขอบทราย ชมทะเลทรายอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยซากฟอสซิลและหอยเมื่อ 350 ล้านปีก่อน และนำท่านเข้าสู่แค้มป์ที่พักที่ ทะลทรายซาฮารา ซึ่งเป็นทะเลทรายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นบริเวณแห้งแล้งใหญ่สุดเป็นอันดับสามรองจากทวีปแอนตาร์กติกาและอาร์กติก มีเนื้อที่มากกว่า 9 ล้านตารางกิโลเมตร ทิศตะวันตกจรดมหาสมุทรแอตแลนติก ทิศเหนือคือเทือกเขาแอตลาสและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศตะวันออกจรดทะเลแดงและประเทศอียิปต์ ทิศใต้จรดประเทศซูดานและหุบเขาของแม่น้ำไนเจอร์ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางไปยัง Sandune ด้วยรถ 4WD และเดินขึ้นไปยังสันทรายรอชมพระอาทิตย์ตกดิน จากนั้นกลับที่พัก อิสระพักผ่อน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่แค้มป์ (มื้อที่ 14) จากนั้นพักผ่อนนอนดูดาว ตามอัธยาศัย
ที่พัก พักแค้มป์กลางทะเลทราย LA BELLE ETOILE DESERT CAMP MERAOUGA หรือเทียบเท่า

 

**หมายเหตุ** แค้มป์เป็นห้องน้ำรวม ไม่มีฮีทเตอร์ หรือแอร์-พัดลม มีเพียงผ้าห่มหลายผืนเพื่อกันความหนาวในทะเลทราย**

วันที่เจ็ด

มอร์ซูก้า – ทินเฮียร์ – Dades Gorge – ไอท์เบนฮาดดู – วอซาเซท  (B/L/D)

เช้าตรู่

ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นนำท่านขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลทรายซาฮาร่า **พิเศษ** รวมค่าขี่อูฐ 1 ท่าน อูฐ 1 ตัว **เตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย** สมควรแก่เวลานำท่านกลับมา รับประทานอาหารเช้าที่แค้มป์ (มื้อที่ 15) หลังอาหารนำท่านนั่งรถ4WDกลับออกมาแล้วเปลี่ยนเป็นรถโค้ชที่เมืองออร์ฟอย์ด แล้วเดินทางต่อไปที่เมืองทินเฮียร์ Tinghir อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของโมรอคโค มีประชากรประมาณ 42,044 คน(2014) เป็นศูนย์กลางโอเอซิสทางตอนใต้ของโมรอคโค มีต้นปาล์มประมาณ 48 กม. แวะชม โอเอซิส Oasis Tinghir  เป็นชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้ง ยังมีความชุ่มชื้นของโอเอซิส ต้นปาล์ม เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซท นับได้ว่าเป็นโอเอซิสที่สวยที่สุด จากนั้นเดินทางสู่ ช่องแคบทอด้าจอร์จ Todra Gorge ชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิส ลำน้ำใสไหลผ่านช่องเขากับหน้าผาสูงชันแปลกตาเป็นแหล่งปีนหน้าผาสำหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย มีความยาว 15 กม. หน้าผาสูง 400 เมตร เป็นหน้าผาลึกสีแดงข้างแม่น้ำTodra

 กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 16) ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย หลังอาหารออกเดินทางสู่ หุบเขาและช่องแคบDades Gorge แวะจุดชมวิว ที่เราสามารถมองเห็นวิวถนนจากมุมสูง คดเคี้ยวไปมา หุบเขาสีแดงตระการตาเกิดจากการกัดกร่อนของแม่น้ำ Dades ที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาแอตลาสสูงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 350 กม. ก่อนจะไหลไปรวมกับแม่น้ำ Draa ที่ขอบทะเลทรายซาฮาร่า ผนังของช่องแคบนี้จะมีหลายสี มีความสูงตั้งแต่ 200-500 เมตร ช่องเขานี้ยาวถึง 45 กม. จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองไอท์ เบนฮาดดู (Ait Ben Haddou)  ชมเมืองไอท์ เบนฮาดดู เป็นกลุ่มของอาคารดิน ล้อมรอบด้วยกำแพงสูง เป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นทางตอนใต้ของโมรอคโค ในสมัยศตวรรษที่ 17 บางส่วนตกแต่งลวดลายด้วยอิฐดินเผา เป็นเมืองที่ชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในโมรอคโคภาคใต้ คือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู (Kasbash of Ait Ben Hadou) หรือ Ksar ในภาษาอาหรับ เป็นหมู่บ้านป้อมหินทรายสีแดง อยู่ในเส้นทางคาราวานระหว่างซาฮาร่ากับเมืองมาราเกซ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrance of Arabia, Jesus of Nazareth, Gladiator และ Game of Thrones ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี ค.ศ. 1987 สมควรแก่เวลาเดินทางสู่เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) เป็นประตูแห่งทะเลทราย อยู่ทางตอนใต้ของโมรอคโค ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 1,160 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในภาษาเบอร์เบอร์ชื่อนี้แปลว่า “ไม่มีเสียง” เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์มีสตูดิโอที่ใหญ่ที่สุดของโมรอคโค ยังเป็นจุดข้ามสำหรับพ่อค้าแอฟริกาไปทางตอนเหนือของโมรอคโคและทางยุโรป ในอดีตช่วงที่ฝรั่งเศสเข้ามาเมืองวอซาเซท มีการขยายตัวอย่างมาก เป็นศูนย์กลางการปกครองและเป็นด่านศุลกากร สินค้าที่ขึ้นชื่อคือ พรม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ(มื้อที่ 17) ภัตตาคารในโรงแรม

ที่พัก

พักโรงแรมเมืองวอซาเซท KARAM PALACE HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่แปด

วอซาเซท – มาราเกซ – พระราชวังบาเฮีย – มัสยิดคูตูเปีย – สวนจาร์ดีน มาจอแรล – จัตุรัสกลางเมือง Jemaa el – Fnaa Square  (B/L/D)

เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 18)

หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่เมืองมาราเกช (Marakesh) อดีตเมืองหลวงของโมรอคโค แต่ในปัจจุบันก็ยังมีความสำคัญอยู่ในเรื่องของศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด มีจุดเด่นที่เห็นได้ชัดและรู้จักกันไปทั่วโลกก็คือสีของอาคารบ้านเรือนที่ถูกทาด้วยสีส้มอมชมพูเหมือนกันหมดทั่วทั้งเมืองจนถูกเรียกว่าเมืองสีชมพูนั่นเอง ตั้งอยู่ทิศเหนือของเชิงเขาแอตลาส ในอดีตเคยเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่ช่วงหนึ่งได้ชื่อว่าเป็น มหานครแห่งมาห์เกร็บ (Mahgreb-ภูมิภาคทางตะวันตกของโลกอาหรับ) และยังเป็นอดีตเมืองโอเอซีสที่เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 19) ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเข้าชมพระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) เป็นพระราชวังของท่านมหาอำมาตย์ผู้สำเร็จราชการแทนยุวกษัตริย์ ตั้งอยู่ในสวนอันกว้างขวางถูกสร้างในปลายศตวรรษที่ 19 โดยอัครมหาเสนาบดี Si Ahmed ben Musa (Bou-Ahmed) สร้างให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ หรูหรา เป็นสถาปัตยกรรมแบบอิสลาม-โมรอคโค ให้ความสนใจเรื่องความเป็นส่วนตัวโดยการสร้างประตูให้มีหลายบาน ใช้เวลาสร้าง 7 ปี จากช่างฝีมือหลายร้อยคนจากเมืองเฟส ตกแต่งด้วยไม้แกะสลักปูนปั้น ประดับด้วยโมเสค ภายในมีราว 150 ห้อง แต่มีเพียง 8 ห้องที่ได้รับการบูรณะและเปิดให้เข้าชม แวะถ่ายภาพที่ มัสยิด คูตูเบีย (Koutobia Mosque) ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ตั้งอยู่ในเขตเมดิน่าด้านตะวันตกเฉียงใต้ เสร็จสมบูรณ์ในศตวรรษที่ 12 ภายใต้การปกครองของ Almohad Caliph Yaqub al-Mansur ทำจากหินสีแดงและอิฐ สูง 77 เมตร และกว้าง 60 เมตร  ตัวสุเหร่าประดับด้วยหน้าต่างโค้งและฝังเซรามิค ยอดแหลมด้านบนสุดเป็นลูกโลกทองแดงชุบทองถูกออกแบบในสไตล์ Almohad มัสยิดนี้สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล 29 กม. จากนั้นผ่านชมสวน สวนจาร์ดีน มาจอแรล (Jardin Majorelle) หรือ สวนยิปแซงลอเร้นซ์ (Yves Saint Laurent Gardens) ออกแบบโดย Yves St. Laurent นักออกแบบแฟชั่นดีไซน์แห่งปารีส ฝรั่งเศส ในช่วงที่โมรอคโคเคยตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ชมสวนที่ถูกออกแบบโดยใช้สีฟ้า และสีส้มเป็นองค์ประกอบหลัก ไม่ว่าจะเป็นเสา แจกัน มีนานาพรรณของต้นไม้แห่งทะเลทราย ที่จัดได้อย่างสวยงาม จากนั้นเดินทางสู่ จัตุรัสกลางเมือง Jemaa el-Fnaa Square ที่มีขนาดใหญ่ในเขตเมดิน่า รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวา ที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้ที่ ตลาดเก่า ที่อยู่รายรอบจัตุรัส
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ(มื้อที่ 20) ที่โรงแรม
ที่พัก

พักโรงแรมเมืองมาราเกซ ATLAS ASNI HOTEL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่เก้า

มาราเกซ – เอซาเฟร่า – ซาฟี

เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 21)
  หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเอซาเวร่า Essaouira หรือรู้จักกันในชื่อ Mogador เป็นเมืองชายทะเลติดมหาสมุทรแอตแลนติค อยู่ทางตะวันตกของเขตเศรษฐกิจโมรอคโค มาราเกซ-ซาฟี เป็นเมืองเก่าแก่โบราณ มีการขุดพบวัตถุโบราณจำนวนมากตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 เดิมเป็นท่าเรือในสมัยโปรตุเกสศตวรรษที่ 18 เอาไว้จอดหลบพายุ ปัจจุบันเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่มีผนังและกำแพงบ้านสีขาวคล้ายหิมะ มีรีสอร์ทสไตล์เมดิเตอร์เนียน แวะถ่ายภาพริมทะเล Essaouira ชม กำแพงเมือง ประตูเมือง Bab Sbaa สร้างในปี 1866 ท่าเรือ Skala harbor และ ป้อมปราการ Skala du port สร้างในปี 1769 สามารถมองเห็นทิวทัศน์งดงามของท่าเรือและท้องทะเล รวมไปถึงกำแพงเมืองของเมดิน่า พร้อมกับฝูงนกนางนวลบินวนไปมา มีปืนใหญ่ทำจากทองแดงนำมาจากสเปน โปรตุเกสและเนเธอร์แลนด์
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 22) ภัตตาคารท้องถิ่น
  หลังอาหารออกเดินทางสู่เมืองซาฟี Safi เป็นเมืองทางตะวันตก เคยตกเป็นเมืองขึ้นของโปรตุเกสในช่วงปี 1488-1541เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมการทอผ้าของประเทศ เป็นท่าเรือประมงหลักสำหรับอุตสาหกรรมปลาซาร์ดีนของประเทศและยังส่งออกฟอสเฟตสิ่งทอและเซรามิก แวะถ่ายภาพที่ Ksar El Bahr หรือปราสาทแห่งท้องทะเล ชมทัศนียภาพอันงดงามของมหาสมุทร สร้างขึ้นโดยชาวโปรตุเกส ต้นศตวรรษที่ 16
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ(มื้อที่ 23) ที่โรงแรม

วันที่สิบ

ซาฟี – เอลจาดีด้า - คาซาบลังก้า

เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 24) หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่  เมืองเอลจาดีด้า El Jadida เป็นเมืองท่าเรือชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค ตั้งอยู่ทางใต้เมืองคาซาบลังก้า มีชื่อเสียงอาคารสถาปัตยกรรมโปรตุเกส และได้รับมรดกโลกจากยูเนสโกปี 2004 เข้าชมป้อมปราการ La Citerne Portugaise สร้างในปี 1514 สมัยของโปรตุเกส
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 25) ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย แวะถ่ายภาพกันที่ ประภาคาร Lighthouse Sidi Bouafi มีความสูง 46 เมตร สร้างในปี 1916 ทาสีขาวและสีเทา หรือรู้จักกันอีกชื่อว่าประภาคาร Mazagan ชม Cite Portugaise Borj ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกปี 2004 เป็นจุดเริ่มต้นการตั้งถิ่นฐานของชาวโปรตุเกสในแอฟริกาตะวันตก เมื่อเข้าไปด้านในจะมีโบสถ์เก่าและมัสยิดขนาดใหญ่ หอคอยสุเหร่ารูปห้าเหลี่ยม จากนั้นเดินทางสู่เมืองคาซาบลังก้า และให้อิสระท่านได้ช้อปปิ้ง เลือกซื้อของฝากของที่ระลึกกันที่ Morocco Mall
เย็น รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 26) ที่ภัตตาคารจีน
ที่พัก

พักโรงแรมเมืองคาซาบลังก้า IDAU ANFA HOTEL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่ 11

คาซาบลังก้า – อาบูดาบี

เช้าตรู่ รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร(มื้อที่ 27)
หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินเมืองคาซาบลังก้า เช็กอินโหลดกระเป๋าที่เค้าเตอร์สายการบิน ETIHAD AIRWAYS เพื่อเดินทางกลับประเทศไทยโดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินอาบูดาบี
10.00 น. บินสู่ เมืองอาบูดาบี โดยเที่ยวบินที่ EY 612 บริการอาหารบนเครื่อง ใช้เวลาบินประมาณ 7ชั่วโมง 25นาที
20.25 น.

ถึง สนามบินอาบูดาบี รอเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทย

23.25 น.

ออกเดินทางสู่ประเทศไทยโดยเที่ยวบินที่ EY 406 บริการอาหารบนเครื่อง ใช้เวลาบินประมาณ 6ชั่วโมง 5นาที

วันที่ 12

กรุงเทพฯ

08.55 น. คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดิภาพ

 

หมายเหตุ :
- โปรแกรมสามารถเปลี่ยนแปลง ได้ตามความเหมาะสม  เช่นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสายการบิน หรือ สภาพอากาศ
- รายการทัวร์นี้ไม่มีแจกกระเป๋า

 

 

อัตราค่าบริการดังกล่าวนี้รวม
ค่าตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ – คาซาบลังก้า – กรุงเทพฯ โดยเอทิฮัด ชั้นประหยัด พร้อมภาษีสนามบิน
ค่าโรงแรมที่พัก ระดับ 4 ดาว จำนวน 8 คืน และแค้มป์ที่ทะเลทรายซาฮาร่า 1 คืน
ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่ระบุ
ค่ารถโค้ช/รถ 4WD ในการนำเที่ยวตามรายการ
มีไกด์ท้องถิ่นบริการจากประเทศโมรอคโค  ภาษาอังกฤษ และหัวหน้าทัวร์คนไทย
ค่าประกันอุบัติเหตุแบบหมู่คณะวงเงิน 1,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
ค่าน้ำดื่มระหว่างมื้ออาหารทุกมื้อ / น้ำดื่มระหว่างวัน 2 ขวดเล็ก/ท่าน
ค่าวีซ่าท่องเที่ยวประเทศโมรอคโค

อัตราค่าบริการดังกล่าวนี้ไม่รวม
ค่าน้ำหนักเกินพิกัดจากที่สายการบินกำหนด
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ ค่ามินิบาร์ในห้องพัก ค่าซักรีด ค่าอาหารที่สั่งมาทานให้ห้องพัก ค่า  เครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มพิเศษจากมื้ออาหาร เป็นต้น
ค่าใช้จ่ายนอกเหนือระบุในโปรแกรม
ค่าทิปไกด์และคนขับรถท้องถิ่น 50 USD/ลูกค้าหนึ่งท่าน
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย 1,000 บาท/ลูกค้าหนึ่งท่าน
ค่าทิปคนจูงอูฐคนละ 2 USD
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % , ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 % กรณีต้องการใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี

 

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง

  1. กรุณาจองล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วันก่อนการเดินทาง พร้อมชำระงวดแรก 20,000 บาท / ท่าน และส่งมอบเอกสารการเตรียมการยื่นขอวีซ่าตามที่กำหนด

(กรณีเป็นชาวต่างชาติ อาจจะต้องใช้เวลาในการยื่นขอวีซ่านานกว่าปกติ ประมาณ 1 เดือน)

  1. ส่วนที่เหลือชำระทันทีก่อนการออกตั๋ว 45 วันก่อนการเดินทาง เนื่องจากจะต้องใช้ในการออกตั๋วเครื่องบินและเอกสารต่างๆ เพื่อยืนยันการเดินทาง ในการประกอบการพิจารณาวีซ่าของทางสถานทูต
  2. กรณียกเลิกการเดินทางภายใน 30 วัน บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องขอหัก 50 % ของค่าทัวร์

6.กรณียกเลิกกะทันหันก่อนการเดินทางไม่เกิน 25 วัน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินเต็มจำนวน 100% ของค่าทัวร์
หมายเหตุ
1.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง
2.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆ
3.เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆตามรายการ หรือ ถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
4. ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ  บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู
5. กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตฯเพื่อให้อยู่ในดุลพินิจของสถานฑูตฯ เรื่องวีซ่าของท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัทฯ เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่างๆของเอกสารวีซ่า
6.กำหนดการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เพื่อความเหมาะสม ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือผลประโยชน์ ตลอดจนความปลอดภัยของคณะผู้เดินทางเป็นสำคัญ
7. หากสายการบินมีการยกเลิกเที่ยวบินหรือหากมีเหตุการณ์ประการใดที่เกิดขึ้นจากสายการบินทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์หน้างานที่เกิดขึ้นจริง

**หมายเหตุ ** กำหนดการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เพื่อความเหมาะสม ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือความปลอดภัยเป็นหลัก และรายการ-ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับสายการบินโดยจะยึดประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ”


 

การสำรองที่นั่ง

1.กรอกรายละเอียดใบจองให้ครบ (ใบจองทัวร์จากการ Download) แจ้งชื่อ นามสกุล, อายุ เบอร์โทรศัพท์ สำหรับทำประกันภัยการเดินทาง
ดาวน์โหลดใบจองทัวร์ .pdf
ดาวน์โหลดใบจองทัวร์ .doc

2.การวางมัดจำ ภายใน 3 วัน หลังจากจองทริป ไม่งั้นจะถือว่าท่านสละสิทธิ์
2.1 ประเทศปากีสถาน / ประเทศอิหร่าน / เอเชียกลาง คีร์กีซสถาน – ทาจิกีสถาน – คาซัคสถาน วางมัดจำท่านละ 20,000.- บาท
2.2 ประเทศญี่ปุ่น / อินโดนีเซีย / เนปาล / อินเดียเส้นทาง-แคชเมียร์-ราชาสถาน-สิกขิม- แสวงบุญ มัดจำท่านละ 10,000.- บาท
2.3 ประเทศอินเดีย เส้นทาง เลห์ ลาดัค วางมัดจำท่านละ 15,000.- บาท
2.4 ประเทศ จีน วางมัดจำท่านละ 10,000.- บาท
2.5 ประเทศลาว/เวียดนาม/เมียนมาร์  วางมัดจำท่านละ 5,000 –7,000 บาท
2.6 ประเทศทางแถบประเทศอื่นๆ เช่นยุโรป อเมริกา หรือ อื่นๆ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละโปรแกรม โปรแกรมสอบถาม
2.7 ประเทศภูฏาน วางมัดจำท่านละ 20,000.- บาท ส่วนที่เหลือชำระก่อนเดินทางอย่างน้อย 30 วัน
2.7 ทริปในประเทศ วางมัดจำท่านละ 3,000.- บาท
2.8 ชำระ 100% กรณีที่ท่านจองทริปก่อนวันเดินทางน้อยกว่า 15 วัน

3. การจองทริปจะมีผลต่อเมื่อมีการวางมัดจำ ภายใน 3 วัน หลังจากจองทริป ไม่งั้นจะถือว่าท่านสละสิทธิ์

โดยผ่านบัญชี ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทางอย่างน้อย 15 วันก่อนการเดินทาง พร้อมแฟกซ์ใบโอนเงินและระบุ
โปรแกรมทัวร์ แจ้งชื่อ นามสกุล, อายุ เบอร์โทรศัพท์ เบอร์แฟกซ์ : 02-175-3251 (อัตโนมัติ)

4.จองแบบไม่เลือกที่นั่ง จัดให้ตามลำดับการจองและตามความเหมาะสม

 

หมายเลขบัญชี

 

ชื่อบัญชี : น.ส.กนกวรรณ   โพธิ์นอก      ประเภทบัญชี ออมทรัพย์

 

kbank1.jpg

ธนาคารกสิกรไทย

สาขาโลตัส รามอินทรา 109

เลขที่บัญชี  651-2-10610-0

scb1.jpg

ธนาคารไทยพาณิชย์

สาขา ถนนวิทยุ

เลขที่บัญชี 049-424294-7  

bangkok1.jpg

ธนาคารกรุงเทพ

สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์

เลขที่บัญชี 865-0-27019-5  

ktb1.jpg

ธนาคารกรุงไทย

สาขา ย่อยถนนนวมินทร์ 161(สหฟาร์ม)

เลขที่บัญชี 575-0-05089-0  

 

 

เงื่อนไขการยกเลิกทัวร์
1. ยกเลิกทัวร์ ก่อนเดินทาง 30 วัน บริษัทคืนเงินให้ทั้งหมด (ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
2. แจ้งยกเลิกทัวร์อย่างน้อย 15  วัน ก่อนวันเดินทาง  ทริปดีดี ดอทคอม  ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำในทุกกรณี
3  แจ้งยกเลิกทัวร์ระหว่าง  7 - 14 วัน ก่อนวันเดินทาง  ทริปดีดี ดอทคอม คืนเงินลูกค้าจำนวน  20 % ของราคาทัวร์
4. แจ้งยกเลิกทัวร์ ไม่ถึง 7 วันก่อนการเดินทาง บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน ทุกกรณี 
 (เว้นในกรณีที่บริษัทสามารถหาลูกทัวร์มาทดแทนได้ บริษัทจะคืนเงินให้ทั้งหมด หรือ หักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริง)
5.  ก่อนเดินทาง 7 วัน หากท่านไม่โอนเงินค่าทริปส่วนที่เหลือ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ในการเดินทาง

ความรับผิดชอบ และ เงื่อนไขอื่นๆ
- บริษัทเป็นเพียงตัวแทนการท่องเที่ยว สายการบิน และตัวแทนการท่องเที่ยวในต่างประเทศ
ซึ่งไม่อาจรับผิดชอบต่อ
1 ความเสียหายต่างๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ การนัดหยุดงาน การจลาจล เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ ฯลฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ
2 การตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฏหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
3. การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสายการบินเช่น การยกเลิกเที่ยวบิน / เครื่องดีเลย์ / กระเป๋าสัมภาระมาไม่ครบ / การขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น

เงื่อนไขอื่นๆ
• บริษัทฯ มีสิทธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
• บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน ภัยธรรมชาติ ปฏิวัติ และอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ
• หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
• บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
• รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ได้สำรองที่นั่งบนเครื่องและโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่ เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
• ราคานี้ติดตามราคาตั๋วเครื่องบินในปัจจุบัน หากราคาตั๋วเครื่องบินปรับสูงขึ้น บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะปรับราคาตั๋วเครื่องบิน ตามสถานการณ์ดังกล่าว
• กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจาก สายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่น ทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้ สำหรับค่าบริการนั้นๆ
• มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัท ฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสาร ลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯ กำกับเท่านั้น

 

ติดต่อสอบถาม

โทรศัพท์สำนักงาน 02-175-3295 ถึง 6
โทรศัพท์มือถือ
แอ๋ม 081-818-0806 // อ้อม 086-142-6617 // เจษฎา 081–171-1144
e-mail : tripdeedee@gmail.com
Skpe : ammarch09@hotmail.com
Line : ammarch09
WhatsApp : +66818180806
เบอร์แฟกซ์ : 02-175-3251 (อัตโนมัติ)

แผนที่สำนักงาน

แผนที่จุดนัดพบ/จอดรถตู้

 

สิ่งที่ต้องเตรียมไปด้วยสำหรับฤดูร้อน
1. หมวกกันแดด 2. ครีมกันแดด 3. ยาประจำตัว 4. ของใช้ส่วนตัว

สิ่งที่ต้องเตรียมไปด้วยสำหรับฤดูฝน
1. อุปกรณ์กันฝน เช่น เสื้อกันฝน ร่ม ถุงพลาสติกสำหรับกันฝน 2. รองเท้าสวมใส่สบาย 3. ยาประจำตัว 4. ของใช้ส่วนตัว

สิ่งที่ต้องเตรียมไปด้วยสำหรับฤดูหนาว
1. อุปกรณ์กันแดด เช่น ร่ม หมวกกันแดด 2. เสื้อกันหนาว หมวกโม่ง ผ้าพันคอ 3. ยาประจำตัว 4. ของใช้ส่วนตัว

*** ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมเช่น ช่วงเทศกาล ***

 
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว

 

 

ทัวร์โปรโมชั่น ปี 2556

ทัวร์เนปาล เนปาล เดือนธันวาคม

ทัวร์เนปาล โพครา Trekking Poonhill 9 วัน 8 คืน บิน TG : 31,900 บาท

ทัวร์ตุรกี ทัวร์ตุรกี บินตรง อิสตันบลู ปามุคคาเล่ คัปปาโดเจีย
ทัวร์ซีอาน ลั่วหยาง ทัวร์ซีอาน ลั่วหยาง หยุนไถซาน บินตรง ซีอาน โดยเซิ่นเจิ้นแอร์ไลน์ 6 วัน 5 คืน : ทัวร์ปากีสถาน ตุลาคม

ทัวร์ปากีสถาน คาราโครัมไฮเวย์ ทริปถ่ายภาพช่วง Blossom 11 วัน 9 คืน

ทัวร์ทิเบต

ทัวร์ทิเบต 7 วัน 6 คืน นั่งรถไฟสายหลังคาโลก

ทัวร์ภูฏาน

ทัวร์ภูฎาน 5 วัน 4 คืน :

ทัวร์แคชเมียร์ ทัวร์แคชเมียร์ ทัชมาฮาล กุลมาร์ค พาฮาลแกม 7 วัน 5 คืน ทัวร์สิกขิม ทัวรสิกขิม ดาร์จีลลิ่ง 10 วัน 7 คืน

ทัวร์เลห์ ซันสการ์

ทัวรเลห์ ซันสการ์ ลาดักห์ 12 วัน 11 คืน :

ทัวรเลห์ ลาดักห์ 9 วัน 7 คืน :

แพคแกจมัลดีฟส์

แพคแกจมัลดีฟส์ บิน ศรีลังกาแอร์ไลน์ UL 4 วัน 2 คืน

แพคแกจมัลดีฟส์ บินบางกอกแอร์เวย์

แพคแกจมัลดีฟส์ บิน บางกอกแอร์เวย์ PG 4 วัน 3 คืน

ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง อินแขวน ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง หงสาวดี พระธาตุอินแขวน พระมหาเจดีย์ชเวดากอง ตามรอยสมเด็จพระนเรศวร 3 วัน 2 คืน วันเดินทาง : 14,900-16,900 บาท ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ง๊อไบ เล่อซาน เฉินตู ทะเลสาบเตี๋ยซี อุทยานจิ่วจ้ายโกว โชว์ทิเบต หวงหลง เม่าเสี้ยน ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า โชว์เสฉวน โดยการบินไทย TG 8 วัน 7 คืน : 47,900 บาท
ทัวร์เวียดนามเหนือ ซาปา ทัวร์เวียดนามเหนือ ฮานอย ฮาลอง ซาปา นั่งรถไฟ 1 เที่ยว

ทัวร์สังเวชนียสถาน 4 ตำบล

ทัวร์สังเวชนียสถาน 4 ตำบล แสวงบุญอินเดีย เนปาล พุทธคยา พาราณสี กุสินารา สารนาท 8 วัน 7 คืน บิน โดย แอร์อินเดีย(AI)
วันเดินทาง :

ทัวร์ภูทับเบิก ภูเรือ เขาค้อ

ทัวร์ 5 ภูเขางาม ภูเรือ ภูทับเบิก ภูหินร่องกล้า เขาค้อ 4 วัน 2 คืน

ทัวร์เชียงคาน ภูเรือ 3 วัน 2 คืน

ทัวร์อีสานหรรษา ภูเรือ เชียงคาน แก่งคุดคู้ สวนหินผางาม

ทัวร์น่าน ดอยเสมอดาว

ทัวร์น่าน ดอยเสมอดาว ดอยภูคา วัดภูมินทร์ 4 วัน 2 คืน

ทัวร์เชียงราย เชียงใหม่

ทัวร์เชียงราย เชียงใหม่ ดอยอ่างขาง ภูชี้ฟ้า ดอยตุง สวยส้มฝาง

ทัวร์แม่ฮ่องสอน ปาย

ทัวร์แม่ฮ่องสอน ปาย ตลอดเดือน ธ.ค.- ก.พ. ทุก พฤ-อา // ศ-จ.

ทัวร์ขุนแม่ยะ ขุนช่างเคี่ยน

ทัวร์ขุนแม่ยะ ขุนช่างเคี่ยน ปาย ชมดอกพญาเสือโคร่ง ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ทริป ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ทริปนี้ไม่ต้องลางานเดินทางเสาร์-อาทิตย์


Copyright © www.tripdeedee.com สงวนลิขสิทธิ์ภาพถ่ายและบทความที่จัดทำขึ้นโดยเวบไซท์ ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
Contact us : tripdeedee@gmail.com
Line id : ammarch09
Skype : ammarch09@hotmail.com
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมายเลข 11/06486
บริษัท  ทริปดีดี ดอทคอม จำกัด
89/123 ซอย พระยาสุเรนทร์ 21 แยก 3 ถนน พระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510

เบอร์โทร 02-175-3295 ถึง 6 (ทัวร์ แพคแกจทัวร์) , แอ๋ม : 081-818-0806 (ทัวร์) , อ้อม : 086-142-6617(ทัวร์),

เจษ 081-171-1144(เช่ารถตู้,ทัวร์) , Fax(อัตโนมัติ) 02-175-3251
เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ : 09.00-17.00 น. เร่งด่วน กรุณาโทรเข้ามือถือ .... เสาร์-อาทิตย์ หยุดทำการ
ทะเบียนเลขที่  0105551077593