ทัวร์อินเดียทัวร์เนปาลทัวร์ภูฏานทัวร์จีนทัวร์เวียดนามทัวร์พม่าทัวร์บาหลีทัวร์ลาวทัวร์เขมรทัวร์ทิเบต
ทัวร์เกาหลีทัวร์ญี่ปุ่นทัวร์ฮ่องกงทัวร์ไต้หวันทัวร์มาเลเซีย สิงคโปร์
ทัวร์แชงกรีล่า ทัวร์คุนหมิงทัวร์จิ่วจ้ายโกว หวงหลงทัวร์แคชเมียร์ทัวร์ตุรกีทัวร์ยุโรป
line2

 

แอ่วดอยอินทนนท์หน้าฝน

 
                ปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา  เดินทางไปเที่ยวไกลถึงอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  อ.จอมทอง จังหวัดเชียงใหม่   เราเลือกใช้เส้นทาง ฮอด มุ่งตรงต่อไปโดยผ่าน
ภูเขาคดเคี้ยวไปยัง อำเภอลี้  และเข้าจอมทอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของดอยอินทนนท์    หรือ จะเลือกใช้อีกเส้นทางคือ ถนนหมายเลข 108 (เชียงใหม่-ฮอด) ผ่านอำเภอหางดงและ
อำเภอสันปาตอง ไปยังอำเภอจอมทอง ก่อนถึงอำเภอจอมทองประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1009 (จอมทอง-ดอยอินทนนท์) จะเริ่มเข้าเขต
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่กิโลเมตรที่ 8 (น้ำตกแม่กลาง) และตัดขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์เป็นระยะทางทั้งหมด 49.8 กิโลเมตร ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
ตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 31
 

 

 



          เป้าหมายการเดินทางในครั้งนี้ก็เพื่อมาชื่นชมความงามเขียวชะอุ่ม แบบฉ่ำฝนยามวสันตฤดู  เราอยากเห็นป่าดึกดำ-
บรรพ์ที่เขียวชะอุ่มที่อ่างกา ถูกห่มคลุมไปด้วยมอส เฟิร์น และตามพื้นดินถูกปกคลุมไปด้วยข้าวตอกฤาษี  ข้าวตอกฤาษีจัด
เป็น มอสที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก    ก่อนเข้าอ่างกาเรามีโอกาสแวะเที่ยวแม่กลางหลวง  ช่วงนี้นาข้าวที่แม่กลางหลวง
กำลังเขียวสด  เห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะหยุดถ่ายรูปแม้ท้องฟ้าจะไม่เปิดมากนัก   จากแม่กลางหลวง เราไปเช็คอินเข้าที่พัก
ที่ได้จองออนไลน์ผ่านเว็บของกรมอุทยาน  เราเลือกพักโซนบ้านค่ายที่หน่วยน้ำตกแม่ปาน–น้ำตกห้วยทรายเหลือง ที่ห่าง
จากที่ทำการประมาณ 8 กิโลเมตรไปทางอำเภอแม่แจ่ม   ถนนหนทางที่ไปแม่แจ่มของข้างแคบและชันการขับรถควร
ระมัดระวัง          

      ช่วงบ่ายของการท่องเที่ยวที่อินทนนท์วันแรกเราขอไปเยี่ยมชมป่าโบราณ ชมพรรณไม้  ที่อ่างกาซึ่งอยู่บนยอดดอย
อินทนนท์ เส้นทางนี้สามารถสัมผัสกับธรรมชาติอันชวนหลงใหลของป่าดิบเขาได้ง่ายที่สุด ภายในจัดทำเป็นเส้นทาง
ศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 300 เมตร โดยใช้สะพานไม้ทั้งหมด  น่าเสียดายที่บ่ายวันนี้มีฝนตกพรำๆบนยอด
ดอยตลอดเวลา  แถมฟ้ายังปิดแต่ถึงอย่างไรเราก็ไม่หวั่นเพราะไหนๆก็มาแล้วขอเข้าไปถ่ายรูปข้างในเส้นทางศึกษาธรรม
ชาติที่อ่างกาเสียหน่อย พร้อมอุปกรณ์กันฝนครบครัน   เมื่อเห็นทีท่าไม่ดีจึงตัดสินใจกลับที่พัก และกลับมาพักผ่อนที่
บ้านพัก   นี่ละน้าหน้าฝน

        ค่ำคืนนี้จะหลับกันตั้งแต่หัววันเพราะเหนื่อยจากการเดินทางตลอดทั้งคืน  มีเสียงฝนพรำเป็นเพื่อนในคืนนี้  เช้าวัน
ที่สองเราจะไปถ่ายดอกกล้วยไม้รองเท้านารี ที่โครงการเพาะพันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์


                           โครงการนี้เกิดขึ้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ พระบรมราชินีนาถ ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของกล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ ที่กำลัง
จะหมดไปจากป่าธรรมชาติ สภาพแวดล้อมเป็นสวนหินที่สวยงาม และทางโครงการฯ ได้จัดทำสวนกล้วยไม้ และสวนดอกไม้เมืองเหนือไว้อย่างสวยงาม   ไปถึงโรงเรือน
ตั้งแต่เก้าโมงเช้าเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพอยู่นานสองนาน  ฝนตกๆหยุดๆ หลายรอบเหมือนกัน  ดูนาฬิกาอีกครั้งปรากฏว่าเที่ยงเสียแล้ว  ได้เวลาที่ต้องออกจากโรงเรือน
เราขอบคุณหัวหน้าทศพล  ที่ดูแลให้ความรู้และเปิดโรงเรือนให้เราได้ถ่ายภาพอยู่นาน   ก่อนจะกลับมารับประทานอาหารกลางวันที่โรงอาหารตรงบริเวณที่ทำการอุทยาน  
   
            
 

 

 

         ช่วงหน้าฝนแบบนี้นักท่องเที่ยวไม่มากนักเที่ยวกับแบบสบายๆมาหน้าฝนก็ดีแบบนี้ไม่ต้องแย่งกันกินแย่งกันใช้สบายใจแฮ  หลังอาหารมื้อกลางวันเสร็จปรากฏว่าฝนหยุดตก ทำให้เราตัดสินใจกลับไปถ่ายภาพป่าโบราณอีกครั้งที่ยอดดอย อ่างกา  นับว่า
โชคยังเข้าข้างที่ไม่หอบฟ้าหอบฝนมาให้เราตลอดทริป เราคลุกอยู่อ่างกาเกือบสามชั่วโมงป่าโบราณที่อ่างกามีเสน่ห์ อย่างบอก
ไม่ถูก  สายหมอกที่หยอกป่าโบราณ  มอสเฟิร์นที่มีหยดน้ำเกาะสร้างความชุ่มฉ่ำ นี่แหละเสน่ห์แบบหน้าฝน   

      เช้าวันที่สามที่ดอยอินทนนท์ วันนี้ก่อนกลับเราวางแผนไปถ่ายน้ำตกตามเส้นทางที่เราเดินทางผ่าน   น้ำตกแห่งแรกที่แวะ
ถ่าย ก็คงหนีไม่พ้นน้ำตกห้วยทรายเหลือง  น้ำตกใกล้ที่พักของพวกเรานั่นเอง  น้ำตกห้วยทรายเหลืองเป็นน้ำตกขนาดย่อม  ความสูงน่าจะประมาณ 20-30 เมตรน่าจะได้ปริมาณน้ำกำลังดีไม่มากไม่น้อยจนเกินไป   จากห้วยทรายเหลืองเราจะไปชม
ความงามของน้ำตกวชิรธาร  อีกชื่อหนึ่งเรียกว่า น้ำตกตาดฆ้องโยง เกิดจากลำห้วยแม่กลาง อยู่ประมาณหลักกม.ที่ 20 ถนนสายจอมทอง-ดอยอินทนนท์ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สูงประมาณ 70-80 เมตร สายน้ำไหลตกจากหน้าผาลงสู่แอ่งน้ำเบื้อง
ล่าง มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ในยามที่แสงอาทิตย์ส่องกระทบละอองน้ำจะปรากฏสายรุ้งงดงามขึ้นเหนือธารน้ำ ตรงข้ามมีหน้าผา
สูงชัน เรียกว่า “ผามอแก้ว” หรือภายหลังเรียกว่า ผาแว่นแก้ว    


        ช่วงที่เรามาปริมาณน้ำตกวชิรธารค้อนข้างมาก ละอองน้ำค่อนข้างเยอะถ่ายภาพลำบาก ควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกันละอองน้ำอย่างร่ม ผ้าขนหนูติดมาด้วยไว้เปิดหน้ากล้อง
ถ้าอยากเห็นสายรุ้งที่น้ำตกวชิรธารให้มาในช่วงเช้าสักก่อน 9 โมงเช้าน่าจะดี  เรามาสายไปหน่อยทำให้ไม่เห็นสายรุ้งสงสัยว่าจะมีรอบแก้มือ     
 
        อิ่มเอมกับการชื่นชมความงามของน้ำตกวชิรธาร เราจะไปสิ้นสุดการท่องเที่ยวที่น้ำตกแม่ยะ  ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เกิดจากลำห้วย
แม่ยะ ไหลลดหลั่นลงมาถึง 30 ชั้น รวมความสูงประมาณ 260 เมตร จนกล่าวกันว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของประเทศ ในช่วงฤดูฝนสายน้ำตกจะแผ่กว้างถึง100 เมตร ฤดูแล้ง
ปริมาณน้ำอาจลดน้อยลง แต่สายน้ำตกจะใสสะอาดกว่า น้ำตกแม่ยะตั้งอยู่ทางตอนใต้ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เมื่อเข้าสู่ถนนสายจอมทอง-ยอดดอยอินทนนท์ ได้ประมาณ 1
กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายไปอีกประมาณ 14 กิโลเมตร   ช่วงนี้บรรยากาศที่น้ำตกแม่ยะดูเงียบเหงาอาจเป็นเพราะช่วงโลว์ซีซั่น ทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวน้อย  แต่ก็เป็น
สวรรค์สำหรับนักถ่ายรูปเลยล่ะเพราะผู้คนน้อยถ่ายรูปสะดวก  ฟอร์มของน้ำตกแม่ยะสวยน่าประทับใจมากี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ   จริงๆแล้วที่ดอยอินทนนท์ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่
น่าสนใจอีกมากมายแต่บางแห่งอาจปิดเพื่อให้ธรรมชาติได้พักผ่อนอย่างกิ่วแม่ปาน เป็นต้น  ถ้ามีโอกาสสักต้นหนาวกิ่วแม่ปานเปิดแล้วก็น่ากลับมาเยือนอีกสักครั้ง

 
 
  












ข้อมูล http://www.dnp.go.th