ทัวร์นามิเบีย น้ำตกวิกตอเรีย ซิมบับเว แซมเบีย 14 วัน 12 คืน

(0)
SKU : ทัวร์นามิเบีย น้ำตกวิกทอเรีย 13 วัน
ทัวร์นามิเบีย น้ำตกวิกตอเรียที่ ซิมบับเว แซมเบีย 14 วัน 12 คืน : 30 พฤษภาคม-13 มิถุนายน และ 21 สิงหาคม – 4 กันยายน 2569
฿144,900
฿0
฿144,900
ราคาสมาชิก
 
฿0
ราคาสมาชิก
฿0

ทัวร์นามิเบีย น้ำตกวิกตอเรีย

ทัวร์นามิเบีย และ น้ำตกวิกตอเรียที่ Zimbabwe

พัก Windhoek 2 คืน/ Spitzkoppe 1 คืน / Swakopmund 2 คืน /เมืองใกล้ๆ Sossusvlei 2 คืน/ Luderitz 1 คืน / Fish River Canyon 1 คืน / Keetmanshoop 1 คืน / Zambia 1 คืน / Zimbabwe 1 คืน

ดินแดนแห่งทะเลทรายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และสัตว์ป่า ฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา ชมทะเลทรายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ชมฝูงนกฟลามิงโกและแมวน้ำ สนุกกับกิจกรรมนั่งรถชมทะเลทราย Sandwich Harbour Bay  - ชมเหมืองเพชรเก่าแก่ที่ Luderitz - ชมต้น Quiver Tree หรือ ต้นไม้กลับหัวแห่งเดียวในโลก ที่ Keetmanshoop ชม Fish River Canyon ที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก แกรนด์แคนยอน ที่อเมริก


 

Download Program PDF 

กำหนดเดินทาง: 30 พฤษภาคม-13 มิถุนายน 2569 // 21 สิงหาคม 4 กันยายน 2569

อัตราค่าบริการ

กรุ๊ปขนาด 10 ท่าน  ราคเริ่มต้น 144,900 บาท / ท่าน

กรุ๊ปขนาด 08-09 ท่าน ราคเริ่มต้น  150,900 บาท/ท่าน

พักเดี่ยวมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 30,000 บาท


รายละเอียดการเดินทาง
 

วันเช็คอิน  วันเช็คอิน กรุงเทพฯ-สนามบินสุวรรณภูมิ
22.00 น.  คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 Row U ประตู 9-10 เค้าเตอร์สายการบิน ATHIOPIAN AIRLINES เช็กอินและโหลดกระเป๋าสัมภาระ

 

วันที่หนึ่ง  กรุงเทพฯ- Victoria Fall Airport ประเทศซิมบับเว - Zambia Living Stone Area - Victoria Falls ฝั่งประเทศ Zambia
01.50 น. เหินฟ้าสู่สนามบินเมือง Addis Ababa ด้วยเที่ยวบินที่ ET 629 ใช้เวลาบิน 8 ชั่วโมง 40 นาที บนเครื่องมีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการ

05.35 น. เดินทางถึง สนามบิน Addis Ababa ประเทศเอธิโอเปีย *เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง* จากนั้นรอต่อเครื่องเพื่อบินต่อไปยังซิมบับเว

08.30 น. ออกเดินทางต่อสู่ประเทศซิมบับเว  สนามบิน Victoria Fall ด้วยเที่ยวบินที่ ET 823 ใช้เวลาบิน 4 ชั่วโมง 40 นาที บนเครื่องมีอาหารให้บริการ

12.10 น. เดินทางถึง สนามบิน Victoria Falls International Airport (VFA) ประเทศซิมบับเว  *เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง* โปรดปรับนาฬิกาเป็นเวลาท้องถิ่น ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นเดินทางโดยรถปรับอากาศเข้าสู่ตัวเมือง Victoria Falls จากนั้นเดินทางต่อสู่ด่านพรมแดน Victoria Fass Border(Zimbabwe-Zambia) ข้ามสะพานน้ำตกวิคตอเรีย (Victoria Falls Bridge/Kazungula Border) ระยะทาง 250 เมตร ข้ามแม่น้ำZambezi เป็นเส้นแบ่งแดนของทั้งสองประเทศ มองเห็นน้ำตก Victoria Falls จากด้านข้าง ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง เข้าสู่ประเทศ Zambia ใช้เวลาดำเนินการ 30นาที 1 ชั่วโมง จากนั้นเดินทางเข้าสู่ เมือง Living Stone Area ในฝั่งประเทศ Zambia ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ไปเที่ยวชม น้ำตก Victoria Falls ในฝั่ง Zambia ชมน้ำตก Armchair Falls เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีโขดหินรูปทรงคล้ายเก้าอี้ให้ยืนชมและถ่ายรูป ได้บรรยากาศใกล้ชิดน้ำตก เป็นจุดถ่ายรูปน้ำตกแบบพาโนรามา จากนั้นชม

น้ำตก Eastern Cataract อยู่ด้านตะวันออกสุดของฝั่งแซมเบีย เป็นส่วนของน้ำตกที่ไหลแรงและยาว เดินชมสะพานและทางเดินไม้ที่สร้างไว้ ถ่ายรูปมุมสูงและมุมกว้าง (ทางบริษัทมีแจกเสื้อกันฝนให้ทุกท่าน และอย่าลืมเตรียมถุงกันน้ำสำหรับใส่โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป)

เย็น  รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 1) ณ ห้องอาหาร ของรีสอร์ท

ที่พัก   VICTORIA FALLS WATER FRONT LODGE หรือเทียบเท่า

 

วันที่สอง Victoria Falls ฝั่งประเทศ Zimbabwe - Option: Helicopter ชมวิวน้ำตก Victoria มุมสูง - Zambezi Sundowner Cruise

เช้า  บริการอาหารเช้า(มื้อที่ 2) ที่ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารเช็กเอ้าท์ นำท่านเดินทางกลับไปยัง Zimbabwe จากนั้นเดินทางไปชม น้ำตก Victoria Falls ฝั่ง  Zimbabwe  น้ำตกวิกตอเรีย หรือในชื่อท้องถิ่นว่า โมซิ-โอวา-ทุนยา (Mosi-oa-Tunya ควันที่ส่งเสียงร้องคำราม) หรือในซิมบับเวเรียกว่าน้ำตกมูกาบี (Mugabe Falls) ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อของประเทศแซมเบีย และ ประเทศซิมบับเว เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถูกค้นพบครั้งแรกโดย เดวิด ลิฟวิงสโตน ในปี ค.ศ. 1855 ซึ่งเป็นผู้ตั้งชื่อน้ำตกนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย น้ำตกวิกตอเรียเกิดจากแม่น้ำซัมเบซีซึ่งเป็นแม่น้ำกั้นพรมแดนของสองประเทศ ตกลงมาสู่แอ่งลึก น้ำตกมีขนาดกว้างกว่า 1,690 เมตร สูงประมาณ 60-100 เมตร ไอน้ำจากน้ำตกวิกตอเรียสามารถมองเห็นได้จากระยะทาง 20 กิโลเมตร น้ำตกวิกตอเรียได้รับเลือกให้เป็นแหล่งมรดกโลกในปี ค.ศ. 1989 นำท่านชมจุดชมน้ำตก 4 จุด อันได้แก่ Main Falls เป็นจุดชมหลัก น้ำตกสูง 108 เมตร กว้าง 1,708 เมตร ถ่ายรูปมุมกว้างและใกล้น้ำตก Devils Cataract เป็นจุดที่น้ำตกไหลงจากฝั่งซิมบับเวตกลงไปสู่หุบเหวด้านล่าง น้ำตกแรงและมีละอองน้ำมาก ระเบียงชมวิว พร้อมกับถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์ของ David Livingstone ผู้ที่ค้นพบน้ำตกวิคตอเรีย Horseshoe Falls ส่วนโค้งใหญ่สุดของฝั่งซิมบับเว คล้ายเกือกม้า ถ่ายรูปพาโนรามา และ Rainbow Falls น้ำตกฝั่งตะวันออกสุดของซิมบับเว ช่วงเช้าหรือกลางวันจะเห็นสายรุ้งที่เกิดจากแสงแดดสะท้อนละอองน้ำ

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 3)
บ่าย  Option: นำท่านสัมผัสกับการชม น้ำตก Victoria Falls มุมสูง ด้วยการนั่งชมจากเฮลิคอปเตอร์ ระยะเวลาประมาณ 15 นาที ค่าใช้จ่ายไม่รวมในค่าทัวร์ 165-175 USD เผื่อบางท่านกลัวการขึ้นเฮลิคอปเตอร์เราจึงไม่บังคับลูกค้า จัดให้เป็น Option ค่ะ (หากต้องการนั่งเฮลิคอปเตอร์แจ้งล่วงหน้าก่อนเดินทาง)

เย็น  นำท่านล่องเรือชม แม่น้ำแซมบาซี (Zambezi Sundowner Cruise) แม่น้ำ Zambezi เป็นแม่น้ำที่ใหญ่ เป็นอันดับสี่ในแอฟริกา รองจาก Nile, Congo และ Niger มีความยาว 2,574 กม. ถือเป็นหัวใจของภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้เลยทีเดียว เป็นทั้งแหล่งชีวิต ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และต้นกำเนิดของ น้ำตกวิกตอเรีย (Victoria Falls) ที่โด่งดังระดับโลก นำท่านล่องเรือชม Safari สองข้างแม่น้ำ จะได้เห็น ช้างอาบน้ำริมฝั่ง ฮิปโปโผล่หัวขึ้นจากน้ำ จระเข้ และนกนานาชนิด เพลิดเพลินไปกับอาหารว่างและเครื่องดื่มเบาๆ กับวิวพระอาทิตย์ตกเหนือเส้นขอบน้ำตกวิคตอเรีย (ใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 2 ชั่วโมง)

ค่ำ  รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 4) ณ ห้องอาหาร ของ โรงแรม  
ที่พัก  โรงแรม VICTORIA FALLS HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่สาม  Sunrise Victoria Falls Transfer to Victoria Falls Airport Windhoek (Namibia)
เช้าตรู่   เดินทางไปถ่ายแสงเช้าที่น้ำตก Victoria Fall กันอีกครั้ง จากนั้นกลับมา äบริการอาหารเช้า(มื้อที่ 5) ที่ห้องอาหารของโรงแรม สมควรแก่เวลาเดินทางไปยังสนามบิน Victoria Falls International Airport
10.00 น.   เช็คอินที่เคาท์เตอร์สายการบิน Fly Namibia
12.55 น.   เดินทางด้วยเที่ยวบิน 4Z 8136 ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 20 นาที
14.15 น.   ถึง สนามบิน Hosea Kutako International Airport (WDH) เมือง Windhoek ประเทศนามิเบีย เมือง Windhoek เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนามิเบีย อยู่ตอนกลางในเขตที่ราบสูงโคมาสโฮชลันด์(Khomas Hochland) ระหว่างเทือกเขา Auas และ Eros โอบล้อมไปด้วยภูเขาอันงดงาม สูงจากระดับน้ำทะเล 1,700 เมตร เป็นเมืองหลวงที่อยู่สูงเป็นอันดับ 12 ของโลก เป็นศูนย์กลางทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมของประเทศ มีประชากรราว 4แสนคน มีสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์และอาคารสมัยใหม่ มีมรดกตกทอดจากยุคอาณานิคมให้เห็นในร้านอาหารและร้านค้าของชาวเยอรมันมากมาย ผ่านชมอาคารบ้านเรือนที่ได้รับอิทธิพลจากเยอรมัน ซึ่งเป็นชาติแรกที่เคยปกครองประเทศนามิเบียในสมัยยุคล่าอาณานิคม *เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง*
 
นำท่านทำวีซ่า On Arrival ใช้บัตรเครดิตเท่านั้น ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋า และเดินทางเข้าที่พัก
เย็น  รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 6)
ที่พัก  WINDHOEK โรงแรม RIVER CROSSING LODGE หรือเทียบเท่า
 

วันที่สี่  Windhoek - Spitzkoppe
เช้า  บริการอาหารเช้า(มื้อที่ 7) ที่ห้องอาหารของโรงแรม
 
หลังอาหารเช้า ออกเดินทางสู่ สปิทซ์คอปป์ (Spitzkoppe) เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในนามิเบีย ได้รับสมญานามว่าเป็น Metterhorn of Africa คือซากภูเขาไฟโบราณที่ก่อตัวขึ้นแบบเดียวกับเทือกเขา Brand berg และ Erongo มีการปีนเขาครั้งแรกในปี 1946 และในปัจจุบันเป็นสถานที่ปีนเขายอดนิยมทั้งในและต่างประเทศ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง

กลางวัน อิสระอาหารกลางวัน (-1- ไม่รวมอาหารกลางวัน) 

บ่าย ออกเดินทางกันต่อโดย Spitzkoppe ตั้งอยู่ในทะเลทรายนามิบอันรกร้างและน่าเกรงขามของนามิเบียระหว่าง Usakos และ Swakopmund เป็นกลุ่มหินแกรนิตหัวโล้น สูงตระหง่านขนาดใหญ่ มีภาพวาดบนหินโบราณจำนวนมาก ถ่ายภาพ Sunset the Rock Arch

เย็น  บริการอาหารค่ำ (มื้อที่ 8)

ที่พัก  SPITZKOPPE TENTED CAMP & CAMPSITES หรือเทียบเท่า
 

วันที่ห้า  Spitzkoppe Swakopmund  
เช้า  ถ่ายภาพ Sunrise the Rock Arch

บริการอาหารเช้า(มื้อที่ 9) ที่ห้องอาหารของ camp lodge  
 
หลังอาหารออกเดินทางสู่ สวาคอปมุนด์(Swakopmund) เป็นโอเอซิสเล็กๆบนชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก แวะระหว่างทางพักชมซากเรืออับปางและเยี่ยมชมอาณานิคมแมวน้ำ Cape Fur Seal ขนาดใหญ่ที่ Cape Cross Seal Reserve เป็นจุดที่นักสำรวจชาวยุโรปคนแรกเหยียบบนชายฝั่งนามิเบียในปี 1486 เดิมทีมีเครื่องหมายกากบาทที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ กษัตริย์แห่งโปรตุเกส โดยนักสำรวจชื่อ ดิเอโก เฉา ปัจจุบันเป็นที่อยู่ของฝูงแมวน้ำมากกว่า 200,000 ตัว แมวน้ำรวมตัวกันที่แนวชายฝั่งหินตลอดทั้งปี โดยจะมีแมวน้ำกระทิงเข้ามาจำนวนมากช่วงปลายเดือนตุลาคม พร้อมต่อสู้เพื่ออาณาเขตของตนเอง รวมไปถึงการผสมพันธุ์ ช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคมจะเป็นช่วงที่ลูกแมวน้ำตัวน้อยถือกำเนิด และชายฝั่งจะเต็มไปด้วยฝูงแมวน้ำตัวน้อยร้องครวญคราง

กลางวัน  อิสระอาหารกลางวัน (-2-ไม่รวมอาหารกลางวัน) 

บ่าย ออกเดินทางกันต่อ ซึ่ง Swakopmund นั้นก่อตั้งขึ้นในปี 1892 เป็นท่าเรือหลักสำหรับชาวเยอรมันในแอฟริกาตะวันตกเฉียงใต้ ปัจจุบันเป็นรีสอร์ทริมทะเล ผสมผสานระหว่างอิทธิพลของเยอรมันและนามิเบีย อาคารยุคอาณานิคม และลมเย็นๆ ทำให้ที่นี่เป็นที่นิยมอย่างมาก จากนั้นเช็กอินเข้าที่พัก อิสระพักผ่อน

เย็น  อิสระอาหารเย็น(-3-ไม่รวมอาหารเย็น)

ที่พัก SWAKOPMUND โรงแรม BEACH HOTEL หรือเทียบเท่า
 


วันที่หก  Swakopmund-ชมนกฟลามิงโก WalvisBay LagoonSandwich Harbour Bay - Swakopmund
เช้า  บริการอาหารเช้า(มื้อที่ 10) ที่ห้องอาหารของโรงแรม
 
หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ อ่าววอลสิส (Walvis Bay) Walvisbay Lagoon จะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ดึงดูดนกนับหมื่นนับแสนตัว รวมถึงนกฟลามิงโกจำนวนมากด้วย จะได้พบเห็นนกกว่า 150 สายพันธุ์ เช่น นกฟลามิงโก นกPelican นกหัวโต นกจับหอยนางรม นกเป็ดน้ำเคปทีล เป็นต้น ซึ่งจะมีนกอยู่ 5 ชนิดที่พบได้เยอะคือ นกฟลามิงโก Lesser Flamingo และGreater Flamingoนกอีก๋อยบึง Marsh Sandpiper, นกนางนวลแคสเปี้ยน Caspian Tern และนกหัวโตสามแถบ Three-banded Plover

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน (-4- ไม่รวมอาหารกลางวัน) 

บ่าย   นำท่านไปยัง อ่าวแซนด์วิช Sandwich Harbour Bay ด้วยรถ 4X4 เป็นหนึ่งในสถานที่มหัศจรรย์ที่สุดในนามิเบีย เป็นพื้นที่ที่ทะเลทรายมาพบกับทะเล อยู่ทางใต้ของเมือง Walvis Bay ในเขต Namib-Naukluft National Park เข้าถึงได้เฉพาะรถ 4x4 เท่านั้น เป็นจุดที่มีเนินทรายยักษ์ของทะเลทรายนามิบไหลลงมาสู่ทะเลแอตแลนติกโดยตรง สีของทรายส้มทองตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าเข้ม เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กยอดนิยมของช่างภาพทั่วโลก

เย็น อิสระอาหารเย็น (-5- ไม่รวมอาหารเย็น)
ที่พัก  SWAKOPMUND โรงแรม BEACH HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่เจ็ด  SwakopmundThe Tropic of Capricorn- Maltahohe
เช้า  บริการอาหารเช้า(มื้อที่ 11) ที่ห้องอาหารของโรงแรม
 
หลังอาหารเช้าเราจะเดินทางไปยัง เมืองซอสซุสไฟล์(Sossusvlei) ลัดเลาะไปตามอุทยานแห่งชาติ Namib- Naukluft Park อันกว้างใหญ่ เราจะเดินทางอยู่ในทะเลทรายนามิบ เป็นหนึ่งในสองแหล่งมรดกโลกจากองค์การ UNESCO เป็นทะเลทรายชายฝั่งแห่งเดียวที่มีเนินทรายกว้างใหญ่ที่ได้รับอิทธิพลจากหมอก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3 ล้านเฮกตาร์ มีทั้งที่ราบกรวด ที่ราบชายฝั่งและเนินหินภายในทะเลทราย ข้ามแม่น้ำKuiseb ผ่านทุ่งหญ้าสะวันนาและทะเลทราย ผ่าน The Tropic of Capricorn ทรอปิกออฟแคปริคอร์น หรือ ทรอปิกใต้ เป็นวงกลมละติจูดที่ประกอบด้วยจุดใต้แสงอาทิตย์ (subsolar point) ในอายันใต้ (Southern solstice) ของเดือนธันวาคม ทรอปิกออฟแคปริคอร์นเป็นละติจูดใต้สุดที่ดวงอาทิตย์สามารถปรากฏอยู่เหนือหัวพอดี ส่วนละติจูดเหนือสุดที่ดวงอาทิตย์สามารถปรากฏอยู่เหนือหัวพอดีคือทรอปิกออฟแคนเซอร์  โดยระหว่างทาง ถ้าโชคดีเราจะได้เห็นนกกระจอกเทศ ม้าลายภูเขาและนกออริกซ์เล็มหญ้า 

กลางวัน  อิสระอาหารกลางวัน(-6- ไม่รวมอาหารกลางวัน)

บ่าย  แวะพักทาน พายแอปเปิ้ล ที่มีชื่อเสียงในโอเอซีสทะเลทรายเล็กๆแห่งโซลิแทร์ (Slitaire Village) จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง Maltahohe ตั้งอยู่ริมหน้าผา Swartrand และเป็นจุดแวะพักยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยัง Sossusvlei และปราสาท Duwisib ก่อตั้งขึ้นเมื่อคณะกรรมาธิการเขตในปี 1899 ตัดสินใจสร้างฐานทัพทางตะวันตกของเขตนามิเบียตอนกลางอันกว้างใหญ่ ที่นี่เป็นที่ตั้งของโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ พร้อมบาร์ดั้งเดิมและเป็นฐานที่ตั้งอันยอดเยี่ยมสำหรับการสำรวจทิวทัศน์โดยรอบ รวมถึงฟาร์มท้องถิ่นที่อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางเหนือ 35 กม. มีพื้นที่แอ่งน้ำตื้นขนาด 800 เฮกตาร์ หลังจากน้ำท่วมแล้วจะถูกปกคลุมด้วยดอกลิลลี่หลากสีสันนานหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ด้วงจมูกช้างจะกินเข้าไป เช็กอินเข้าที่พักและอิสระพักผ่อน

เย็น  บริการอาหารค่ำ(มื้อที่ 12) ที่ห้องอาหารของโรงแรม  

ที่พัก  MALTAHOHE โรงแรม NEURAS WINE & WILDLIFE ESTATE HOTEL หรือเทียบเท่า
 

วันที่แปด  Maltahohe -Sossusvlei -Dead Vlei Dune 45-Big Daddy - Sesriem Canyon - NamibRand Nature Reserve
เช้าตรู่  บริการอาหารเช้า(มื้อที่ 13) ก่อนออกเดินทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้น
 
วันนี้ออกเดินทางกันแต่เช้ามืดท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ Sossusvlei และ Dead Vlei ที่อยู่ใกล้เคียง คุณจะได้พบกับเนินทรายสีแดงอันเป็นสัญลักษณ์ของนามิบ และท้องฟ้าสีฟ้าใสตัดกับเนินทรายสีแดงขนาดยักษ์ ทำให้เป็นสวรรค์ของช่างภาพและไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนนามิเบีย จากนั้นเที่ยวชมไฮไลท์ต่างๆที่รายล้อมรอบ Sossusvlei ขับรถปีนบน Dune 45 เนินทรายที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดในโลกห่างจากประตูทางเข้า 45 กม. มีความสูง 170 เมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นยอดนิยม เพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ทะเลทรายที่น่าทึ่งและเปลี่ยนแปลงตลอดเส้นทาง เส้นทางออฟโรดนี้จะพาไปยัง Dead Vlei หรือบึงแห่งความตาย เป็นสวรรค์ของช่างภาพ ที่มีต้นอะคาเซียแห้งโบราณที่ตายแล้วตั้งตระหง่านท่ามกลางเนินทรายสีส้ม หรือจะเดินเท้าขึ้นไปบนเนินทราย Big Daddy ที่สูงตระหง่าน ประมาณ 325 เมตร เดินป่าผ่านการก่อตัวของหินของ Sesriem Canyon เป็นช่องเขาแคบๆยาว 1 กม. ลึก 30 กม. ถูกกัดเซาะด้วยแม่น้ำ Tsauchab เมื่อหลายล้านปีก่อน ใช้ความยาวของเชือก 6 เส้นดึงน้ำจากช่องเขาขึ้นไปด้านบนด้วยภาชนะในสมัยก่อน
 


กลางวัน  บริการอาหารกลางวัน (มื้อที่ 14) แบบกล่อง เพื่อความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยว

บ่าย  หลังอาหารกลางวัน เที่ยวชมนกท้องถิ่น สัตว์เลื้อยคลานและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก จนสมควรแก่เวลานำท่านกลับที่พัก ที่ NamibRand Nature Reserve ใช้เวลาเดินทางอีกราว 2 ชั่วโมง ขับผ่านไปบนภูมิประเทศหินและเนินทราย เช็กอินเข้าที่พัก วิวทะเลทรายกว้างสุดสายตาเหมาะกับการชมดาว ถ่ายทางช้างเผือกยามค่ำคืนหากสภาพอากาศเอื้ออำนวย (Namib เป็น Dark Sky Reserve ระดับโลก)

เย็น  บริการอาหารค่ำ(มื้อที่ 15)

ที่พัก  GREENFIRE DESERT LODGE หรือเทียบเท่า
 

วันที่เก้า  NamibRand Nature Reserve Kolmanskop - Luderitz
เช้า  บริการอาหารเช้า(มื้อที่ 16) ที่ห้องอาหารของโรงแรม
 
หลังอาหารออกเดินทางสู่ เมืองลูเดอริตซ์ (Luderitz) เส้นทางถนนเป็นทางลูกรังผ่านเนินเขาและหุบเขาโล่ง มีวิวภูเขาแดงและต้นคามัลโดเลีย (Camel Thorn) ประปราย ระหว่างทางผ่าน Helmeringhausen หมู่บ้านเล็กๆ ก่อนจะตัดเข้าสู่พื้นที่กึ่งทะเลทราย Namib Plains มีแนวภูเขาและหินแกรนิตสวยตลอดเส้น ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก อดีตเมืองท่า เป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ มีอาคารสไตล์เยอรมันหลายแห่ง ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเยือน มีรอบๆมีบ้านทาสีพาสเทลหลายหลัง ช่วงเช้ามักจะมีหมอกหนาเนื่องจากอิทธิพลของมหาสมุทรแอตแลนติก และช่วงบ่ายอากาศจะอบอุ่นขึ้นจากแสงแดดที่ส่องออกมา ท่าเรือมีการสร้างใหม่ดูทันสมัยมีร้านอาหารหลายร้าน เมื่อก่อนมีการสร้างเหมืองเพชรโคลแมนสคอป(Kolmanskop) ช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 จนกระทั่งเยอรมนีพ่ายแพ้สงคราม แอฟริกาใต้เข้ามาปกครอง นามิเบีย และพบเหมืองเพชรอื่นที่ดีกว่าที่นี่ ผู้คนเริ่มอพยพออกจนกลายเป็นเหมืองร้างในปี 1956 ทุกอย่างเริ่มจมลงไปในผืนทราย ทุกวันนี้เป็นเมืองร้างที่มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นสถานที่ยอดนิยมของช่างภาพ

กลางวัน  อิสระอาหารกลางวัน (-7- ไม่รวมอาหารกลางวัน)

บ่าย  ออกเดินทางกันต่อแวะเที่ยวและถ่ายภาพที่ Kolmanskop เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ในอดีตเคยเป็นเหมืองเพชรมาก่อน และช่างภาพรู้จักกันในชื่อของ Ghost Town สมควรแก่เวลาเช็กอินเข้าที่พักที่เมืองลูเดอริตซ์ (Luderitz)

เย็น  อิสระอาหารเย็น (-8- ไม่รวมอาหารเย็น)

ที่พัก โรงแรม LUDERITZ NEST HOTEL หรือเทียบเท่า

 

วันที่สิบ  Luderitz Fish River Canyon 
เช้า  บริการอาหารเช้า(มื้อที่ 17) ที่ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารออกเดินทางกันต่อ 
 
นำท่านเดินทางสู่ Fish River Canyon หุบผาชันแม่น้ำฟิช เป็นสถานที่หนึ่งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศนามิเบียในทวีปแอฟริกา เกิดจากแม่น้ำฟิชซึ่งมีความยาว 650 กิโลเมตร ไหลคดเคี้ยวตัดผ่านสถานที่แห่งนี้ซึ่งเป็นเทือกเขากว่า 500 ล้านปี จึงมีสภาพเป็นหุบผาชันขนาดใหญ่ นับเป็นหุบผาชันที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากแกรนด์แคนยอนในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา โดยวิวระหว่างทางอาจจะเจอกับ ม้าป่า กลางทะเลทราย เดินทางผ่านภูมิประเทศหินและทะเลทรายสลับกัน

กลางวัน อิสระอาหารกลางวัน (-9-ไม่รวมอาหารกลางวัน)
 
หลังอาหารกลางวันออกเดินทางกันต่อไปบนถนนกรวดสภาพดี ล้อมรอบด้วยหุบเขาเตี้ยๆ ผ่าน Canyon Roadhouse ร้านกาแฟและจุดพักยอดนิยม ตกแต่งแนวเรโทร เต็มไปด้วยรถเก่าในทะเลทราย ก่อนจะขับเข้าสู่เขตอุทยาน Hobas- Fish River Canyon National Park มีจุดชมวิวหลักคือ Hobas Main Viewpoint ที่มองเห็นหุบเขาโค้งรูปตัว U ยาวกว่า 160 กม. ลึกเกือบ 550 เมตร จากนั้นเช็กอินเข้าสู่ที่พัก 

เย็น ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก Fish River Canyon

จากนั้นนำท่าน  รับประทานบริการอาหารเย็น (มื้อที่ 18)

ที่พักโรงแรม CANYON LODGE GONDWANA COLLECTION NAMIBIA หรือเทียบเท่า
 

วันที่สิบเอ็ด  Sunrise Fish River Canyon - Keetmanshoop  
เช้า  นำท่านเดินทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ Fish River Canyon จากนั้นกลับมาäรับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 19) ที่ห้องอาหารของโรงแรม
 
หลังอาหารเช้า มุ่งหน้าไปยัง Keetmanshoop ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เป็นเมืองทางตอนใต้ของนามิเบีย ในภูมิภาค Karas ตั้งอยู่บนทางรถไฟสาย Trans-Namib จาก Windhoek ไปยัง Upington ในแอฟริกาใต้ เมืองนี้อยู่ใกล้กับป่า Quiver Tree หรือต้นไม้กลับหัว ระหว่างทางจะได้พบกับม้าทะเลทราย ม้าป่าเหล่านี้อาศัยอยู่ห่างจาก Aus ไปทางตะวันตก 20 กม. เป็นแอ่งน้ำเล็กๆ มีจุดชมวิว สามารถมองเห็นม้าทะเลทรายได้ โดยจะมาดื่มน้ำทุกๆ 5 วัน

กลางวัน  อิสระอาหารกลางวัน (-10- ไม่รวมอาหารกลางวัน)

บ่าย  ออกเดินทางกันต่อสู่ เมือง Keetmanshoop ซึ่งเมืองนี้ก่อตั้งในปี 1860 โดย Rhenish Mission Society ยังคงรักษาร่องรอยเดิมของอาคารดั้งเดิมในสมัยเยอรมนีเอาไว้ ระหว่างทางแวะถ่ายรูปต้น Quiver Tree (ชื่อท้องถิ่น Kokerboom) เป็นพันธุ์ว่านงาช้างขนาดใหญ่ สูง 39 เมตร ชาวพื้นเมือง San ใช้กิ่งกลวงของต้นนี้ในการทำเป็นปลอกเก็บลูกธนู จากนั้นเช็กอินเข้าสู่ที่พักและอิสระพักผ่อน
เย็น  บริการอาหารค่ำ (มื้อที่ 20) ที่ห้องอาหารของโรงแรม

ที่พัก  KEETMANSHOOP โรงแรม KITCHEN 51 COTTAGES หรือเทียบเท่า

วันที่สิบสอง Keetmanshoop - Windhoek
เช้า  บริการอาหารเช้า(มื้อที่ 21) ที่ห้องอาหารของโรงแรม
 
หลังอาหารเช้า นำท่านออกเดินทางสู่เมืองหลวงของนามิเบีย Windhoek ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง วิ่งไปบนถนน B1 ขับผ่านไปบนพื้นที่ทะเลทรายผสมหุบเขาโล่ง ผ่านหมู่บ้านเล็กๆและฟาร์มโคนมและแกะ

กลางวัน อิสระอาหารกลางวัน (-11- ไม่รวมอาหารกลางวัน)
บ่ายแก่ๆ  เดินทางถึงตัวเมือง Windhoek นำท่านเที่ยวชมตัวเมือง อาทิเช่น

-Christuskirche(โบสถ์คริสต์ชูร์คเคริช)  โบสถ์สไตล์เยอรมันสวยเด่นกลางเมือง สร้างในปี 1907-1910 ระหว่างช่วงอาณานิคมเยอรมันในนามิเบีย มีหอคอยสูง 24 เมตร หน้าต่างกระจกสีสวยงาม ตัวอาคารสร้างด้วยหินทรายและหินท้องถิ่น เป็นสถาปัตยกรรม Neo-Romanesque ผสม Gothic

-Independence Memorial Museum พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์นามิเบีย เปิดในปี 2024 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่อุทิศให้กับประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อเอกราชของนามิเบีย มีลิฟต์ชมวิวเมืองแบบพาโนรามาบนยอดตึก ภายในจัดแสดงเรื่องราวตั้งแต่ยุคอาณานิคมเยอรมันไปจนถึงเอกราชในปี 1990

-Alte Feste ป้อมปราการเก่าและพิพิธภัณฑ์ทหาร สร้างในปี 1890 โดยรัฐบาลอาณานิคมเยอรมัน เป็นป้อมปราการที่เก่าแก่ที่สุดใน Windhoek ใช้เป็นสำนักงานทหารและสถานทีควบคุมเมืองในยุคอาณานิคม ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทหาร แสดงอาวุธยุคเก่าและเอกสารทางประวัติศาสตร์

-ตลาดท้องถิ่น Windhoek Craft Market ซื้อของที่ระลึกและงานหัตถกรรม เครื่องประดับเงิน, ตุ๊กตาไม้, เครื่องปั้นดินเผา, ผ้าทอมือ, เสื้อผ้าพื้นเมือง ชิมอาหารว่างพื้นเมืองและกาแฟท้องถิ่น เป็นต้น

เย็น  บริการอาหารเย็น (มื้อที่ 22)
ที่พัก WINDHOEK โรงแรม RIVER CROSSING LODGE หรือเทียบเท่า

วันที่สิบสาม  Windhoek - Addis Ababa 
07.00 น.  บริการอาหารเช้า(มื้อที่ 23) ที่ห้องอาหารของโรงแรม เช็คเอ้าท์
10.30 น.  เดินทางไปสนามบิน และเช็คอินที่เคาท์เตอร์สายการบิน Ethiopian Airlines
14.30 น.  เดินทางด้วยเที่ยวบิน ET 834 สู่ Addis Ababa  ใช้เวลาบิน 5ชั่วโมง 50 นาที
21.20 น.  ถึงสนามบิน Addis Ababa ประเทศเอธิโอเปีย แวะเปลี่ยนเครื่องมายังกรุงเทพฯ
23.55 น.  เหินฟ้าสู่กรุงเทพฯ ด้วยเที่ยวบินที่ ET 628 ใช้เวลาบิน 9ชั่วโมง 20นาที บนเครื่องมีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการ

วันที่สิบสี่  กรุงเทพฯ
12.30 น.  เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

หมายเหตุ
โปรแกรมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

------------------------------

อัตราค่าบริการนี้รวม
-โรงแรมที่พักพร้อมอาหารเช้า 12 คืน ระดับ Mid-Range ห้องละ 2 ท่าน
-ค่าวีซ่าท่องเที่ยวนามิเบีย ยื่น On Arrival โดยกรอกวีซ่า e-Visa ล่วงหน้า ค่าวีซ่าประมาณ 90 USD สามารถทำแบบจ่ายด้วยบัตรเครดิต หรือ บัตรเดบิต ที่สนามบิน ไม่รับเงิน USD รับเฉพาะเงินนามิเบียเท่านั้นค่ะ  
-ค่าวีซ่าท่องเที่ยวประเทศ Zimbabwe ยื่น e-Visa แบบ double มูลค่า 45 USD ใช้เวลาค่อยข้างนาน จึงต้องยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 90 วัน (หากลูกค้าจองและยื่นวีซ่าช้า สามารถยื่นวีซ่า On Arrival ได้ที่ ตม. แต่อาจจะโดนเรียกชำระค่าวีซ่าจากหน้าด่านสูงถึง 100 USD ในบ้างครั้งเพราะหน้าด่านทำงานช้ามาก)
-ค่าวีซ่าท่องเที่ยวประเทศ Zambia แบบ e-Visa Single Entry  25 USD
-รถนำเที่ยว Safari Truck ตามรายการระบุ
-ไกด์ท้องถิ่นแบบ Driver Guide พูดภาษาอังกฤษ และ หัวหน้าทัวร์ไทย
-อาหารมื้อหลักตามที่ระบุ 
-น้ำดื่มวันละ 1 ขวด
-ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ
-ค่าประกันการเดินทาง ทุนประกัน 2 ล้านบาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์


อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
-ค่าเฮลิคอปเตอร์ชมน้ำตก Victoria Falls 165-175 USD
-กิจกรรมทางอากาศอื่นๆ สำหรับชม Victoria Fall มุมสูง
-ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ สายการบิน Ethiopian Airlines ฝากซื้อได้ไม่ชาร์จเพิ่ม
-ค่าตั๋วเครื่องบิน จากนามิเบีย มา Zimbabwe
-ค่าอาหารกลางวันและเย็นบางมื้อที่ระบุ ในรายการ
-ค่าภาษีสนามบิน ค่าน้ำหนักสัมภาระเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
-ค่าวีซ่าที่มีค่าธรรมเนียมแพงกว่าหนังสือเดินทางไทย
-ค่ากิจกรรมอื่นๆนอกเหนือจากรายการระบุ
-ค่าเครื่องดื่มพิเศษที่ลูกค้าสั่งเพิ่ม
-ค่าทิปไกด์และคนขับรถท้องถิ่น 130 USD/ลูกค้าหนึ่งท่าน และหัวหน้าทัวร์ไทย 1,500 บาท ต่อลูกค้าหนึ่งท่าน
-ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าซักรีด ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์
-ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการใบเสร็จเต็มรูปแบบ
 
การจองและการชำระเงิน
1.      จองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนก่อนเดินทางเนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น
2.      มัดจำท่านละ  75,000 บาท  ภายใน 3 วัน นับแต่วันจอง พร้อมส่งหน้าพาสปอร์ตผู้เดินทาง
3.      ฝากซื้อตั๋วต้องชำระค่าตั๋ว 100%
4.      ส่วนที่เหลือชำระภายในวันที่ 45 วันก่อนเดินทาง

 


คะแนนและรีวิวสินค้า
ยังไม่มีคะแนนและรีวิว เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy