ทัวร์นามิเบีย น้ำตกวิกตอเรีย ซิมบับเว แซมเบีย 15 วัน 13 คืน

SKU : ทัวร์นามิเบีย น้ำตกวิกทอเรีย 13 วัน

ขายแล้ว 0 ชิ้น

ยังไม่มีรีวิว

฿145,900

คำอธิบายสินค้าแบบย่อ

ทัวร์นามิเบีย น้ำตกวิกตอเรียที่ ซิมบับเว แซมเบีย 15 วัน 13 คืน : 1-15 พฤษภาคม 2570 // 15-29 พฤษภาคม 2570

แบรนด์: 02-แอฟริกา
หมวดหมู่: ทัวร์แอฟริกา
ทัวร์นามิเบีย น้ำตกวิกตอเรีย

ทัวร์นามิเบีย และ น้ำตกวิกตอเรียที่ Zimbabwe

พัก Windhoek 2 คืน/ Spitzkoppe 1 คืน / Swakopmund 2 คืน /เมืองใกล้ๆ Sossusvlei 2 คืน/ Luderitz 1 คืน / Fish River Canyon 1 คืน / Keetmanshoop 1 คืน / Zambia 2 คืน / Zimbabwe 1 คืน

ดินแดนแห่งทะเลทรายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และสัตว์ป่า ฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา ชมทะเลทรายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ชมฝูงนกฟลามิงโกและแมวน้ำ สนุกกับกิจกรรมนั่งรถชมทะเลทราย Sandwich Harbour Bay  - ชมเหมืองเพชรเก่าแก่ที่ Luderitz - ชมต้น Quiver Tree หรือ ต้นไม้กลับหัวแห่งเดียวในโลก ที่ Keetmanshoop ชม Fish River Canyon ที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก แกรนด์แคนยอน ที่อเมริก


 

Download Program PDF 

กำหนดเดินทาง: 1-15 พฤษภาคม 2570 // 15-29 พฤษภาคม 2570

 

อัตราค่าบริการ

กรุ๊ปขนาด 10 ท่าน  

เที่ยวเฉพาะ Namibia   145,900 บาท/ท่าน  
พักเดี่ยว  24,900 บาท

Option Victoria Falls   52,900 บาท/ท่าน
พักเดี่ยว 8,000 บาท

รายละเอียดการเดินทาง
 

วันเช็คอิน  วันเช็คอิน กรุงเทพฯ-สนามบินสุวรรณภูมิ
22.00 น.  คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 Row U ประตู 9-10 เค้าเตอร์สายการบิน ATHIOPIAN AIRLINES เช็กอินและโหลดกระเป๋าสัมภาระ

 

วันที่หนึ่ง  กรุงเทพฯ- Victoria Fall Airport ประเทศซิมบับเว - Zambia Living Stone Area - Victoria Falls ฝั่งประเทศ Zambia

01.50 น.  เหินฟ้าสู่สนามบินเมือง Addis Ababa ด้วยเที่ยวบินที่ ET 609 ใช้เวลาบิน 8 ชั่วโมง 40 นาที บนเครื่องมีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการ

05.35 น.  เดินทางถึง สนามบิน Addis Ababa ประเทศเอธิโอเปีย *เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง* จากนั้นรอต่อเครื่องเพื่อบินต่อไปยังซิมบับเว

08.30 น.  ออกเดินทางต่อสู่ประเทศซิมบับเว  สนามบิน Victoria Fall ด้วยเที่ยวบินที่ ET 823 ใช้เวลาบิน 4 ชั่วโมง 40 นาที บนเครื่องมีอาหารให้บริการ

12.10 น.  เดินทางถึง สนามบิน Victoria Falls International Airport (VFA) ประเทศซิมบับเว  *เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง* โปรดปรับนาฬิกาเป็นเวลาท้องถิ่น ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นเดินทางโดยรถปรับอากาศเข้าสู่ตัวเมือง Victoria Falls จากนั้นเดินทางต่อสู่ด่านพรมแดน Victoria Fass Border(Zimbabwe-Zambia) ข้ามสะพานน้ำตกวิคตอเรีย (Victoria Falls Bridge/Kazungula Border) ระยะทาง 250 เมตร ข้ามแม่น้ำZambezi เป็นเส้นแบ่งแดนของทั้งสองประเทศ มองเห็นน้ำตก Victoria Falls จากด้านข้าง ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง เข้าสู่ประเทศ Zambia ใช้เวลาดำเนินการ 30นาที – 1 ชั่วโมง จากนั้นเดินทางเข้าสู่ เมือง Living Stone Area ในฝั่งประเทศ Zambia

16.00 น.  เดินทางไปเที่ยวป่าฝนน้ำตกวิกตอเรีย (Victoria Falls Rainforest) จะได้เห็นพลังมหาศาลของน้ำตก Eastern Cataract ที่สายน้ำมหึมาทิ้งตัวลงสู่ช่องเขาบาโตกา (Batoka Gorge) อย่างน่าอัศจรรย์ เดินข้ามสะพาน Knife-Edge Bridge ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เพื่อชมหน้าผาหินบะซอลต์อันยิ่งใหญ่และสายน้ำที่โหมกระหน่ำเบื้องล่าง ละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายตลอดทั้งปี ได้ก่อให้เกิดระบบนิเวศขนาดย่อมที่อุดมสมบูรณ์ รายล้อมด้วยพืชพรรณเขียวชอุ่ม เปรียบเสมือนป่าฝนกลางน้ำตก สมควรแก่เวลาเดินทางเช็กอินเข้าสู่ที่พัก

เย็น  รับประทานอาหารเย็น (ไม่รวมเครื่องดื่ม)

ที่พัก  VICTORIA FALLS WATER FRONT LODGE หรือเทียบเท่า

 

วันที่สอง Victoria Falls – Devil’s pool ฝั่งประเทศ Zimbia – Zimbabwe

เช้า  อรุณสวัสดิยามเช้า ไปถ่ายรูปแสงเข้าที่น้ำตก Victoria ฝั่งแซมเบีย จากนั้นกลับมา รับประทานอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์สุดเร้าใจที่ Devil ‘s Pool หรือ สระน้ำปีศาจ แอ่งน้ำธรรมชาติริมหน้าผาของน้ำตกวิคตอเรีย เป็นกิจกรรมที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในลีคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคครึก ที่เมื่อมาเที่ยวน้ำตก Victoria Fall แล้ว จะต้องมาเล่นน้ำ ซึ่งจะทำได้ในช่วงน้ำลดเท่านั้นค่ะ ให้คุณได้ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำแซมบีซีไปยังสระธรรมชาติที่ตั้งอยู่บนขอบหน้าผาสูงกว่า 108 เมตร ด้วยความตื่นตาตื่นใจของน้ำตกและพลังอันยิ่งใหญ่ของสายน้ำอย่างใกล้ชิด เป็นประสบการณ์ที่หาที่ใดเปรียบไม่ได้ หรือ หากท่านใด ว่ายน้ำไม่แข็ง สามารถลงเล่นแช่น้ำ ในอีกจุดคือ Angel ‘s Pool ก็ได้ สำหรับกิจกรรมนี้ เตรียมชุดว่ายน้ำมาด้วยนะคะ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ประเทศซิมบับเว

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน  (ไม่รวมเครื่องดื่ม)

บ่าย  หลังอาหารกลางวัน นำท่านเดินทางไป Zimbabwe   
เย็น  นำท่านเข้าเช็คอินที่ที่พัก ใน Zimbabwe

Option Walk with Lion (ค่าใช้จ่ายไม่รวมในค่าทัวร์)
ค่ำ  รับประทานอาหารเย็น  (ไม่รวมเครื่องดื่ม)

ที่พัก  โรงแรม Kasambabezi Lodge หรือ เทียบเท่า


วันที่สาม  Sunrise Victoria Falls Zimbabwe side - Option: Helicopter ชมวิวน้ำตก Victoria มุมสูง - Zambezi Sundowner Cruise


เช้าตรู่
05.30 เริ่มต้นวันตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ด้วยการเดินสำรวจป่าฝนของฝั่งซิมบับเว น้ำตก Victoria Falls ฝั่ง  Zimbabwe เดินไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 1.7 กม. เพื่อสัมผัสความยิ่งใหญ่ของ “Mosi-oa-Tunya” หรือ “ควันที่คำราม” ชื่อของน้ำตกวิกตอเรียในภาษาท้องถิ่น ระหว่างทางชมแสงอาทิตย์ที่ผ่านละอองน้ำบริเวณ Main Falls และ Horseshoe Falls เกิดเป็นประกายแสงและสีสันที่งดงาม ตัดกับหน้าผาหินบะซอลต์สีเข้ม สร้างทัศนียภาพที่น่าประทับใจ จากนั้นกลับมาäบริการอาหารเช้า(มื้อที่ 5) ที่ห้องอาหารของโรงแรม
 
Option: นำท่านสัมผัสกับการชมภาพ น้ำตก Victoria Falls มุมสูง ด้วยการนั่งชมจากเฮลิคอปเตอร์ บินเหนือน้ำตกวิกตอเรีย ระยะเวลาประมาณ 12-15 นาที ค่าใช้จ่ายไม่รวมในค่าทัวร์ 210++ USD เผื่อบางท่านกลัวการขึ้นเฮลิคอปเตอร์เราจึงไม่บังคับลูกค้า จัดให้เป็น Option ค่ะ (หากต้องการนั่งเฮลิคอปเตอร์แจ้งล่วงหน้าก่อนเดินทาง)

สมควรแก่เวลาเดินทางไปยัง Lookout Café ร้านอาหารชื่อดังที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาสูงกว่า 120 เมตรา เหนือแก่งเชี่ยวของ Batoka Gorge จากจุดนี้จะมองเห็นสะพาน Victoria Falls Bridge และกิจกรรมล่องแก่งบนแม่น้ำแซมบีซีด้านล่างได้อย่างชัดเจน
กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน - (ไม่รวมเครื่องดื่ม)
เย็น  นำท่านล่องเรือชม แม่น้ำแซมบาซี (Zambezi Sundowner Cruise) แม่น้ำ Zambezi เป็นแม่น้ำที่ใหญ่ เป็นอันดับสี่ในแอฟริกา รองจาก Nile, Congo และ Niger มีความยาว 2,574 กม. ถือเป็นหัวใจของภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้เลยทีเดียว เป็นทั้งแหล่งชีวิต ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และต้นกำเนิดของ “น้ำตกวิกตอเรีย (Victoria Falls)” ที่โด่งดังระดับโลก ชม Safari สองข้างแม่น้ำ จะได้เห็น ช้างอาบน้ำริมฝั่ง ฮิปโปโผล่หัวขึ้นจากน้ำ จระเข้ และนกนานาชนิด เพลิดเพลินไปกับäอาหารค่ำ(มื้อที่ 7) (รวมเครื่องดื่มไม่จำกัดบนเรือ) ที่เสิร์ฟบนดาดฟ้าเรือ พร้อมชมท้องฟ้ายามอาทิตย์อัสดงที่ค่อยๆเปลี่ยนเฉดสีจากสีทองอำพันสู่สีม่วงคราม สมควรแก่เวลาเดินทางกลับที่พัก

ที่พัก   Kasambabezi Lodge


วันที่สี่  Transfer to Victoria Falls Airport – Windhoek (Namibia)

เช้าตรู่  บริการอาหารเช้า  ที่ห้องอาหารของโรงแรม สมควรแก่เวลาเดินทางไปยังสนามบิน Victoria Falls International Airport

09.30 น.  เช็คอินที่เคาท์เตอร์สายการบิน Fly Namibia

12.15 น.  เดินทางด้วยเที่ยวบิน 4Z 8136 ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 20 นาที

14.15 น.  ถึง สนามบิน Hosea Kutako International Airport (WDH) เมือง Windhoek ประเทศนามิเบีย เมือง Windhoek เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนามิเบีย อยู่ตอนกลางในเขตที่ราบสูงโคมาสโฮชลันด์(Khomas Hochland) ระหว่างเทือกเขา Auas และ Eros โอบล้อมไปด้วยภูเขาอันงดงาม สูงจากระดับน้ำทะเล 1,700 เมตร เป็นเมืองหลวงที่อยู่สูงเป็นอันดับ 12 ของโลก เป็นศูนย์กลางทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมของประเทศ มีประชากรราว 4แสนคน มีสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์และอาคารสมัยใหม่ มีมรดกตกทอดจากยุคอาณานิคมให้เห็นในร้านอาหารและร้านค้าของชาวเยอรมันมากมาย ผ่านชมอาคารบ้านเรือนที่ได้รับอิทธิพลจากเยอรมัน ซึ่งเป็นชาติแรกที่เคยปกครองประเทศนามิเบียในสมัยยุคล่าอาณานิคม *เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง*
 
นำท่านทำวีซ่า On Arrival ใช้บัตรเครดิตเท่านั้น ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋า และเดินทางเข้าที่พัก

เย็น  อิสระอาหารเย็น (-1-ไม่รวมอาหารเย็น)

ที่พัก WINDHOEK โรงแรม Movenpick Hotel  หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า  Windhoek - Spitzkoppe

เช้า  บริการอาหารเช้า(มื้อที่ 7) ที่ห้องอาหารของโรงแรม
 
หลังอาหารเช้า ออกเดินทางสู่ สปิทซ์คอปป์ (Spitzkoppe) เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในนามิเบีย ได้รับสมญานามว่าเป็น Metterhorn of Africa คือซากภูเขาไฟโบราณที่ก่อตัวขึ้นแบบเดียวกับเทือกเขา Brand berg และ Erongo มีการปีนเขาครั้งแรกในปี 1946 และในปัจจุบันเป็นสถานที่ปีนเขายอดนิยมทั้งในและต่างประเทศ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง

กลางวัน อิสระอาหารกลางวัน (-1- ไม่รวมอาหารกลางวัน) 

บ่าย ออกเดินทางกันต่อโดย Spitzkoppe ตั้งอยู่ในทะเลทรายนามิบอันรกร้างและน่าเกรงขามของนามิเบียระหว่าง Usakos และ Swakopmund เป็นกลุ่มหินแกรนิตหัวโล้น สูงตระหง่านขนาดใหญ่ มีภาพวาดบนหินโบราณจำนวนมาก ถ่ายภาพ Sunset the Rock Arch

เย็น  บริการอาหารค่ำ (มื้อที่ 8)

ที่พัก  SPITZKOPPE  LODGE OR SPITZKOPPE TENTED CAMP & CAMPSITES หรือเทียบเท่า
 

วันที่หก  Spitzkoppe Swakopmund  
เช้า  ถ่ายภาพ Sunrise the Rock Arch 

บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
 
หลังอาหารออกเดินทางสู่ สวาคอปมุนด์(Swakopmund) เป็นโอเอซิสเล็กๆบนชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก แวะระหว่างทางพักชมซากเรืออับปางและเยี่ยมชมอาณานิคมแมวน้ำ Cape Fur Seal ขนาดใหญ่ที่ Cape Cross Seal Reserve เป็นจุดที่นักสำรวจชาวยุโรปคนแรกเหยียบบนชายฝั่งนามิเบียในปี 1486 เดิมทีมีเครื่องหมายกากบาทที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ กษัตริย์แห่งโปรตุเกส โดยนักสำรวจชื่อ ดิเอโก เฉา ปัจจุบันเป็นที่อยู่ของฝูงแมวน้ำมากกว่า 200,000 ตัว แมวน้ำรวมตัวกันที่แนวชายฝั่งหินตลอดทั้งปี โดยจะมีแมวน้ำกระทิงเข้ามาจำนวนมากช่วงปลายเดือนตุลาคม พร้อมต่อสู้เพื่ออาณาเขตของตนเอง รวมไปถึงการผสมพันธุ์ ช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคมจะเป็นช่วงที่ลูกแมวน้ำตัวน้อยถือกำเนิด และชายฝั่งจะเต็มไปด้วยฝูงแมวน้ำตัวน้อยร้องครวญคราง

กลางวัน  อิสระอาหารกลางวัน (-2-ไม่รวมอาหารกลางวัน) 

บ่าย  ออกเดินทางกันต่อ ซึ่ง Swakopmund นั้นก่อตั้งขึ้นในปี 1892 เป็นท่าเรือหลักสำหรับชาวเยอรมันในแอฟริกาตะวันตกเฉียงใต้ ปัจจุบันเป็นรีสอร์ทริมทะเล ผสมผสานระหว่างอิทธิพลของเยอรมันและนามิเบีย อาคารยุคอาณานิคม และลมเย็นๆ ทำให้ที่นี่เป็นที่นิยมอย่างมาก จากนั้นเช็กอินเข้าที่พัก อิสระพักผ่อน

เย็น อิสระอาหารเย็น(-3-ไม่รวมอาหารเย็น)


ที่พัก  SWAKOPMUND โรงแรม Atlantic Villa หรือเทียบเท่า 


วันที่เจ็ด  Swakopmund-ชมนกฟลามิงโก WalvisBay LagoonSandwich Harbour Bay - Swakopmund

เช้า   บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม  หลังอาหารเช้า นำท่านไปยัง อ่าวแซนด์วิช Sandwich Harbour Bay ด้วยรถ 4X4 เป็นหนึ่งในสถานที่มหัศจรรย์ที่สุดในนามิเบีย เป็นพื้นที่ที่ทะเลทรายมาพบกับทะเล อยู่ทางใต้ของเมือง Walvis Bay ในเขต Namib-Naukluft National Park เข้าถึงได้เฉพาะรถ 4x4 เท่านั้น เป็นจุดที่มีเนินทรายยักษ์ของทะเลทรายนามิบไหลลงมาสู่ทะเลแอตแลนติกโดยตรง สีของทรายส้มทองตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าเข้ม เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กยอดนิยมของช่างภาพทั่วโลก
 
 
หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ อ่าววอลสิส (Walvis Bay) Walvisbay Lagoon จะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ดึงดูดนกนับหมื่นนับแสนตัว รวมถึงนกฟลามิงโกจำนวนมากด้วย จะได้พบเห็นนกกว่า 150 สายพันธุ์ เช่น นกฟลามิงโก นกPelican นกหัวโต นกจับหอยนางรม นกเป็ดน้ำเคปทีล เป็นต้น ซึ่งจะมีนกอยู่ 5 ชนิดที่พบได้เยอะคือ นกฟลามิงโกLesser Flamingo และGreater Flamingoนกอีก๋อยบึง Marsh Sandpiper, นกนางนวลแคสเปี้ยน Caspian Tern และนกหัวโตสามแถบ Three-banded Plover

กลางวัน  บริการอาหารกลางวัน (-4- ไม่รวมอาหารกลางวัน) 

บ่าย  เดินทางกลับ SWAKOPMUND

เย็น   บริการอาหารเย็น (-5- ไม่รวมอาหารเย็น) 

ที่พัก  SWAKOPMUND โรงแรม Atlantic Villa หรือเทียบเท่า


วันที่แปด  Swakopmund - The Tropic of Capricorn - Namib- Naukluft Park – พักใกล้ Sossusvlei

เช้า   บริการอาหารเช้า  ที่ห้องอาหารของโรงแรม

เช้า  เดินทางลัดเลาะไปตามอุทยานแห่งชาติ Namib- Naukluft Park อันกว้างใหญ่ เราจะเดินทางอยู่ในทะเลทรายนามิบ เป็นหนึ่งในสองแหล่งมรดกโลกจากองค์การ UNESCO เป็นทะเลทรายชายฝั่งแห่งเดียวที่มีเนินทรายกว้างใหญ่ที่ได้รับอิทธิพลจากหมอก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3 ล้านเฮกตาร์ มีทั้งที่ราบกรวด ที่ราบชายฝั่งและเนินหินภายในทะเลทราย ข้ามแม่น้ำKuiseb ผ่านทุ่งหญ้าสะวันนาและทะเลทราย ผ่าน The Tropic of Capricorn ทรอปิกออฟแคปริคอร์น หรือ ทรอปิกใต้ เป็นวงกลมละติจูดที่ประกอบด้วยจุดใต้แสงอาทิตย์ (subsolar point) ในอายันใต้ (Southern solstice) ของเดือนธันวาคม ทรอปิกออฟแคปริคอร์นเป็นละติจูดใต้สุดที่ดวงอาทิตย์สามารถปรากฏอยู่เหนือหัวพอดี ส่วนละติจูดเหนือสุดที่ดวงอาทิตย์สามารถปรากฏอยู่เหนือหัวพอดีคือทรอปิกออฟแคนเซอร์  โดยระหว่างทาง ถ้าโชคดีเราจะได้เห็นนกกระจอกเทศ ม้าลายภูเขาและนกออริกซ์เล็มหญ้า 
 
แวะพักทาน พายแอปเปิ้ล ที่มีชื่อเสียงในโอเอซีสทะเลทรายเล็กๆแห่งโซลิแทร์ (Slitaire Village) จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง Maltahohe ตั้งอยู่ริมหน้าผา Swartrand และเป็นจุดแวะพักยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยัง Sossusvlei และปราสาท Duwisib ก่อตั้งขึ้นเมื่อคณะกรรมาธิการเขตในปี 1899 ตัดสินใจสร้างฐานทัพทางตะวันตกของเขตนามิเบียตอนกลางอันกว้างใหญ่ ที่นี่เป็นที่ตั้งของโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ พร้อมบาร์ดั้งเดิมและเป็นฐานที่ตั้งอันยอดเยี่ยมสำหรับการสำรวจทิวทัศน์โดยรอบ รวมถึงฟาร์มท้องถิ่นที่อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางเหนือ 35 กม. มีพื้นที่แอ่งน้ำตื้นขนาด 800 เฮกตาร์ หลังจากน้ำท่วมแล้วจะถูกปกคลุมด้วยดอกลิลลี่หลากสีสันนานหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ด้วงจมูกช้างจะกินเข้าไป เช็กอินเข้าที่พักและอิสระพักผ่อน

กลางวัน  บริการอาหารกลางวัน (-6- ไม่รวมอาหารกลางวัน) 

เย็น  บริการอาหารค่ำ ที่ห้องอาหารของโรงแรม  

ที่พัก       Desert Camp หรือ Desert Quiver Camp  หรือ เทียบเท่า


วันที่เก้า  Sossusvlei -Dead Vlei –Dune 45-Big Daddy - Sesriem Canyon - NamibRand Nature Reserve

เช้าตรู่  บริการอาหารเช้า  ก่อนออกเดินทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้น
 
 
วันนี้ออกเดินทางกันแต่เช้ามืดท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ Sossusvlei และ Dead Vlei ที่อยู่ใกล้เคียง คุณจะได้พบกับเนินทรายสีแดงอันเป็นสัญลักษณ์ของนามิบ และท้องฟ้าสีฟ้าใสตัดกับเนินทรายสีแดงขนาดยักษ์ ทำให้เป็นสวรรค์ของช่างภาพและไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนนามิเบีย จากนั้นเที่ยวชมไฮไลท์ต่างๆที่รายล้อมรอบ Sossusvlei ขับรถปีนบน Dune 45 เนินทรายที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดในโลกห่างจากประตูทางเข้า 45 กม. มีความสูง 170 เมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นยอดนิยม เพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ทะเลทรายที่น่าทึ่งและเปลี่ยนแปลงตลอดเส้นทาง เส้นทางออฟโรดนี้จะพาไปยัง Dead Vlei หรือบึงแห่งความตาย เป็นสวรรค์ของช่างภาพ ที่มีต้นอะคาเซียแห้งโบราณที่ตายแล้วตั้งตระหง่านท่ามกลางเนินทรายสีส้ม หรือจะเดินเท้าขึ้นไปบนเนินทราย Big Daddy ที่สูงตระหง่าน ประมาณ 325 เมตร
 
กลางวัน  บริการอาหารกลางวัน  เพื่อความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยว


บ่าย  เดินป่าผ่านการก่อตัวของหินของ Sesriem Canyon เป็นช่องเขาแคบๆยาว 1 กม. ลึก 30 กม. ถูกกัดเซาะด้วยแม่น้ำ Tsauchab เมื่อหลายล้านปีก่อน ใช้ความยาวของเชือก 6 เส้นดึงน้ำจากช่องเขาขึ้นไปด้านบนด้วยภาชนะในสมัยก่อน จากนั้นเดินทางกลับที่พัก   
เย็น  บริการอาหารค่ำ

ที่พัก  Desert Camp หรือ Desert Quiver Camp  หรือ เทียบเท่า
 


 

วันที่สิบ   NamibRand Nature Reserve– Luderitz 

เช้า  บริการอาหารเช้า  ที่ห้องอาหารของโรงแรม
 
หลังอาหารออกเดินทางสู่ เมืองลูเดอริตซ์ (Luderitz) เส้นทางถนนเป็นทางลูกรังผ่านเนินเขาและหุบเขาโล่ง มีวิวภูเขาแดงและต้นคามัลโดเลีย (Camel Thorn) ประปราย ระหว่างทางผ่าน Helmeringhausen หมู่บ้านเล็กๆ ก่อนจะตัดเข้าสู่พื้นที่กึ่งทะเลทราย Namib Plains มีแนวภูเขาและหินแกรนิตสวยตลอดเส้น ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก อดีตเมืองท่า เป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ มีอาคารสไตล์เยอรมันหลายแห่ง ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเยือน มีรอบๆมีบ้านทาสีพาสเทลหลายหลัง ช่วงเช้ามักจะมีหมอกหนาเนื่องจากอิทธิพลของมหาสมุทรแอตแลนติก และช่วงบ่ายอากาศจะอบอุ่นขึ้นจากแสงแดดที่ส่องออกมา ท่าเรือมีการสร้างใหม่ดูทันสมัยมีร้านอาหารหลายร้าน เมื่อก่อนมีการสร้างเหมืองเพชรโคลแมนสคอป(Kolmanskop) ช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 จนกระทั่งเยอรมนีพ่ายแพ้สงคราม แอฟริกาใต้เข้ามาปกครอง นามิเบีย และพบเหมืองเพชรอื่นที่ดีกว่าที่นี่ ผู้คนเริ่มอพยพออกจนกลายเป็นเหมืองร้างในปี 1956 ทุกอย่างเริ่มจมลงไปในผืนทราย ทุกวันนี้เป็นเมืองร้างที่มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นสถานที่ยอดนิยมของช่างภาพ

กลางวัน   อิสระอาหารกลางวัน (-7- ไม่รวมอาหารกลางวัน)

บ่าย  เช็กอินเข้าที่พักที่เมืองลูเดอริตซ์ (Luderitz)

เย็น  อิสระอาหารเย็น (-8- ไม่รวมอาหารเย็น)   

ที่พัก   Luderitz Nest Hotel หรือ เทียบเท่า

 

วันที่สิบเอ็ด  Luderitz  - Kolmanskop  อดีตเหมืองเพชร Ghost Town – Fish River Canyon 
เช้า  บริการอาหารเช้า  ที่ห้องอาหารของโรงแรม
 
ออกเดินทางกันต่อแวะเที่ยวและถ่ายภาพที่ Kolmanskop เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ในอดีตเคยเป็นเหมืองเพชรมาก่อน และช่างภาพรู้จักกันในชื่อของ Ghost Town สมควรแก่เวลา เดินทางไปต่อ Fish River Canyon 

กลางวัน  อิสระอาหารกลางวัน (-9- ไม่รวมอาหารกลางวัน)

บ่าย  นำท่านเดินทางสู่ Fish River Canyon ระยะทางประมาณ 300 กม.  หุบผาชันแม่น้ำฟิช เป็นสถานที่หนึ่งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศนามิเบียในทวีปแอฟริกา เกิดจากแม่น้ำฟิชซึ่งมีความยาว 650 กิโลเมตร ไหลคดเคี้ยวตัดผ่านสถานที่แห่งนี้ซึ่งเป็นเทือกเขากว่า 500 ล้านปี จึงมีสภาพเป็นหุบผาชันขนาดใหญ่ นับเป็นหุบผาชันที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากแกรนด์แคนยอนในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา โดยวิวระหว่างทางอาจจะเจอกับ “ม้าป่า” กลางทะเลทราย เดินทางผ่านภูมิประเทศหินและทะเลทรายสลับกัน  

จากนั้นเช็กอินเข้าสู่ที่พัก เช็กอินเข้าที่พัก ที่ Canyon Village  หากทันเวลาจะนำท่านไปถ่ายพระอาทิตย์ตก ที่ Fish River Canyon  หากไม่ทันจะพาไปถ่ายแสงเช้าแทนค่ะ

เย็น   บริการอาหารค่ำ

ที่พัก   Canyon Village หรือ เทียบเท่า

วันที่สิบสอง   Sunrise Fish River Canyon - Keetmanshoop  

เช้า  นำท่านเดินทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ Fish River Canyon

จากนั้นกลับมา รับประทานอาหารเช้า  ที่ห้องอาหารของโรงแรม
 
หลังอาหารเช้า มุ่งหน้าไปยัง Keetmanshoop ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เป็นเมืองทางตอนใต้ของนามิเบีย ในภูมิภาค Karas ตั้งอยู่บนทางรถไฟสาย Trans-Namib จาก Windhoek ไปยัง Upington ในแอฟริกาใต้ เมืองนี้อยู่ใกล้กับป่า Quiver Tree หรือต้นไม้กลับหัว ระหว่างทางจะได้พบกับม้าทะเลทราย ม้าป่าเหล่านี้อาศัยอยู่ห่างจาก Aus ไปทางตะวันตก 20 กม. เป็นแอ่งน้ำเล็กๆ มีจุดชมวิว สามารถมองเห็นม้าทะเลทรายได้ โดยจะมาดื่มน้ำทุกๆ 5 วัน

กลางวัน   รวมอาหารกลางวัน

บ่าย  ออกเดินทางกันต่อสู่ เมือง Keetmanshoop ซึ่งเมืองนี้ก่อตั้งในปี 1860 โดย Rhenish Mission Society ยังคงรักษาร่องรอยเดิมของอาคารดั้งเดิมในสมัยเยอรมนีเอาไว้ ถ่ายรูปแสงเย็นกับ ต้น Quiver Tree (ชื่อท้องถิ่น Kokerboom) เป็นพันธุ์ว่านงาช้างขนาดใหญ่ สูง 3–9 เมตร ชาวพื้นเมือง San ใช้กิ่งกลวงของต้นนี้ในการทำเป็นปลอกเก็บลูกธนู จากนั้นเช็กอินเข้าสู่ที่พักและอิสระพักผ่อน
 
เย็น  บริการอาหารค่ำ (มื้อที่ 20) ที่ห้องอาหารของโรงแรม

ที่พัก KEETMANSHOOP โรงแรม Quiver Tree Forest หรือเทียบเท่า


วันที่สิบสาม   Keetmanshoop - Windhoek

เช้า บริการอาหารเช้า(มื้อที่ 21) ที่ห้องอาหารของโรงแรม
 
หลังอาหารเช้า นำท่านออกเดินทางสู่เมืองหลวงของนามิเบีย Windhoek ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง วิ่งไปบนถนน B1 ขับผ่านไปบนพื้นที่ทะเลทรายผสมหุบเขาโล่ง ผ่านหมู่บ้านเล็กๆและฟาร์มโคนมและแกะ

กลางวัน  อิสระอาหารกลางวัน (-10- ไม่รวมอาหารกลางวัน)

บ่ายแก่ๆ  เดินทางถึงตัวเมือง Windhoek นำท่านเที่ยวชมตัวเมือง อาทิเช่น

-Christuskirche(โบสถ์คริสต์ชูร์คเคริช)  โบสถ์สไตล์เยอรมันสวยเด่นกลางเมือง สร้างในปี 1907-1910 ระหว่างช่วงอาณานิคมเยอรมันในนามิเบีย มีหอคอยสูง 24 เมตร หน้าต่างกระจกสีสวยงาม ตัวอาคารสร้างด้วยหินทรายและหินท้องถิ่น เป็นสถาปัตยกรรม Neo-Romanesque ผสม Gothic

-Independence Memorial Museum พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์นามิเบีย เปิดในปี 2024 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่อุทิศให้กับประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อเอกราชของนามิเบีย มีลิฟต์ชมวิวเมืองแบบพาโนรามาบนยอดตึก ภายในจัดแสดงเรื่องราวตั้งแต่ยุคอาณานิคมเยอรมันไปจนถึงเอกราชในปี 1990

-Alte Feste ป้อมปราการเก่าและพิพิธภัณฑ์ทหาร สร้างในปี 1890 โดยรัฐบาลอาณานิคมเยอรมัน เป็นป้อมปราการที่เก่าแก่ที่สุดใน Windhoek ใช้เป็นสำนักงานทหารและสถานทีควบคุมเมืองในยุคอาณานิคม ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทหาร แสดงอาวุธยุคเก่าและเอกสารทางประวัติศาสตร์

-ตลาดท้องถิ่น Windhoek Craft Market ซื้อของที่ระลึกและงานหัตถกรรม เครื่องประดับเงิน, ตุ๊กตาไม้, เครื่องปั้นดินเผา, ผ้าทอมือ, เสื้อผ้าพื้นเมือง ชิมอาหารว่างพื้นเมืองและกาแฟท้องถิ่น เป็นต้น

เย็น   อิสระอาหารเย็น (-11- ไม่รวมอาหารเย็น)

ที่พัก  WINDHOEK โรงแรม MOVENPICK หรือเทียบเท่า

วันที่สิบสี่   Windhoek - Addis Ababa 
07.00 น.  บริการอาหารเช้า(มื้อที่ 22) ที่ห้องอาหารของโรงแรม เช็คเอ้าท์

10.30 น. เดินทางไปสนามบิน และเช็คอินที่เคาท์เตอร์สายการบิน Ethiopian Airlines

14.10 น.  เดินทางด้วยเที่ยวบิน ET 834 สู่ Addis Ababa  ใช้เวลาบิน 5ชั่วโมง 50 นาที

20.20 น. ถึงสนามบิน Addis Ababa ประเทศเอธิโอเปีย แวะเปลี่ยนเครื่องมายังกรุงเทพฯ

23.05 น. เหินฟ้าสู่กรุงเทพฯ ด้วยเที่ยวบินที่ ET 608 ใช้เวลาบิน 9ชั่วโมง 20นาที บนเครื่องมีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการ

วันที่สิบห้า  กรุงเทพฯ
12.00 น.  เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ
โปรแกรมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมหมายเหตุ

โปรแกรมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

------------------------------

  • อัตราค่าบริการนี้รวม

    โรงแรมที่พักพร้อมอาหารเช้า 13 คืน ระดับ Mid-Range ห้องละ 2 ท่าน

    ค่าวีซ่าท่องเที่ยวนามิเบีย ยื่น On Arrival โดยกรอกวีซ่า e-Visa ล่วงหน้า

    ค่าวีซ่าท่องเที่ยวประเทศ Zimbabwe ยื่น e-Visa แบบ double

    ค่าวีซ่าท่องเที่ยวประเทศ Zambia แบบ Single Entry On Arriva

    รถนำเที่ยว Safari Truck ตามรายการระบุ

    ไกด์ท้องถิ่นแบบ Driver Guide พูดภาษาอังกฤษ และ หัวหน้าทัวร์ไทย

    อาหารมื้อหลักตามที่ระบุ 

    น้ำดื่มวันละ 1 ขวด

    ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ

    ค่าประกันการเดินทาง ทุนประกัน 1 ล้านบาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์

     

    อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

    ค่าเฮลิคอปเตอร์ชมน้ำตก Victoria Falls 210+ USD

    กิจกรรมทางอากาศอื่นๆ สำหรับชม Victoria Fall มุมสูง

    ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ สายการบิน Ethiopian Airlines ฝากซื้อได้ไม่ชาร์จเพิ่ม

    ค่าตั๋วเครื่องบิน จาก Victoria falls  มา Zimbabwe

    ค่าอาหารกลางวันและเย็นบางมื้อที่ระบุ ในรายการ  รวม 11 มื้อ

    ค่าเครื่องดื่มในมื้ออาหาร เช่น มื้ออาหารกลางวัน หรือ มื้ออาหารเย็น

    ค่าภาษีสนามบิน ค่าน้ำหนักสัมภาระเกินกว่าที่สายการบินกำหนด

    ค่าวีซ่าที่มีค่าธรรมเนียมแพงกว่าหนังสือเดินทางไทย

    ค่ากิจกรรมอื่นๆนอกเหนือจากรายการระบุ

    ค่าเครื่องดื่มพิเศษที่ลูกค้าสั่งเพิ่ม

    ค่าทิปไกด์และคนขับรถท้องถิ่น 140 USD/ลูกค้าหนึ่งท่าน และหัวหน้าทัวร์ไทย 1,600 บาท ต่อลูกค้าหนึ่งท่าน

    ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าซักรีด ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการใบเสร็จเต็มรูปแบบ


การจองและการชำระเงิน
1.      จองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนก่อนเดินทางเนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น
2.      มัดจำท่านละ  75,000 บาท  ภายใน 3 วัน นับแต่วันจอง พร้อมส่งหน้าพาสปอร์ตผู้เดินทาง
3.      ฝากซื้อตั๋วต้องชำระค่าตั๋ว 100%
4.      ส่วนที่เหลือชำระภายในวันที่ 45 วันก่อนเดินทาง

 

คะแนนและรีวิวสินค้า
ยังไม่มีคะแนนและรีวิว เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy