ทัวร์กรีซ เอเธนส์ มิโคนอส ซานโตรีนี 11 วัน 8 คืน
Athens Acropolis & Parthenon Cape Sounion Thessaloniki Kalambaka วัดบนหน้าผาหินยักษ์ Great Meteoron & Varlaam Delphi Temple of Athena- Temple of Apollo Patras คอคอดคอรินธ์ Mykonos Windmill & Little Venice
Santorini OIA Village Fira ล่องเรือชมภูเขาไฟ
พัก Athens 2 คืน / Thessaloniki 1 คืน/ Kalambaka 1 คืน/ Delphi 1 คืน/ Mykonos 1 คืน
และ พิเศษ พัก Santorini 2 คืน
โดยสายการบิน Turkish Airlines
กำหนดการเดินทาง : 29 พ.ค. 08 มิ.ย. 69 และ 12-20 ก.ย. 69 **
วันเดินทาง
29 พ.ค. 08 มิ.ย. 69
12-20 ก.ย. 69
อัตราค่าบริการ : หน่วย บาท/ท่าน...
ราคา สำหรับ กรุ๊ป 10 ท่าน 129,900 บาท / ท่าน
พักเดี่ยวเพิ่ม 24,900 บาท
*ราคานี้ยังไม่รวมตั๋วเครื่องบินทุกเส้นทาง เริ่มต้น 4X,XXX
โปรแกรมการเดินทาง
วันที่หนึ่ง กรุงเทพฯ อิสตันบูล
19.30 น. นัดพบที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ที่เคาท์เตอร์สายการบิน เตอร์กิชแอร์ไลน์
22.45 น. ออกเดินทางสู่ อิสตันบูล ประเทศตุรเคีย เที่ยวบินที่ TK 69 (บนเครื่องบินมี อาหารและเครื่องดื่มบริการ อาหารค่ำ และ อาหารเช้า)

วันที่สอง อิสตันบูล เทสซาโลนิกิ(Thessaloniki)
04.45 น. เดินทางถึงสนามบิน Istanbul Airport เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี จากนั้นเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อไปยังกรุงเอเธนส์ **เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4ชั่วโมง**
07.30 น. เหินฟ้าสู่กรุงเอเธนส์ ด้วยเที่ยวบิน TK 1881 ใช้เวลาบิน 1ชั่วโมง 15 นาที
08.45 น. เดินทางถึงสนามบิน Thessaloniki ประเทศกรีซ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รับสัมภาระ **เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง** จากนั้นเดินทางสู่ เมือง Thessaloniki เป็นเมืองใหญ่ลำดับที่ 2 ของกรีซ และถือเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรม การค้า การศึกษา และศาสนาในคาบสมุทรบอลข่าน ก่อตั้งเมื่อ 2,300ปี ก่อน มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ทั้งยุคกรีก โรมัน ไบแซนไทน์ ออตโตมัน จนถึงยุคใหม่ เที่ยวชม พิพิธภัณฑ์โบราณคดี (Archaeological Museum) จัดแสดงสมบัติจากยุคมาซิโดเนีย มีรูปปั้น โมเสก เครื่องประดับโบราณ จัดแสดงนิทรรศกาลครอบคลุมตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงยุคโรมัน จากนั้นแวะถ่ายรูปกันที่ White Tower เป็นแลนด์มาร์กประจำเมือง สร้างโดยชาวออตโรมันศวรรษที่ 15 เคยใช้เป็นคุกและป้อมปราการ เป็นจุดชมวิวอ่าว Thermaic Fulf จากยอดหอคอย ต่อด้วย ประตูชัยกาเลริอุส (Arch of Galerius) หรือรู้จักในชื่อ Kamara เป็นซุ้มประตูโรมันโบราณ สร้างเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของจักรพรรดิ Galerius หลังจากทำสงครามกับเปอร์เซียในศตวรรษที่ 3 แกะสลักหินเล่าเรื่องราวสงครามกับชาวเปอร์เซีย อยู่ใจกลางเมือง ถ่ายภาพ กำแพง Byzantine Walls เป็นกำแพงโบราณย่านเมืองเก่าตั้งอยู่บนเนินเหนือเมืองชื่อ Ano Poli สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ปกป้องเมืองจากศัตรู เป็นจุดชมวิวเมืองและอ่าว Thermaic Gulf มีบ้านเรือนไม้โบราณ และ มัสยิด Hamza Bey Mosque มัสยิดยุคออตโตมัน ในศตวรรษที่ 15-16 หนึ่งในอาคารออตโตมันสำคัญของเมือง เป็นโครงสร้างโดมใหญ่ ลวดลายหินสวย ปัจจุบันใช้สำหรับนิทรรศการและงานวัฒนธรรม
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน (มื้อที่ 1) ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่ายแก่ สมควรแก่เวลาเดินทางต่อไปยัง โบสถ์ St. Demetrius Church โบสถ์ไบแซนไทน์ อุทิศให้ St. Demetrios นักบุญผู้คุ้มครองเมือง มี Crypt ใต้ดินที่เชื่อว่าเป็นที่สังหารนักบุญ มีโมเสกและจิตรกรรมไบแซนไทน์ อีกทั้งยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO 1988 ในฐานะส่วนหนึ่งของอนุสรณ์สถานยุคโบราณคริสต์และไบแซนไทน์แห่งเทสซาโลนิกิ และ โบสถ์ St. George Rotunda (Hagios Georgios) เป็นอาคารทรงกลมขนาดใหญ่ อายุกว่า 1,700 ปี เดิมเป็นสุสานจักรพรรดิ จากนั้นเปลี่ยนเป็นโบสถ์คริสต์ มัสยิดและถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์มาซิโดเนียในปี 1917 มีภาพโมเสกคริสต์ยุคแรก
เย็น บริการอาหารค่ำ (มื้อที่ 2) ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พัก โรงแรม THESSALONIKI CAPSIS HOTEL หรือเทียบเท่า ระดับ 4ดาว

วันที่สาม เทสซาโลนิกิ (Thessaloniki)- คาลัมบาก้า(Kalanbaka)
เช้า บริการอาหารเช้า (มื้อที่ 3) ที่ห้องอาหาร
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมือง Kalambaka ระยะทาง 230 กม. ใช้เวลาเดินทางราวๆ 3 ชั่วโมง
เป็นเมืองเล็กๆทางภาคกลางของกรีซ ตั้งอยู่เชิงเขาหินสูงชันของ Meteora ดินแดนแห่งเทพปกรณัม มีประวัติยาวนานตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ ผ่านโรมัน ไบแซนไทน์จนถึงออตโตมัน เคยเป็นจุดหมายปลายทางของผู้แสวงบุญทั่วโลกมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 จากนั้นเดินทางสู่ Meteora Monasteries เป็นกลุ่มผาหินขนาดมหึมาตั้งตระหง่านเหนือเมือง Kalambaka มีอารามของนักบวชคริสต์ออร์โธดอกซ์สร้างบนยอดผาหินเหล่านั้นจนกลายเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์และงดงามที่สุดในโลกทั้งในเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม ผาหินสูง 300-550 เมตร เกิดจากการกัดกร่อนของแม่น้ำและลมหลายล้านปี ซึ่งคำว่า Meteora แปลว่า ลอยอยู่ในอากาศ หรือ แขวนอยู่กลางฟ้า เคยมีวัดบนผาหินมากกว่า 24 แห่ง ปัจจุบันเหลือเพียง 6 อาราม ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1988
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน (มื้อที่ 4) ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเที่ยวชม Holy Monastery of Great Meteoron ต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ 150 ขั้น เป็นอารามที่ใหญ่ที่สุด เก่าแก่ที่สุดและสำคัญที่สุดในกลุ่มอารามเมทิโอราทั้งหมดที่ยังคงเหลือ ถือเป็นหัวใจของ Meteora Monasteries และเป็นต้นแบบของการพัฒนาระบบพระสงฆ์แบบอยู่รวมหมู่ในพื้นที่นี้ ก่อตั้งประมาณ ค.ศ. 1340 โดย St. Athanasios the Meteorite ภายในวิหารหลักอุทิศให้กับ Transfiguration of our Lord Savior สร้างช่วงกลางศตวรรษที่ 16 มีภาพสีเฟรสโกอันงดงามเป็นผลงานศิลปะไบแซนไทน์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง มีพิพิธภัณฑ์ที่เก็บคัมภีร์เก่า เครื่องใช้ทางศาสนา เสื้อคลุมสงฆ์ อาวุธและวัตถุโบราณ ออกมาจุดชมวิวที่เห็นภาพพาโนรามาที่เห็นอาราม Varlaam โปรดแต่งกายสุภาพเรียบร้อยทั้งชายและหญิง ห้ามสวมเสื้อแขนกุดและกางเกงขาสั้นเหนือเข่า จากนั้นชม The Monastery of Varlaam เป็นอารามที่ใหญ่เป็นอันดับสอง สัญลักษณ์ของความมั่นคงและศรัทธา ถูกก่อตั้งในกลางศตวรรษที่ 14 โดยนักบวช Varlaam ที่นี่เป็นศูนย์กลางของนักบวชที่มาปฏิบัติแบบแยกตัวและเคร่งครัด หลังจาก Varlaam เสียชีวิตในต้นศตวรรษที่ 15 อารามถูกทิ้งร้าง โบสถ์เล็กที่เขาสร้างและอุทิศให้ Three Hierarchs ก็ทรุดโทรม จากนั้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 ก็มีพี่น้อง Theophanes และ Nectarios (Apsarades) มาฟื้นฟูและสร้างโบสถ์ใหม่อุทิศให้ ALL Saints ในปี 1541 หลังการฟื้นฟูอารามกลับมาเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและเป็นหนึ่งในอารามสำคัญของ Meteora ตกแต่งด้วยภาพสีเฟรสโกจากศตวรรษที่ 16-17
เย็น บริการอาหารค่ำ (มื้อที่ 5) ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พัก โรงแรม KALAMBAKA AMALIA HOTEL หรือเทียบเท่า ระดับ 4ดาว

วันที่สี่ คาลัมบาก้า(Kalanbaka) เดลฟี่ (Delhi)
เช้า บริการอาหารเช้า (มื้อที่ 6) ที่ห้องอาหาร
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมือง Delphi ระยะทาง 230 กม. ใช้เวลาเดินทางราวๆ 3-4 ชั่วโมง
เดลฟีเป็นแหล่งโบราณคดีโบราณและเมืองสมัยใหม่บนภูเขาพาร์นาสซัส (Parnassus) ในภาคกลางของกรีซ มีชื่อเสียงในฐานะที่ตั้งของเทพพยากรณ์แห่งอพอลโล และถือเป็นศูนย์กลางของโลกกรีกโบราณ แหล่งมรดกโลกอันกว้างใหญ่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 1987 ประกอบด้วยซากปรักหักพังที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี เช่น วิหารอพอลโล โรงละคร สนามกีฬา และคลังสมบัติ รวมถึงพิพิธภัณฑ์โบราณคดีเดลฟี ซึ่งเก็บรักษาโบราณวัตถุจากแหล่งโบราณคดี เที่ยวชม Temple of Athena เป็นโบสถ์เล็กๆเก่าแก่ที่สุดของเดลฟี อุทิศให้กับเทพีเอธีนา โครงสร้างแบบ Doric มีสามช่วงของการก่อสร้างหลัก Temple A โบสถ์แรกที่สร้างขึ้นช่วงศตวรรษ 7 ก่อนคริสตกาล เป็น หิน poros, เสา Doric 12 ต้น, Temple B ประมาณ 510 ก่อนคริสตกาล เป็นหิน Poros, 12 เสาด้านยาว 6 เสาด้านสั้น ตกแต่งด้วยรูปปั้นดินเหนียวบน pediments และ metopes และ Temple C ประมาณ 360 ก่อนคริสตกาล เป็นหินปูน แบบ prostyle in antis 6 เสาที่ด้านหน้า, มี Cella และ Vestibule, ไม่มีตกแต่งปูนปั้น ชม Tholos of Athena Pronaia เป็นอาคารทรงกลมโบราณที่มีเอกลักษณ์
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน (มื้อที่ 7) ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเที่ยวชม Temple of Apollo อุทิศให้กับเทพอพอลโล ศูนย์กลางคำพยากรณ์แห่งอดีต ชม เสา Doric เก่าแก่ เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่นักบวชและชาวกรีกโบราณเคยมาขอคำพยากรณ์ สามารถมองเห็นวิว หุบเขา Pleistos รอบๆ สร้างใน 510 ก่อนคริสตกาล เคยถูกทำลายจากแผ่นดินไหวใน 373 ก่อนคริสตกาล โบสถ์ที่เห็นในปัจจุบัน เสร็จประมาณ 330 ก่อนคริสตกาล โดยโบสถ์แรกเป็น กระท่อมทำจากกิ่งไม้ลอเรล โบสถ์ที่สอง ทำจากขี้ผึ้งและขนนกผึ้ง โบสถ์ที่สาม ทำจากทองสัมฤทธิ์ และโบสถ์ที่สี่ทำจากหิน poros รูปแบบโบสถ์ Doric peripteral temple ตั้งรูปเคารพเทพ Apollo และ Omphalos (navel of the earth) มีจารึก Delphic maxims ของนักปราชญ์ 7 คนของกรีกโบราณ จากนั้นชม โรงละครโบราณ Delphi Theatre สร้างในศตวรรษที่ 4 ใช้ในการแสดงและพิธีกรรมทางศาสนา รองรับผู้ชมได้ 5พันคน เป็นโรงละครกรีกโบราณ ที่นั่งเป็นวงกลมบนเนิน มีพื้นที่กลางสำหรับนักแสดงและนักร้อง มีฉากหลังและเวที มองเห็นหุบเขา Pleistos และภูเขา Parnassus
เย็น บริการอาหารค่ำ (มื้อที่ 8) ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พัก โรงแรม DELPHI AMALIA HOTEL หรือเทียบเท่า ระดับ 4ดาว

วันที่ห้า Patras Ancient Corinth - Athens
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 09) หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่เมืองปาทรัส (Patras) ระยะทาง 124 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เมืองที่ใหญ่ เป็นอันดับสามของกรีซ รอง จากเอเธนส์และพิราอุส นำท่านผ่านชมและถ่ายรูปกับมหาวิหารเซนต์แอนดรูว์ (St.Andrews Church) อีกหนึ่งคริสตจักรที่ตั้งสูงตระหง่านอยู่เหนือเขตเมืองเก่า ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 20 จากนั้นเดินทางเรียบ คลองโครินท์ (Corinth Canal) (ระยะทาง 132 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เป็นคลองขุดเพื่อเชื่อมต่อระหว่างอ่าวโครินท์ (Corinth Gulf) และอ่าวซาโรนิค (Saronic Gulf) ใน ทะเลเอเจียน (Aegean Sea) แนวคิดการขุดคลองนี้มีตั้งแต่ช่วง 700 ปีก่อนคริสตกาล แต่ได้เริ่มขุดจริงในปี ค.ศ. 1830 จนขุดคลองสำเร็จในปี ค.ศ. 1893
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 10)

บ่าย ชมเมืองโบราณโครินท์ (Ancient Corinth) หนึ่งในอดีตเมืองท่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกรีซ สร้างขึ้นเมื่อ ศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสตกาล ถูกปกครองโดยอาณาจักรโรมันโบราณของจูเลียส ซีซาร์ จากนั้นเดินทางสู่ เอเธนส์ (Athens) (ระยะทาง 83 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองหลวงของกรีซ และยังเป็น เมืองใหญ่ที่สุดในกรีซ ใช้ชื่อตามพระเจ้าอะธีนาในปุราณวิทยา เป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยกินช่วง ระยะเวลามากกว่า 3,400 ปี
เย็น รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 11) ที่โรงแรม
ที่พัก GREAT ATHENS HOTEL 4* หรือ เทียบเท่า

วันที่หก Athens Mykonos
เช้า บริการอาหารเช้า (มื้อที่ 12) ที่ห้องอาหาร หลังอาหารนำท่านเดินทางไปยังท่าเรือ Piraeus Pier
09.15 น. ออกเดินทางสู่ เมือง Mykonos ด้วยเรือ Sea Jet Highspeed ชั้นประหยัด ใช้เวลาเดินทาง 2ชั่วโมง 50นาที *รอบเวลาเรืออาจมีการเปลี่ยนแปลง*
12.05 น. เดินทางถึงท่าเรือเกาะ Mykonos ได้รับการขนานนามว่าเป็นเกาะแห่งสายลม และตั้งอยู่ใจกลางหมู่เกาะ Cyclades เป็นหนึ่งในเกาะที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรีซ มีชายหาดสวย ชีวิตกลางคืนสุดคึกคัก บ้านเรือนสีขาวสะอาดตาตามสถาปัตยกรรม Cycladic
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน (มื้อที่ 13) ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย เที่ยวชม กังหันลมแห่งมิโคนอส Mykonos Windmill เป็นสัญลักษณ์แห่งภูมิทัศน์ของเกาะ สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 16-17 โดยชาวเวนิส แต่เดิมมีกังหันลมมากมายถึง 16 หลัง ปัจจุบันเหลือเพียง 5-7 หลัง มีสีขาวราวหิมะและรูปทรงกลม พร้อมด้วยหลังคาทรงแหลมที่ทำจากไม้เนื้อดี ในอดีตเคยใช้ลมและถูกนำมาใช้สีข้าวสาลีส่งไปยัง Cyclades และยุโรป แต่พอความทันสมัยเข้ามาแทนที่ กังหันลมหยุดทำงานแล้ว เหลือเป็นเพียงสัญลักษณ์ของอดีต จากนั้นชม Little Venice เป็นหนึ่งในสถานที่ที่โรแมนติคที่สุดของเกาะ เต็มไปด้วยบ้านเรือนเก่าแก่สีขาวสะอาดตา ประตูหน้าต่างสีฟ้า ตัดกับฉากหลังของทะเลอีเจียนสีฟ้าครามช่างงดงามตระการตา คาดว่าสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 ถึงกลางศตวรรษที่ 18 เคยอยู่ภายใต้การปกครองของชาวเวนิส บ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นของผู้มั่งคั่ง ต่อมาบ้านหลายหลังถูกดัดแปลงเป็นบาร์เก๋ๆ และให้อิสระเดินเล่น ถ่ายภาพ ชมเมืองเก่า(Chora) อันเป็นหัวใจของเกาะ Mykonos เลือกช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่น ร้านเครื่องประดับ ชมสถาปัตยกรรม เช็กอินคาเฟ่เก๋ๆ เป็นต้น
เย็น บริการอาหารค่ำ (มื้อที่ 14) ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พัก โรงแรม MYKONOS SAN ANTONIO SUMMERLAND HOTEL หรือเทียบเท่า ระดับ 4ดาว


วันที่เจ็ด มิโคนอส(Mykonos) ซานโตรีนี(Santorini)
เช้า บริการอาหารเช้า (มื้อที่ 15) ที่ห้องอาหาร หลังอาหารนำท่านเดินทางไปยังท่าเรือ
09.50 น. เดินทางสู่ เมือง Santorini ด้วย Sea Jet Highspeed ชั้นประหยัด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2ชั่วโมง 10นาที *รอบเวลาเรืออาจมีการเปลี่ยนแปลง*
12.00 น. เดินทางถึงท่าเรือ Athinios Port เมือง Santorini มีชื่อทางการว่า Thira/Thera เป็นหนึ่งในเกาะที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Cyclades เกิดจากภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ ทำให้เกิดอ่าวทรงพระจันทร์เสี้ยว (Caldera) เป็นเกาะที่โดดเด่นด้วยบ้านสีขาวหลังคาสีฟ้า วิวทะเล Aegean และพระอาทิตย์ตกสุดแสนโรแมนติก
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน (มื้อที่ 16) ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย เดินทางสู่ทางเหนือของเกาะ พาท่านเดินเที่ยวชม หมู่บ้าน OIA Village แต่เดิมรู้จักในชื่อ Apano Meria เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่สวยที่สุดบนเกาะ และเคยเป็นชุมชนในทะเล Aegeanใต้บนเกาะThira และTherasia ในหมู่เกาะ Cyclades เคยเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในปลายศตวรรษที่ 19 จนถึงต้นศตวรรษที่ 20 นับแต่การปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นในปี 2011 หมู่บ้านก็เป็นส่วนหนึ่งของเทศบาลซานโตรินี บ้านสีขาวหลังคาสีฟ้า ซอยคดเคี้ยว ถนนคนเดินแคบๆ ประตูหน้าต่างสีฟ้า มีร้านค้า คาเฟ่ บาร์และโรงแรมเล็กๆกระจายตามถนน บางบ้านถูกเจาะเข้าไปในหน้าผา และรอชมพระอาทิตย์ตก
เย็น บริการอาหารค่ำ (มื้อที่ 17) ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พัก โรงแรม SANTORINI DAEDALUS HOTEL หรือเทียบเท่า ระดับ 4ดาว

วันที่แปด Santorini
เช้า บริการอาหารเช้า (มื้อที่ 18) ที่ห้องอาหาร
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเที่ยวชม ชายหาด Perissa Black เป็นทรายดำที่เกิดจากลาวาภูเขาไฟโบราณ มีชายหาดยาวกว่า 7 กม. เป็นหาดทรายดำที่ยาวที่สุดในซานโตรินี น้ำทะเลใส สวย แต่คลื่นบางช่วงอาจแรง ตั้งอยู่เชิงเขา Mesa Vouno Mountain สุดชายหาดจะมีจุดดำน้ำและกีฬาทางน้ำ เช่น วินด์เซิร์ฟ พราเซลลิ่ง เจ็ตสกี พายเรือแคนู เป็นต้น จากนั้นเดินทางต่อไปยัง ชายหาด Beach Kamari Beach เป็นชายหาดที่เกิดจากลาวาภูเขาไฟเช่นเดียวกัน แต่ชายหาดกว้างและสะอาดกว่า น้ำทะเลใสและค่อนข้างเงียบสงบ เหมาะกับการเล่นน้ำ อยู่ห่างจากเมืองฟีราที่เป็นเมืองหลวงของซานโตรินีเพียง 10 กม. ทำให้เป็นหนึ่งในชายหาดที่อยู่ใกล้เมืองหลวงที่สุด
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน (มื้อที่ 19) ณ ภัตตาคาร
บ่าย
หลังอาหารเดินเที่ยวชมตัว เมือง Fira ซึ่งเป็นเมืองหลวงของซานโตรินี ตั้งอยู่บนหน้าผา Caldera ทางตะวันตกของเกาะ มีสถาปัตยกรรม Cycladic แบบดั้งเดิม บ้านสีขาวหลังคาโค้ง ประตูและหน้าต่างสีฟ้า ถนนคนเดินหินปูนคดเคี้ยว สามารถมองเห็นทะเล Aegeanและภูเขาไฟ เลือกซื้อสินค้า ถ่ายภาพ ตามอัธยาศัย
เย็น บริการอาหารค่ำ (มื้อที่ 20) ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พัก โรงแรม SANTORIN DAEDALUS HOTEL หรือเทียบเท่า ระดับ 4ดาว
วันที่เก้า ซานโตรีนี(Santorini) - เอเธนส์ (Athens)
เช้า บริการอาหารเช้า (มื้อที่ 21) ที่ห้องอาหาร
หลังอาหารนำท่านเดินทางไปยังท่าเรือ จากนั้นนำท่าน ล่องเรือชมภูเขาไฟ(Volcano Cruise) ซึ่ง Nea Kameni Volcano เป็นเกาะภูเขาไฟกลางทะเล เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟหลายรอบในช่วงสองพันปีที่ผ่านมา จากนั้นเรือจะล่องไปยังบริเวณบ่อน้ำพุร้อน (Hot Spring) ที่มาจากภูเขาไฟ มีประโยชน์อย่างมากต่อผิวหนัง โรคไขข้ออักเสบ และอาการปวดเมื่อย สัมผัสกับน้ำทะเลสีฟ้า อิสระถ่ายภาพ จนสมควรแก่เวลาเดินทางกลับสู่ท่าเรือ จากนั้นเดินทางต่อไปยังสนามบิน
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน (มื้อที่ 22)
.......... น. เหินฟ้าสู่กรุงเอเธนส์ ด้วยสายการบิน..................... เที่ยวบินที่ ........ ใช้เวลาบิน 55นาที
.......... น. เดินทางถึงสนามบินเอเธนส์ รับสัมภาระ จากนั้นเดินทางสู่ แหลมซูเนียน (Cape Sounion) เป็นแหลมที่ปลายสุดทางใต้ของคาบสมุทร Attica ชม Temple of Poseidon สร้างขึ้นราว 440BC ยุคคลาสสิกของกรีก เพื่อบูชาโพไซดอน เทพเจ้าแห่งท้องทะเล ตั้งอยู่บนริมหน้าผาสูง 60 เมตรเหนือทะเล Aegean เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของชาวเรือและเป็นจุดนำทางในยุคโบราณ มีเสาแบบ Doric Column สูงใหญ่ 15 เสา จากเดิมมี 34 เสาทำจากหินอ่อนสีขาวที่ขุดได้ในท้องถิ่น
เย็น บริการอาหารค่ำ (มื้อที่ 23) ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พัก โรงแรม GREAT ATHENS HOTEL หรือเทียบเท่า ระดับ 4ดาว


วันที่สิบ เอเธนส์ Arocpolis Olympic statium -ช็อปปิ้ง
เช้า อรุณสวัสดิ์ พร้อม รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 24) หลังอาหารเช้า นำท่านเดินทางเข้าชม อะโครโพลิส (Acropolis) เชื่อกันว่าบนเนินเขาแห่งนี้เป็นที่สถิตของเทพีเอเธน่า ซึ่งต่อมา องค์การยูเนสโก (Unesco) ได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม ในปี ค.ศ.1987 นำท่านชมวิหารพาร์ เธนอน (Parthenon) วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่เทพีอาเธน่า เป็นวิหารที่สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง รายล้อมด้วยเสาหินแบบดอริกซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของโลกที่สร้างขึ้นในโลกยุค คลาสสิกหรือยุคทองของกรีซ ช่วงประมาณ 450-300 ปีก่อนคริสตกาล นำท่านเดินทางสู่ย่านเก่าแก่บริเวณ เชิงเขาอะโครโพลิส ที่เรียกว่า พลากา (Plaka) แหล่งรวมนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ถนนหนทางตรอกซอก ซอยเต็มไปด้วย ร้านค้า บาร์ ภัตตาคาร คึกคักพลุกพล่านไปด้วยผู้คนทั้งกลางวันและยามค่ำคืน อิสระให้ท่านช้ อปปิ้งของฝากของที่ระลึกมากมาย สุดเขตย่านพลากา คือย่านเมืองใหม่อุดมไปด้วยร้านค้าแฟชั่นหรูระดับโลก และ ถนนคนเดินที่เป็นระเบียบสวยงาม
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 25)
บ่าย สนามกีฬาโอลิมปิก (Olympic Stadium) ซึ่งได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่และใช้ในการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิกเป็นครั้งแรกในปีค.ศ.1896 นำท่านผ่านชมจัตุรัสซินตักมา (Syntagma Square) ที่ตั้งของ รัฐสภาแห่งชาติ และอนุสรณ์ทหารนิรนาม จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งเอาท์เลต ณ McArthurGlen Athens ซึ่ง เป็นเอาท์เลตขนาดใหญ่ ลดราคาสินค้า 30-70% และมีร้านค้าแบรนด์เนมให้เลือกกว่า 120 ร้านค้า ภายใน เอาท์เลตแห่งนี้ อิสระให้ท่านช้อปปิ้งแบบจัดเต็ม ให้ท่านได้มีเวลาเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม
18.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินเอเธนส์
19.00 น. เช็คอินเคาท์เตอร์สายการบิน Turkish Airlines
22.00 น. เดินทางสู่ อิสตันบูล ด้วยเที่ยวบิน TK 1846
23.35 น. ถึง อิสตันบุล นำท่านเปลี่ยนเครื่อง กลับประเทศไทย
วันที่สิบเอ็ด อิสตันบุล - กรุงเทพ
01.50 น. ออกเดินทางทาง อิสตันบุล ด้วยเที่ยวบิน TK 68 ใช้เวลาบินประมาณ 10 ชั่วโมง บนเครื่องบริการอาหาร 2 มื้อ
15.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ : โปรแกรมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมและความปลอดภัย
อัตราค่าบริการนี้รวม
-ค่าโรงแรม / ที่พัก 8 คืน
-น้ำดื่มวันละ 1 ขวด
-ค่าอาหารทุกมื้อพร้อมอาหารว่างและเครื่องดื่ม
-ค่ารถนำเที่ยวเป็นแบบ มินิบัส 20 ที่นั่ง
-ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ
-มัคคุเทศก์ท้องถิ่น พูดภาษาอังกฤษ นำเที่ยวตลอดการเดินทาง
-หัวหน้าทัวร์ไทยบริการ
-ค่าประกันอุบัติเหตุ วงเงิน 1,000,000.- บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
Xค่าวีซ่าเชงเก้น กรีซ (ใช้เวลาประมาณ 15 วันทำการ)
Xค่าตั๋วเครื่องบินสายการบิน Turkish Airlines และ ตั๋วเครื่องบินในประเทศ Santorini Athens 1 เที่ยวบิน
Xค่าน้ำหนักกระเป๋าเกินพิกัดกว่าสายการบินกำหนด โหลดใต้ท้องเครื่องได้ 1ใบไม่เกิน 23 กก. และถือขึ้นเครื่องได้ 7 กก.
Xค่าทิปไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ วันละ 10 EURO ต่อลูกค้า 1 ท่าน รวม 9 วัน : 80 EURO / ลูกค้า 1 ท่าน
Xค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย 1000 บาท ต่อลูกค้า 1 ท่าน
Xค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าขี่ม้าต่างๆ
Xค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ค่าเครื่องดื่มพิเศษนอกเหนือรายการ ค่ามินิบาร์ในโรงแรมที่พัก
Xภาษีสนามบิน (ถ้ามี)
Xค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และ ภาษีหัก ณ ที่ จ่าย 3 % กรณีที่ ต้องการใบเสร็จรับเงินเต็มรูปแบบ