ทัวร์ทิเบต Tibet Road Trips - Everest Base Camp ฝั่งทิเบต เขาไกรลาส ทะเลสาบ Manasarovar อาณาจักรกู่เกอ
Zhada Earth Forest National Geological Park ทะเลสาบยัมดร็อก
13วัน 12คืน
พักเฉิงตู 2คืน / ลาซา 2คืน / ชิกัตเซ่ 1คืน /Tingri 1คืน/Saga 1คืน/Darchen 2คืน/Zhada 2คืน
และ Siquanhe 1คืน
โดยสายการบินไทย+ บินภายในเข้าออกเฉิงตู-ลาซา// Shiquanhe-ลาซา-เฉิงตู
รายละเอียดการเดินทาง
30 พฤษภาคม - 11 มิถุนายน 2569
อัตราค่าบริการ ทิเบต EBC ไกรลาส 13วัน 12คืน สำหรับชาวไทย: หน่วย บาท/ท่าน
เดินทาง ผู้ใหญ่ 10-14 ท่าน ราคา 126,000 บาท/ท่าน
ผู้ใหญ่ 15 ท่าน 116,000 บาท/ท่าน
พักเดี่ยวเพิ่ม 17,000 บาท
วันที่หนึ่ง กรุงเทพฯ เฉินตู
07.30 น. สมาชิกพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 4 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ Row H เคาน์เตอร์สายการบินไทย เช็กอิน โหลดสัมภาระ
10.50 น. เหินฟ้าสู่เฉินตู ด้วยเที่ยวบิน TG 618 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 10 นาที บนเครื่องมีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการ
15.00 น. ถึง สนามบิน Tianfu International Airport เมืองเฉินตู ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง **เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง** จากนั้นเดินทางเช็กอินเข้าที่พัก อิสระพักผ่อน
เย็น บริการอาหารค่ำ(มื้อที่ 1)
ที่พัก โรงแรม JIU DING INTERNATIONAL HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว เมืองเฉินตู
วันที่สอง เฉินตู - ลาซา (3,650m)
เช้า อรุณสวัสดิ์ยามเช้า äรับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 2) หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อทำการบินเข้าสู่เมืองลาซา
11.45 น. เหินฟ้าสู่สนามบินลาซา ด้วยเที่ยวบินที่ CA 2763 ใช้เวลาบิน 2 ชั่วโมง 30นาที **เที่ยวบินภายในอาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลาตามความเหมาะสม** พร้อมอิสระรับประทานอาหารกลางวันในสนามบิน
14.15 น. เดินทางถึงสนามบิน Lhasa Gonggar International Airport นครลาซา เมืองหลวงของทิเบต เป็นดินแดนสวรรค์บนฟ้าที่เรียกขานกันว่า หลังคาโลก ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 3,650 เมตร ออกซิเจนที่ลาซาจึงค่อนข้างจะบางเบา ปัจจุบันเป็นทิเบตเป็นเขตปกครองตนเองเทียบเท่ามณฑลหนึ่งของประเทศจีน ในปี ค.ศ. 1951 ทางประเทศจีนได้ใช้กำลังทหารจากเมืองเฉินตูบุกเข้ายึดครองทิเบต ทำให้องค์ดาไลลามะ ต้องอพยพออกจากทิเบตพร้อมด้วยผู้ติดตามอีกประมาณ 5 หมื่นคนและได้ไปตั้งถิ่นฐานแห่งใหม่ของตนเองในประเทศอินเดียและเนปาล หลังรับกระเป๋าสัมภาระ นำท่านเดินทางสู่ ตัวเมืองนครลาซา (Lhasa, 拉萨) ผ่านทิวทัศน์อันงดงามแปลก ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง เช็กอินเข้าที่พัก อิสระพักผ่อน เพื่อการปรับสภาพร่างกายสำหรับที่สูง แนะนำให้เดินเล่นรอบๆ โรงแรม งดการวิ่งหรือกิจกรรมหนักๆ งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แนะนำให้จิบน้ำบ่อยๆ และดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ 2-3 เท่า ทำอะไรอย่างช้าๆ ไม่ต้องเร่งรีบ รับประทานผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์และไข่ให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มพลังงาน
เย็น รับประทานอาหารเย็น(มื้อที่ 3) หลังอาหารอิสระตามอัธยาศัย
ที่พัก โรงแรม TIBET HOTEL หรือเทียบเท่า ระดับ 4 ดาว

วันที่สาม ลาซา พระราชวังโปตาลา วัดโจคัง ตลาดแปดเหลี่ยม ลาซา
เช้า อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร(มื้อที่ 4) หลังอาหารนำท่านชม พระราชวังโปตาลา (Potala Palace, 布达拉宫) (พระราชวังฤดูหนาว) ตั้งอยู่บนยอดเขาแดงซึ่งมีความสูงประมาณ 117 เมตร พระราชวังโปตาลาเป็นอาคารสูง 13 ชั้น ยาว 400 เมตร กว้าง 350 เมตร มีห้องต่าง ๆ 1,000 ห้อง เริ่มสร้างเมื่อ ค.ศ.ที่ 7 โดยกษัตริย์ กษัตริย์ซงจั้นกันปู้ (Songtsen Gampo) แรกเริ่มต้องการเพียงจะสร้างเป็นตำหนักให้แก่มเหสีชาวจีนและชาวเนปาลของพระองค์เอง ต่อมาทรงใช้เป็นสถานที่ในการศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า จนกระทั่งสมัยเปลี่ยนการปกครองเป็นพระลามะเป็นผู้ปกครองประเทศ ได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมขึ้นเรื่อย ในสมัยของดาไลลามะที่ 5 ประมาณ ปี ค.ศ. 1645 - 1693 พระราชวังโปตาลา ได้เป็นพระราชวังฤดูหนาว ภายในพระราชวังได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ สีขาวเป็นส่วนของสังฆาวาส เป็นส่วนของพระราชวัง, สีแดงเป็นส่วนพุทธาวาสสำหรับใช้ทำกิจของสงฆ์และบรรจุพระศพขององค์ดาไลลามะ และส่วนเชื่อมที่เป็นสีเหลืองใช้สำหรับเก็บพระไตรปิฎก
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 5) ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเที่ยวชม วัดโจคัง (Jokhang Temple) ภาษาจีนเรียก วัดต้าเจ้าซื่อ(大昭寺) เป็นวัดที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวทิเบต วัดโจคังสร้างในสมัยของกษัตริย์ซงจ้านกันปู้ (อยู่ในปี ค.ศ. 620-649) เพื่อไว้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่มเหสี ชาติจีนและเนปาล ที่นำเข้ามายังทิเบต ศิลปะการก่อสร้างมีจุดเด่นตรงที่นำเอาศิลปะของ 4 ชาติมาผสมกันคือ ทิเบต จีน เนปาลและอินเดีย นอกจากนี้พระพุทธรูปที่พระนางเหวินเฉิง นำมาจากประเทศจีน ซึ่งได้รับการกราบไหว้และยอมรับกันอย่างมากว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด แม้แต่พวกขบวนการเรดการ์ดหรือกองทัพแดงของจีนที่ทำลายทุกอย่างในสมัยการปฏิวัติวัฒนธรรมในประเทศจีน ก็ยังไม่กล้าแตะต้องพระพุทธรูปองค์นี้ จากนั้นให้อิสระท่านช้อปปิ้งสินค้าพื้นมืองนานาชนิดที่ ถนนแปดเหลี่ยม(Barkhor Street, 八廓街) ที่ล้อมรอบวัดโจคัง สัมผัสบรรยากาศทิเบตแท้ๆ มีร้านขายของหัตถกรรม ผ้าทอ อัญมณี เครื่องประดับ หินทิเบต
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น(มื้อที่ 6) หลังอาหารอิสระพักผ่อน
ที่พัก โรงแรม TIBET HOTEL หรือเทียบเท่า ระดับ 4 ดาว

วันที่สี่ ลาซา -ทะเลสาบยัมดร็อก Karola Glacier Pelkor Chode Monastery Shigatse (3,840m)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 7)
หลังอาหารเช้า นำท่านเดินทางสู่ปลายทางวันนี้ที่ เมือง Shigatse (日喀则) วิ่งไปตามทางหลวงมิตรภาพ G 318 ไปทางตะวันตกขับรถข้ามเส้นทาง Gampala Pass (4,790m) ถนนดีราดยาง โดยระหว่างทางแวะเที่ยวชม ทะเลสาบยัมดร็อก (Yamdrok Tso, 羊卓雍錯) ทะเลสาบสีเทอควอยซ์แห่งทิเบต เป็นหนึ่งในทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์สี่แห่งของทิเบต (อีก 3 แห่งคือ Lhama La-tso, Manasarovar และ Man-tso) ทะเลสาบนี้เป็นแหล่งรวมน้ำจาก Yarlung Tsangpo หรือแม่น้ำพรหมบุตร (Brahamaputra) เป็นทะเลสาบน้ำจืด ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 4,441 เมตร มีพื้นที่รวม 638 ตร.กม. มีความลึก 30-40 เมตร สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางต่อไปอีกราวๆ 1 ชั่วโมง แวะชมธารน้ำแข็ง Karola Glacier (卡若拉冰川) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่อยู่ระหว่างเส้นทางหลวง Highway ห่างเพียง 300 เมตร บนรอยต่อระหว่างเขต Nagarze และ Gyangze ที่ระดับความสูง 5,019 เมตร จากระดับน้ำทะเล อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสามธารน้ำแข็งใหญ่ของทิเบต ครอบคลุมพื้นที่ 9.4 ตร.กม. มีต้นกำเนิดที่ภูเขา Noijin Kangsang(7,191m) หนึ่งในสี่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของทิเบต ที่จุดชมวิวจะมีเจดีย์รายล้อมไปด้วยธงมนต์ จากนั้นออกเดินทางต่อไปยังเมือง Gyantse(江孜县) อยู่ในจังหวัด Shigatse เขตปกครองตนเองทิเบต ประเทศจีน ในอดีตเคยถือเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามและโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคทิเบต (รองจากลาซา และ Shigatse) ตั้งอยู่ในหุบเขา Nyang Chu บนเส้นทางการค้าโบราณจากหุบเขา Chumbi, Yatung และ Sikkim มาบรรจบกันที่นี่ ล้อมรอบด้วยกำแพงยาว 3 กม. มีป้อมปราการที่สร้างในปี ค.ศ. 1390 คอยปกป้องทางเข้าทางใต้สู่หุบเขา Yarlung Tsangpo และลาซา
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 8)
บ่าย นำท่านชม วัด Pelkor Chode Monastery (白居寺) อารามหลักตั้งอยู่ในหุบแม่น้ำ Nyangchu ของเมือง Gyantse อยู่ใจกลางเมืองบนทางหลวงมิตรภาพเชื่อมเมืองกาฐมาณฑุไปยังลาซาโดยผ่านเมือง Gyantse ตัวอารามที่เก่าแก่มีประวัติศาสตร์ย้อนไปในศตวรรษที่ 9 ตัวอารามหลัก Tsuklakhang นั้นสร้างในปี 1418-1428 โดย Rabten Kunzang Phak เจ้าชายองค์ที่สองแห่ง Gyantse เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างฮั่น ทิเบตและเนปาล ตัวสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นคือ Bodhi Dagoba หรือ Kumbum โครงสร้างสูง 32 เมตร เป็นอาคาร 9 ชั้น มีประตู 108 บาท โบสถ์และศาลเจ้า 76 แห่ง ห้าชั้นแรกเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่เหลือเป็นทรงกลมได้รับการขนานนามว่า เจดีย์หมื่นองค์ มีพระพุทธรูปประมาณหมื่นองค์ประดิษฐานเป็นภาพและจิตรกรรมฝาผนัง มีห้องสวดมนต์ซ้อนทับนับร้อยห้อง สมควรแก่เวลาออกเดินทางต่อไปยัง เมือง Shigatse (日喀则) ซึ่งเป็นเมืองระดับจังหวัด เมืองใหญ่อันดับสองในทิเบต ห่างจากลาซาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 280 กม. ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 3,840 เมตร เช็กอินเข้าที่พัก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
เย็น รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 9) หลังอาหารอิสระตามอัธยาศัย
ที่พัก โรงแรม SCHERY HOTEL หรือเทียบเท่า ระดับ 4 ดาว

วันที่ห้า Shigatse - Tashi Lhunpo Monastery-Sakya Monastery- Tingri (4,300m)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 10) หลังอาหารเช้านำท่านชม วัดทาชิลุนโป (Tashi Lhunpo Monastery, 扎什伦布寺) ก่อตั้งขึ้นในปี 1447 โดยพระดาไลลามะองค์ที่ 1 Gyalwa Gedun Drupa เป็นอารามที่มีชีวิตชีวาที่สุดในจังหวัด U-Tsang มีความสำคัญมากในศตวรรษที่ 16 เมื่อ Lobsang Choekyi Gyaltsen เจ้าอาวาสได้รับการยอมรับจากดาไลลามะที่ 5 ว่าเป็นการกลับชาติมาเกิดของอมิตาภะ ครูสอนทางจิตวิญญาณของ Chenreziq นักบุญอุปถัมภ์ของทิเบต ได้พระราชทานนามว่าเป็น ปันเชนลามะ ซึ่งปันเชน แปลว่า นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ เป็นอารามที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และมีความสำคัญทางวัฒนธรรมใน Shigatse อารามถูกขับไล่ในปี 1791 เมื่ออาณาจักร Gorkha บุกทิเบตและยึดเมือง Shigatse กองทัพทิเบตและจีนได้รวมพลกันขับไล่กลับไปยังเมืองกาฐมาณฑุ อารามนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาใจกลาง Shigatse ชื่อเต็มในภาษาทิเบต หมายถึง โชคลาภและความสุขทั้งหมดมารวมกันที่นี่ สมควรแก่เวลาออกเดินทางต่อไปยัง Sakya Ancient Town เป็นเทศมณฑลภายใต้เมือง Shigatse ในเขตปกครองตนเองทิเบต และตั้งชื่อตามอารามศากยะ อันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนศากยะแห่งพุทธศาสนาในทิเบต ระยะทาง 145 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.5-3 ชั่วโมง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 11)
บ่ายสอง นำท่านเข้าชม วัด Sakya Monastery, 萨迦寺 หรือรู้จักในชื่อ Pel Sakya แปลว่า ดินสีขาวหรือดินสีซีด เป็นวัดพุทธที่ตั้งอยู๋ในเมือง Sagya ห่างจาก Shigatse ไปทางตะวันตกราว 127 กม. เป็นศูนย์กลางของนิกาย Sakya/ Sakyapa ของพุทธศาสนาแบบทิเบต ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1073 โดย Khön Könchok Gyalpo มีสถาปัตยกรรมใช้สีเทา-แดง-ขาว ไม่เหมือนวัดอื่นในทิเบต มีคัมภีร์โบราณกว่า 40,000 เล่ม ภายในมีจิตรกรรมเก่าแก่แบบทิเบต และห้องสวดมนต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในทิเบต สมควรแก่เวลาเดินทางต่อไปยังเมือง Tingri定日县เป็นมณฑลภายใต้การบริหารของเมืองระดับจังหวัด Shigatse มณฑลนี้ประกอบด้วยหุบเขาตอนบนของแม่น้ำ Bum-Chu หรือ Arun พร้อมกับหุบเขาของลำน้ำสาขา หุบเขา Rongshar Tsangpo และ Lapchi Gang Tsanpo ไหลลงใต้สู่เนปาล มีอาณาเขตทางทิศใต้ติดกับเทือกเขาหิมาลัยได้แก่ ยอดเขาเอเวอเรสต์(Chomolungma) Makalu และ Cho Oyu ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
เย็น เข้าที่พักและนำท่านäรับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 12) หลังอาหารอิสระตามอัธยาศัย
ที่พัก โรงแรม GESANGHUA HOTEL หรือเทียบเท่า ระดับ 3 ดาว

วันที่หก แสงเช้าวิวพาโนรามา Mt. Everest - Rongbuk Monastery Peiku Lake - Saga (4640m)
เช้าตรู่ ตื่นกันแต่เช้าตรู่ เช็กเอ้าท์และนำท่านเดินทางไปชมแสงเช้าสีทองอาบยอดเขา Everest ตัดกันกับท้องฟ้าสีครามเข้มวิวแบบพาโนรามาที่ช่องเขา Gawula Pass (5250m) เป็นจุดแวะพักบนเส้นทางสู่ค่ายฐานเอเวอรสต์ สามารถมองเห็นยอดเขาหิมาลัยสูง 8,000 เมตรได้พร้อมกันถึง 5 ยอดคือ Mt. Makalu(8463m), Mt. Lhotse(8516m), Mt. Everest(8848m), Mt. Cho Oyu(8201m), และ Mt. Shishapangma(8020m) และäรับประทานอาหารเช้าแบบกล่อง (มื้อที่ 13) สมควรแก่เวลาออกเดินทางกันต่อแล้วทำการเปลี่ยนเป็นรถของอุทยานเข้าไปด้านใน ซึ่งจะต้องผ่านจุดตรวจพาสปอร์ตก่อนจะถึงปลายทาง
เมื่อรถจอดนำท่านเดินไปเที่ยวชมวัด Rongbuk Monastery, 绒布寺เป็นอารามที่สูงที่สุดในโลก ที่ระดับความสูง 5,154 เมตร ใกล้กับ Everest Base Camp ทางทิศเหนือของวัดนี้จะมี Mt. Everest เป็นฉากหลัง ห่างจากแคมป์เอเวอเรสต์ 8 กม. โดยอาราม Rongbuk หรือที่เรียกว่า Dzarongpu หรือ Dzarong คืออารามทางพุทธศาสนาในทิเบตของนิกาย Nyingma ในเมือง Basum เขต Dingri ในเขต Shigatse ของเขตปกครองตนเองทิเบต วัดนี้สร้างในปี 1899 โดย ลามะ Ngawang Tenzin Norbu วัดนี้ยังเป็นโฮสเทลที่พักสำหรับนักปีนเข้าเอเวอเรสต์ด้านทิเบตอีกด้วยค่ะ พร้อมทั้งอิสระถ่ายภาพกับภูเขาเอเวอเรสต์ในระยะที่เห็นใกล้ชิด แบบไม่ต้องปีน สมควรแก่เวลานำท่านนั่งรถอุทยานกลับออกมาในเส้นทางเดิม
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 14)
บ่ายๆ หลังอาหารนำท่านออกเดินทางกันต่อไปยัง เมือง Saga 萨嘎县 (ดินแดนแห่งความสุข) เป็นเมืองเล็กๆ และเป็นเทศมณฑลหนึ่งของจังหวัดชิกัตเซ่ โดยมีพรมแดนติดกับประเทศเนปาลทางทิศตะวันตกและทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 4,640 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นเมืองพักที่สำคัญสำหรับผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยวที่จะไปเยี่ยมชมภูเขาไกรลาส ซึ่งเป็นเมืองสุดท้ายบนเส้นทางทางใต้ที่มีเสบียงสำหรับนักเดินทาง ร้านค้า ร้านอาหารตลอดจนเกสต์เฮ้าส์และโรงแรม ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง โดยจะใช้เส้นทางผ่าน ทะเลสาบ Pelkhu Tso, 佩枯错 หรือ Peiku ตั้งอยู่ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,591 เมตร บนที่ราบสูงทิเบตในเขตปกครองชิกัตเซ ห่างจากแม่น้ำพรหมบุตรไปทางใต้ 18 กม. ติดกับเขตปกครอง Saga เขตปกครอง Gyirong และเขตปกครอง Nyalam ทะเลสาบมีความยาว 27 กม. กว้าง 6 กม. ล้อมรอบด้วยภูเขาที่มีความสูงถึง 5,700-6,000 เมตร เป็นทะเลสาบสีน้ำเงินโคบอลต์ ใหญ่ที่สุดใน Shigatse เป็นน้ำจากธารน้ำแข็งไหลลงมาสู่ทะเลสาบ น้ำจะไหลงสู่แม่น้ำ Yarlung Tsangpo ว่ากันว่าเป็นทะเลสาบน้ำกร่อย ให้อิสระถ่ายรูปกันตามอัธยาศัย
19.00 น. เดินทางถึงที่พักในเมือง Saga นำท่านเช็คอินเข้าที่พักและ äรับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 15)
ที่พัก โรงแรม OU GUAN HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 **BEST LOCAL**
วันที่เจ็ด Saga Zhongba Paryang - Darchen (4670m)
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 16) หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ เมือง Darchen/ Taqin塔钦 เป็นเมืองเล็กๆบนเส้นทางการค้าทิเบต-อินเดีย/เนปาล ตั้งอยู่ทางใต้ของภูเขาไกรลาส ในเขต Ngari ทิเบตตะวันตก บนที่ราบสูง 4,670 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับนักแสวงบุญและนักเดินทางที่จะขึ้นเขาไกรลาสหรือไปทะเลสาบ Manasarovar เป็นจุดแวะพักของคาราวานและนักแสวงบุญมาตั้งแต่โบราณ แม้จะเป็นเมืองเล็กแต่มีความสำคัญเชิงจิตวิญญาณมาก ระหว่างทางอาจจะเห็นฝูงจามรีและแกะบนทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลใต้ภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ผ่านภูเขา Mayum La ที่ความสูง 5211 เมตร ก่อนจะเข้าสู่เขต Ngari ผ่านเมือง Zhongba, 仲巴县 หรือ Drongba เป็นทิเบตตะวันตก และเป็นแหล่งกำเนิดแม่น้ำ Tsangpo (พรหมบุตร) ว่ากันว่า Zhongba คือ สถานที่ของจามรีป่า ในภาษาทิเบต ตั้งอยู่ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,587 เมตร เป็นหมู่บ้านเล็กๆริมถนนสายหลัก วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่นั่งรถกันยาวๆทั้งวัน 8-9 ชั่วโมง จากนั้นแวะเที่ยวชมและขอพรกันที่ วัด Zhongba Monastery หรือ Zhadong Monastery扎东慈一一古殿 หรือรู้จักกันในชื่อ Tadong Monastery ตั้งอยู่ในเขตจงปาเก่า ริมถนนสาย 219 ห่างจากเมืองใหม่จงปา 22 กม. ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 4,700 เมตร มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,300 ปี ซึ่ง Zhadong แปลว่า หน้าผากอยู่ด้านบน ในภาษาทิเบต เป็นวัดในนิกายเกลุกปะ สร้างครั้งแรกในสมัยราชวงศ์ชิง ผ่านการซ่อมแซมหลายครั้งแต่ยังคงสถาปัตยกรรมโบราณทิเบต
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน(มื้อที่ 17) ณ ร้านอาหาร ระหว่างการเดินทาง หลังอาหารออกเดินทางต่อผ่าน เมือง Paryang, 帕羊镇 เป็นเมืองเล็กๆ ที่ระดับความสูง 4,750 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นเมืองและตำบลหนึ่งในเขตจงปา โดยตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจงปา และห่างจากหมู่บ้าน Saldang ในเนปาลไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 80 กม.
19.00 น.
เดินทางเข้าที่พักที่เมือง Darchen พร้อม รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 18) หลังอาหารอิสระตามอัธยาศัย
ที่พัก โรงแรม SHEN SHAN CHENG BAO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3ดาว
วันที่แปด ภูเขาไกรลาส Darchen (4670m)
เช้า อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม(มื้อที่ 19)
หลังอาหารนำท่านนั่งรถอุทยานเข้าไปด้านในเพื่อถ่ายภาพภูเขาไกรลาส (Mount Kailash, Gang Rinpoche冈仁波齐峰) เป็นยอดเขาแห่งหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย ตั้งอยู่ในทิศตะวันตกของเขตปกครองตนเองทิเบต ทางตอนเหนือของยอดเขานันทาเทวีราว 100 ไมล์ มีความสูง 6,638 เมตร จัดว่าเป็นยอดเขาสูงเป็นอันดับที่ 32 ของโลก และสูงเป็นที่ 19 ในบรรดายอดเขาของเทือกเขาหิมาลัย เป็นยอดเขาที่มีอายุกำเนิดมาจนถึงปัจจุบัน 50 ล้านปี เขาไกรลาส ปกติจะปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็งสีขาวโพลน จนได้อีกชื่อหนึ่งว่า ภูเขาสีเงิน ไกรลาส เป็นคำวิเศษณ์ในภาษาสันสกฤต แปลว่า สีเงินยวง ทุกปีจะมีผู้จารึกแสวงบุญตามศาสนาต่าง ๆ เดินทางมาที่นี่ โดยเชื่อว่าเป็นการบูชาและได้อยู่ใกล้พระศิวะ โดยทำการประทักษิณให้ครบ 39 รอบ เป็นการเคารพบูชาอันสูงสุด ในศาสนาฮินดูเชื่อว่าเขาไกรลาสเป็นที่ประทับของพระศิวะ ในศาสนาพุทธมีคัมภีร์สารัตถปกาสินีระบุว่าเขาไกรลาสเป็นเขาที่ประเสริฐสุดในบรรดาภูเขาในป่าหิมพานต์และยังปรากฏในศาสนาเชนและศาสนาบอนด้วย เชิงเขาไกรลาสเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสำคัญหลายสายของภูมิภาคแห่งนี้ ได้แก่ แม่น้ำพรหมบุตร แม่น้ำคงคา แม่น้ำสินธุ และแม่น้ำ Sutlej นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบอีก 7 แห่งอยู่รายรอบ ซึ่งแห่งที่สำคัญ คือ ทะเลสาบมานสโรวระ(Manasarovar) หรือ ทะเลสาบมานัสสะ

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน(มื้อที่ 20) ณ ร้านอาหาร
บ่ายแก่ ออกไปเก็บภาพบรรยากาศภูเขาไกรลาสรอบๆ
เย็น รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 21) หลังอาหารอิสระตามอัธยาศัย
ที่พัก โรงแรม SHEN SHAN CHENG BAO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3ดาว **BEST LOCAL**
วันที่เก้า 07 มิ.ย. 69: ทะเลสาบ Manasarovar (4590m) Zhada (3660m)
เช้า อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 22) หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบ Manasarovar เป็นหนึ่งในทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ของทิเบต อยู่ทางเหนือของเขาไกรลาส เชื่อกันว่า คือ สระอโนดาต ในป่าหิมพานต์ เป็นสถานที่ที่เป็นต้นกำเนิดของหงส์ และหงส์จะบินกลับมาที่นี่ทุกปี ทะเลสาบมานัส ได้ถูกอ้างอิงถึงในรามายณะและมหาภารตะ ที่ระบุว่า ทะเลสาบมานัสอันศักดิ์สิทธิ์นี้ แม้แต่ใครได้ถูกต้องสัมผัสหรือนำเอามาล้างร่างกายหรือได้อาบน้ำในทะเลสาบนี้ ผู้นั้นจะได้ไปสู่สรวงสวรรค์ และถ้าใครได้ดื่มน้ำในทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์นี้ ก็จะได้ขึ้นไปอยู่ในสวรรค์ใกล้ที่สถิตของพระศิวะ เป็นทะเลสาบน้ำจืดตั้งอยู่ที่ความสูงประมาณ 4,590 เมตร เป็นสถานที่แสวงบุญดึงดูดผู้คนทางศาสนาจาก อินเดีย เนปาล ทิเบต และประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล Kailash Manas Sarovar Yatra ประจำปี ผู้แสวงบุญเดินทางไปอาบน้ำในทะเลสาบ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 23) ณ ร้านอาหาร
บ่าย หลังอาหารออกเดินทางต่อไปยัง เมือง Zhada (札达县) หรือ Tsamda/ Zanda เป็นเมืองทางตะวันตกสุดของทิเบต ในเขตปกครองตนเอง Ngari อดีตเมืองหลวงของอาณาจักร Guge ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 3,660 เมตร ว่ากันว่า Zanda หมายถึง สถานที่ซึ่งมีหญ้าอยู่ปลายน้ำ รอบล้อมไปด้วยรัฐหิมาจัลประเทศของอินเดียทางทิศตะวันตก รัฐอุตตราขัณฑ์ทางทิศใต้ ลาดักห์ทางตะวันตกเฉียงเหนือ เทศมณฑล Gar ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและเทศมณฑล Burang ทางตะวันออกเฉียงใต้ ระยะทาง 230 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง ซึ่งระหว่างทางเราก็จะผ่าน Zanda Earth Forest National Geological Park อันเป็นเครื่องหมายว่า เราได้เข้ามาใกล้ตัวเมือง Zanda แล้วนั่นเอง
เย็น รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 24) หลังอาหารอิสระตามอัธยาศัย
ที่พัก โรงแรม TULIN CHENGBAO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3ดาว **BEST LOCAL**

วันที่สิบ Sunrise Zanda Earth Forest National Geological Park อาณาจักร กู่เกอ Tholing Monastery Zanda (3660m)
เช้าตรู่ ตื่นกันแต่เช้าตรู่ นำท่านไปเก็บบรรยากาศแสงเช้าที่ Zanda Earth Forest National Geological Park(扎达地质森林国家地质公园) ถูกจัดเป็นอุทยานธรณีแห่งชาติเมื่อปี 2005 อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 3,750 -4,500 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นป่าดินแคนยอน ขนาด 2,464 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Langqen Zangbo เดิมที่ตรงนี้เคยเป็นทะเลสาบมาก่อน และเกิดจากการเคลื่อนตัวของภูเขาหิมาลัยยกตัวขึ้นและเกิดจากการกัดกร่อนของน้ำและการรวมตัวกันของตะกอนของชั้นทะเลสาบและแม่น้ำส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยหินทรายและดินเหนียว ทำให้เกิดป่าดินมีรูปร่างแปลกตา เช่น รูปปราสาท เจดีย์ หอคอย หรือเหมือนกับนักรบที่คอยปกป้องยอดเขา เป็นต้น สมควรแก่เวลากลับมา รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 25)
สายๆ นำท่านไปชม วัด Tholing Monastery Complex(托林寺) เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง Nagri ที่ความสูงประมาณ 3,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 997 โดยกษัตริย์ Yeshe-O เป็นหนึ่งในวัดพุทธทิเบตเก่าแก่ที่สุดใน Ngari เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่พุทธศาสนานิกาย Sakya และยังเป็นจุดสำคัญบนเส้นทางเก่าจากอินเดียและเนปาลเข้าสู่ทิเบตตะวันตก โดย Tholing ในภาษาทิเบต แปลว่า ลอยอยู่บนฟ้าตลอดกาล ภายในมีวัดอีกสามวัดด้วยกันคือ วัด Yeshe-O Temple, วัด Lhakhang Karpo และ วัด Dukhang ซึ่งภายในวัดจะมีภาพวาดเก่าแก่ที่สวยงามและคงเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 26) ณ ร้านอาหาร หลังอาหารอิสระพักผ่อน เอาแรงก่อนไปเดินอาณาจักรกู่เก๋อในช่วงเย็น

16.00 น. ออกเดินทางไปเที่ยวชม อาณาจักรกู่เกอ (Guge Kingdom Ruins,古格王国遗址) ซึ่งเราต้องเปลี่ยนเป็นรถแบตเตอร์รี่ของทางอุทยาน อาณาจักรโบราณอายุกว่า 1,000 ปี เคยรุ่งเรืองมากที่สุดในยุคตุนหวงและหลังล่มสลายของอาณาจักรทิเบต มีวังเหมือนเป็นปราสาทถูกสร้างขึ้นตามแนวภูเขาเป็นจุดยุทธศาสตร์ มีอุโมงค์ใต้ดินต่างๆ เชื่อมถึงกันและกำแพงด้านนอกแข็งแรง ซากปรักหักพังนี้มีความกว้างจากตะวันออกไปตะวันตก 600 เมตร ยาวจากใต้ไปเหนือ 1,200 เมตร มีพื้นที่ 720,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยบ้านเรือน เจดีย์ และถ้ำ อยู่ห่าง 300 เมตร จากเชิงซากปรักหักพังถึงยอดเขาประกอบกันเป็นกลุ่มอาคารโบราณขนาดใหญ่ อาคารแบ่งออกเป็นสามชั้น ชั้นบนเป็นพระราชวัง กลางเป็นวัด และชั้นล่างเป็นที่อาศัย มีทางเชื่อมต่อกันด้วยอุโมงค์ มีกำแพงหินที่มุมด้านนอก มีอาคารวัดที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ยังคงสมบูรณ์ ได้แก่ พระราชวังขาว พระราชวังแดง บนยอดเขามีพระราชวังหลวง ประกอบด้วยห้องโถงใหญ่สำหรับชุมนุม ห้องโถงสำหรับกิจกรรมทางศาสนา แท่นบูชา ศาลเจ้า และพระราชวังฤดูหนาว พระราชวังฤดูร้อน แบะยังมีคลองหินเก่าแก่ที่มีความยาว 2 กม. สมควรแก่เวลาเดินทางกลับเข้าตัวเมือง
เย็น รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 27) หลังอาหารอิสระตามอัธยาศัย
ที่พัก โรงแรม SHEN SHAN CHENG BAO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3ดาว **BEST LOCAL**
วันที่สิบเอ็ด Zhada - Shiquanhe พิพิธภัณฑ์ Tibet Ngari Museum (4255m)
เช้า อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 28) หลังอาหารนำท่านเดินทางไปยัง เมือง Shiquanhe(狮泉河镇) ซึ่งเป็นเมืองหลักในเขตปกครอง Ngari เป็นศูนย์กลางการคมนาคมในพื้นที่ทิเบตตะวันตก บางครั้งเรียก Ali (阿里市) ตั้งอยู่บนฝั่ง Sengge Zangbo ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำสินธุ ใกล้กับจุดบรรจบกับแม่น้ำ Gartang อยู่ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 4,255 เมตร เป็นเมืองสไตล์จีนสมัยใหม่ ระยะทาง 240 กม. ใช้เวลาเดินทางราว 4-5 ชั่วโมง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน(มื้อที่ 29) ณ ร้านอาหาร
บ่ายแก่ นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ Tibet Ngari Museum阿里博物馆 เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่แห่งแรกที่ครอบคลุมภูมิภาค Ngari มีพื้นที่ประมาณ 1,610 ตร.ม. จัดแสดงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ ภูมิศาสตร์ ประเพณี และมนุษยธรรมของพื้นที่ Ngari บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ Ali โบราณและสมัยใหม่ในแม่น้ำประวัติศาสตร์ Hongyuan โดยจัดแสดงนิทรรศการตามธีม 7ห้อง ชั้นแรกคือภูมิศาสตร์ธรรมชาติของAli ห้องอารายธรรมโบราณของ Ali และห้องมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ชั้นสองมีห้องโบราณ 2ห้อง และห้องบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ของAli นอกจากนี้ยังมีห้องฉายภาพยนตร์ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ภูมิศาสตร์ธรรมชาติ และประเพณีทางวัฒนธรรมของภูมภาคAli
เย็น รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 30) หลังอาหารอิสระตามอัธยาศัย
ที่พัก โรงแรม CHAO DU HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว **BEST LOCAL**
วันที่สิบสอง Shiquanhe เฉิงตู
เช้าตรู่ อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 31) หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่สนามบิน Ngari Kunsha Airport ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนำท่านเช็กอินที่เค้าเตอร์สายการบิน Tibet Airlines
10.00 น. เหินฟ้าสู่เมืองลาซา ด้วยสายการบิน Tibet Airlines เที่ยวบินที่ TV9970 ใช้เวลาบิน 1ชั่วโมง 50นาที **เที่ยวบินภายในอาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลาตามความเหมาะสม**
11.50 น. ถึงสนามบินกงก่า นครลาซา จากนั้นนำท่านเช็กอินโหลดกระเป๋าสัมภาระไปนครเฉิงตู พร้อมอิสระรับประทานอาหารกลางวันในสนามบิน
16.15 น. เหินฟ้าสู่นครเฉิงตู ด้วยสายการบิน Air China เที่ยวบินที่ CA 2764 ใช้เวลาบิน 2ชั่วโมง 10นาที **เที่ยวบินภายในอาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลาตามความเหมาะสม**
18.20 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติเฉิงตูเทียนฟู่ เมืองเฉิงตู รับกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นเดินทางäรับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 32) หลังอาหารเช็กอินเข้าที่พัก
ที่พัก โรงแรม HOTEL HOLIDAY INN EXPRESS หรือระดับ 4 ดาว
วันที่สิบสาม เฉินตู - กรุงเทพฯ
เช้า อรุณสวัสดิ์ยามเช้า äรับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 33) หลังอาหารเช็กเอ้าท์เดินทางไปยัง วัดเหวินซู (Wenshu Monastery,文殊院) เป็นวัดพุทธจีนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยราชวงศ์สุย เดิมชื่อ Miaoyuan Temple ต่อมาบูรณะครั้งใหญ่ในราชวงศ์ถัง กลายเป็นวัดสำคัญ เพิ่มอาคาร ศาลา และอารามใหม่ และเปลี่ยนชื่อเป็น Wenshu Monastery ในสมัยราชวงศ์ซ่ง เพื่ออุทิศให้พระมัญชูศรี เทพเจ้าแห่งปัญญา ปัจจุบันอาคารส่วนใหญ่เป็นของราชวงศ์ชิง มีสวนสวย ร่มรื่น เงียบสงบ มีอาคารวัดหลายหลังคงรูปแบบโบราณ จากนั้นให้อิสระท่านเดินเล่นช้อปปิ้งถ่ายรูปที่ ถนนโบราณควานไจ่ (Kuanzhai Alley, 宽窄巷子) หรือถนนคนเดินซอยกว้างซอยแคบ เป็นย่านเก่าแก่ เต็มไปด้วยบ้านเรือนสไตล์โบราณตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง อายุกว่า 300 ปี เป็นสถาปัตยกรรมจีนผสมแมนจู ภายในแบ่งออกเป็น 3 ตรอกหลัก ได้แก่ Kuan Alley (宽巷子) ตรอกกว้าง เป็นตรอกที่โบราณที่สุด เน้นการพักผ่อนหย่อนใจ มีร้านน้ำชาโบราณ บ้านเก่า Zhai Alley (窄巷子) ตรอกแคบ เป็นตรอกที่คึกคักที่สุด มีร้านคาเฟ่ ศิลปะร่วมสมัย ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหารฟิวชั่น งานศิลปะ และ Jing Alley (井巷子) ตรอกบ่อน้ำ เป็นตรอกสมัยใหม่ มีร้านปิ้งย่าง บาร์ ผับ การแสดงกลางแจ้ง เหมาะนั่งชิลตอนค่ำ
11.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 34) สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินเฉินตู
16.15 น. เดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยเที่ยวบิน TG 619 ใช้เวลาบิน 3ชั่วโมง 5นาที บนเครื่องมีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการ
18.20 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความความประทับใจ
หมายเหตุ: โปรแกรมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมและความปลอดภัย
ค่าบริการนี้รวม
ค่าที่พัก โรงแรม 12 คืน (พักห้องละ 2 ท่าน ระดับ 4 ดาว และ 3 ดาว ตามชนบทห่างไกล)
ค่าอาหารทุกมื้อพร้อมอาหารว่างและเครื่องดื่ม
ใช้รถบัสปรับอากาศ 29 ที่นั่ง
ค่าประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ วงเงิน 1,000,000.-บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์ Basic Plus สำหรับผู้ที่มีอายุไม่เกิน 75 ปี
ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศชั้นประหยัด เส้นทางเฉิงตู-ลาซา // Siquanhe-ลาซา-เฉิงตู
ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ
ค่าใบอนุญาตเข้าทิเบต
มัคคุเทศก์จีน
หัวหน้าทัวร์ไทยนำเที่ยวตลอดการเดินทาง
ค่าบริการนี้ไม่รวม
ค่าตั๋วเครื่องบิน กทม.-เฉินตู-กทม.
ค่าเครื่องดื่มมินิบาร์ อื่นๆ นอกเหนือรายการ
ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 % และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % กรณีต้องการใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ
ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
ค่าพักเดี่ยว
ค่าขี่ม้า / กิจกรรมอื่นนอกเหนือจากรายการ
ค่าทิปไกด์และคนขับรถท้องถิ่น 400หยวน/ลูกค้าหนึ่งท่าน และหัวหน้าทัวร์ไทย 1,300 บาท/ลูกค้าหนึ่งท่าน