ทัวร์แนะนำ

ทัวร์จอร์แดน 8 วัน 5 คืน 2569

(0)
SKU : ทัวร์จอร์แดน 8 วัน 5 คืน 2569
ทัวร์จอร์แดน เพตรา 8 วัน 5 คืน : 27 ก.พ. - 6 มี.ค , 13 -20 พ.ย. , 4-11 ธ.ค. 69
฿62,900
฿0
฿62,900
ราคาสมาชิก
 
฿0
ราคาสมาชิก
฿0

ทัวร์จอร์แดน 8 วัน 5 คืน 2569
ทัวร์จอร์แดน 8 วัน 5 คืน 
โดยสายการบิน Qatar Airways  
ชม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ นครเพตรา มหานครศิลาสีดอกกุหลาบ
สนุกกับการลอยตัวใน ทะเลเดดซี Dead Sea ทะเลที่เค็มที่สุดในโลก
ชมเมืองแห่งโมเสกที่ เมืองบาดาบา Badaba ชมนครพันเสาที่ เมืองเจอราช Jerash นั่งกระบะตะลุยทะเลทรายวาดีรัม ชมปราสาทฐานที่มั่นในสงครามครูเสดที่ เมืองเครัค Kerak
ชมป้อมปราการอัมมานที่มีฉากหลังเป็นโรงละครโรมันขนาดใหญ่ที่ เมืองอัมมาน Amman
พักเดตซี 1คืน /  วาดิรัม 1คืน / เพตรา 2คืน / อัมมาน 1คืน

 

Download Program PDF 


กำหนดเดินทาง :

27 กุมภาพันธ์. - 6 มีนาคม 69 // 13 -20 พ.ย. 69 // 4-11 ธ.ค. 69  

 

อัตราค่าบริการ 

ท่านละ 62,900 บาท/ท่าน (ยังไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน) 

 

ลักษณะทริป
- ธรรมชาติผสมสถาปัตยกรรม
-  อาหารการกินอาจจะไม่ค่อยถูกปากคนไทยสักเท่าไร ไม่มีเนื้อหมู จะมีไก่ วัว แกะ ปลาในเมืองริมทะเลใต้ ผักสด ผักดอง มะเขือเทศ ในโรงแรมใหญ่ๆจะมีอาหารตะวันตกให้บริการ หากอยากลิ้มลองอาหารท้องถิ่นแนะนำ Mansaf อาหารประจำชาติจอร์แดน ทำจากแกะหมักโยเกิร์ต เสิร์ฟพร้อมข้าว
- เดินง่ายๆ ระดับประถม
- โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว ของประเทศจอร์แดน
- อุณหภูมิเฉลี่ยช่วงกลางวัน 22-28 องศา ส่วนกลางคืน 14-18 องศา โดยประมาณ
- ในวันที่เข้าชมเพตราหากฝนตกหนัก นครเพตราอาจปิดไม่ให้เข้าชม เหตุผลด้านความปลอดภัย
- ในวันที่เดินเที่ยวชมเพตรา โปรดเตรียมรองเท้าสวมใส่สบาย หมวกกันแดด และเตรียมเป้ใบเล็กสำหรับใส่น้ำดื่มไปด้วยระหว่างที่เดินเที่ยวชม
- ไม่อนุญาตให้นำกล้องโทรทรรศน์หรือโดรนเข้าประเทศจอร์แดนโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

รายละเอียดการเดินทาง

วันที่หนึ่ง   กรุงเทพฯ-สนามบินสุวรรณภูมิ
23.00 น.  คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 ประตู 9 เค้าน์เตอร์สายการบิน QATAR AIRWAYS  เช็กอินโหลดกระเป๋าสัมภาระ

 

วันที่สอง  กรุงอัมมาน-จอร์แดน-ทะเลสาบเดตซี
02.00 น.  เหินฟ้าสู่กรุงอัมมาน ด้วยเที่ยวบินที่ QR 837  ใช้เวลาบิน 10 ชั่วโมง 30นาที มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

05.25 น.  เดินทางถึงสนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์ นำท่านเปลี่ยนเครื่อง เพื่อเดินทางต่อไปยังกรุงอัมมาน

09.05 น.  ออกเดินทางด้วยเที่ยวบิน QR 402 สู่กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน

12.15 น.  เดินทางถึงสนามบินนานาชาติควีนอาเลีย กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน (บนเครื่องมีอาหารบริการ) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าสัมภาระ *เวลาที่จอร์แดนช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง* อย่าลืมปรับนาฬิกาเป็นเวลาท้องถิ่น อัมมาน(Amman) เป็นเมืองหลวงและยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วยของประเทศจอร์แดน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมของประเทศ จากนั้นนำท่านเดินทางโดยรถบัสปรับอากาศเดินทางสู่

 

ทะเลสาบเดดซี(Dead Sea) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งที่นี่เป็นจุดที่ต่ำที่สุดในโลกประมาณ 430 เมตร ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล มีความลึก 304 เมตร มีความยาว 50 กม. กว้าง 15 กม. เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่รอบล้อมจอร์แดนทางตะวันออกและอิสราเอลทางตะวันตก อยู่ในหุบเขา Jordan Rift Valley มีความเค็มมากกว่ามหาสมุทรถึง 9.6 เท่า ความเค็มทำให้พืชและสัตว์ไม่สามารถเจริญได้ ยกเว้นแบคทีเรียและราบางชนิดและมีความหนาแน่นมากทำให้วัตถุลอยเหนือน้ำจึงเป็นทะเลที่ไม่มีวันจม ผู้คนจึงเดินทางไปพิสูจน์ บ้างก็หงายลอยตัว อ่านหนังสือพิมพ์ เล่นมือถือ อีกกิจกรรมที่นิยมไม่แพ้กันคือการทำสปาโคลน ว่ากันว่าช่วยปรับสมดุลต่างๆในร่างกาย กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ฟื้นฟูผิวทำให้หน้าเด้ง  จึงเป็นที่มาของชื่อ เดดซี
 
บ่าย  เช็กอินเข้าที่พักและอิสระพักผ่อน เดินเล่น ถ่ายภาพ ลงเล่นน้ำ พอกโคลน (การลงเล่นน้ำในทะเลมีวิธีขั้นตอนการลงเล่นและข้อควรระวังต่างๆ โปรดฟังคำแนะนำจากไกด์ท้องถิ่น)

ค่ำ  บริการอาหารค่ำที่โรงแรม(มื้อที่ 1)

ที่พัก  DEAD SEA HOTEL  หรือเทียบเท่าระดับ 4+ ดาว
 

วันที่สาม  DEAR SEA -นครวาดีรัม-นั่งรถตะลุยทะเลทรายวาดีรัม

เช้า  บริการอาหารเช้า(มื้อที่ 2) ที่ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่รวาดีรัม(Wadirum) นครวาดีรัมหรือรู้จักในชื่อ หุบเขาแห่งดวงจันทร์ เป็นหุบเขาที่ตัดหินทรายและหินแกรนิตทางตอนใต้ของจอร์แดน อยู่ทางตะวันออกของอวาบา สูงจากระดับน้ำทะเล 1,750 เมตร เป็นที่อยู่อาศัยของวัฒนธรรมมนุษย์มากมายตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์รวมถึงชาวนาบาเทียนทะเลทรายแห่งนี้ยังเคยเป็นฉากในภาพยนตร์ Lawrence of Arabia ในปี 1962 ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจอร์แดน นอกจากนี้ยังมีเรื่อง Aladdin(2019) ฉากการเอาชีวิตรอดในดาวอังคารในเรื่อง The Martian(2015) รวมไปถึง Star Wars อีกทั้งได้รับการรับรองจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ มีพื้นที่มากถึง 720 ตร.กม. ผืนทรายแดงอมชมพู จะได้เห็นโตรกผามหึมา ภูเขาหินขนาดยักษ์ ผิวขรุขระสูงทะมึนรอบทิศ ผืนทรายเวิ้งว้างกว้างสุดลูกหูลูกตา จากนั้นนำท่านท่องเที่ยวทะเลทรายวาดีรัมโดยนั่งรถกระบะเปิดหลังคาขับโดยชาวเบดูอิน จะได้เห็นเขาหินขนาดใหญ่มีชื่อว่า Seven Pillars of Wisdom ตั้งตามชื่อหนังสือของ T.E. Lawrence ทหารชาวอังกฤษที่ร่วมขับไล่กองทัพออตโตมันที่เข้ามารุกรานเพื่อครอบครองดินแดนได้เขียนขึ้นหลังจากกลับอังกฤษ

กลางวัน  บริการอาหารกลางวันร้านอาหารท้องถิ่น(มื้อที่ 3)

บ่าย  ชม น้ำพุแห่งลอว์เรนซ์(Lawrences Spring) เป็นน้ำพุธรรมชาติที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านรัมไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 3 กม. เคยเป็นที่ตั้งกองบัญชาการของ T.E. Lawrence มีการระลึกถึงโดยการสลักหินที่ข้างหน้าช่องเขาเป็นใบหน้าของเขาอีกด้านเป็นรูปสลักของกษัตริย์ไฟซาลพันธมิตรร่วมรบและผู้นำเผ่ามุสลิมที่ร่วมต่อสู้กับออตโตมัน เดินทางต่อไปยัง Khazali Canyon ชมภาพแกะสลักเก่าแก่ของชาวนาบาเทียนบนผาหินสีดำระหว่างทางเป็นกลุ่มภาพลายกราฟฟิก รูปคนจูงอูฐพร้อมจารึกอักขระวิถีชีวิตเผ่าเร่ร่อน ขับต่อไปท่ามกลางผืนทรายสีแดงกว้างใหญ่บน Red Sand Dune หรือในภาษาอาหรับเรียกว่า  Al Hasany จากนั้นท่องทะเลทรายกันต่อไปยัง สะพานหิน Little Bridge เดินข้ามซุ้มประตูหิน กว้างประมาณ 4 เมตร สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของหุบเขาทรายสีแดง และมองเห็นภูเขาJabal Rum, Jabal Um Ishrin และ Jabal Khazali ชม สะพานหิน Um Frouth Rock Bridge เป็นแผ่นหินขนาดใหญ่ที่พาดอยู่ระหว่างยอดเขาสองยอด ชาวเบดูอินใช้พื้นที่แห่งนี้ในการเลี้ยงปศุสัตว์ช่วงฤดูใบไม้ผลิ เป็นสะพานหินสูงอันสองรองจากสะพาน Burdah ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ 4 ชั่วโมง สมควรแก่เวลาเดินทางเข้าที่พัก

เย็น  บริการอาหารเย็นที่แค้มป์(มื้อที่ 4)

ที่พัก  MAZAYEN LUXURY  CAMP หรือเทียบเท่าระดับ (Martian Tent พร้อมห้องน้ำในตัว มีแอร์) แนะนำให้เตรียมผ้าเช็ดตัว อุปกรณ์อาบน้ำและไฟฉายติดไปด้วย
 

วันที่สี่   พระอาทิตย์ขึ้นทะเลทรายวาดีรัม- Little Petra-เพตรา- Petra by Night
เช้าตรู่  นำท่านนั่งรถกระบะเปิดหลังคาออกไปพร้อมกับคนขับชาวเบดูอินอีกครั้ง เพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นในทะเลทรายวาดิรัมยามเช้า สมควรแก่เวลากลับมาäรับประทานอาหารเช้า(มื้อที่ 5) ที่แค้มป์
 
ออกเดินทางสู่ นครเพตรา (Petra) ใช้เวลาประมาณ 1.30 -2 ชั่วโมง ซึ่งเพตราคือนครหินแกะสลักโบราณที่ซ่อนตัวลึกลับในหุบเขาวาดีมูซา ตั้งอยู่ระหว่างทะเลเดดซีกับอ่าวอัคบาในจอร์แดน แต่เดิมคือนครแห่งการค้าที่มีขนาดใหญ่ แต่ต่อมาถูกละทิ้งนานกว่า 700 ปี จนโยฮัน ลูทวิช บวร์คฮาร์ท นักสำรวจชาวสวิสเซอร์แลนด์เดินทางผ่านมาพบเมื่อปี ค.ศ. 1812 ได้รับบันทึกเป็นมรดกโลกของUNESCO ปี ค.ศ. 1985 พร้อมอธิบายว่า "เป็นหนึ่งในสิ่งที่ล้ำค่ามากที่สุดของมรดกทางวัฒนธรรมแห่งมวลมนุษยชาติ" และในวันที่ 7 ก.ค. 2550 ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่

กลางวัน  บริการอาหารกลางวันร้านอาหารท้องถิ่น(มื้อที่ 6)

บ่าย  หลังอาหารเดินทางต่อไปยัง เพตราน้อย (Little Petra) หรือรู้จักในชื่อ Siq al-Barid แปลว่าหุบเขาเย็น เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่ทางเหนือของเพตราและเมือง Wadi Musa คือพื้นที่นาบาเทียน มีคอาคารที่สลักอยู่ในผนังของหุบเขาหินทรายคล้ายกับเพตราแต่มีขนาดเล็กกว่ามาก มีพื้นที่โล่งกว้างสามแห่งเชื่อมต่อกันด้วยหุบเขาลึก 450 เมตร ถูกสร้างขึ้นในช่วงที่นาบาเทียนรุ่งเรืองสูงสุดในศตวรรษที่ 1 นักโบราณคดีเชื่อว่าเป็นย่านชานเมืองของเพตรา เคยเป็นฐานสำคัญสำหรับการค้าทางไกล โดยทำหน้าที่เป็นเสบียงสำรองสำหรับกองคาราวานจำนวนมากที่มาเยือนเพตรา พอพ่อค้าบนเส้นทางสายไหมลดลงก็ถูกทิ้งร้างเป็นเวลานานมีแต่ชาวเบดูอินเร่ร่อนเท่านั้นที่ใช้ เพตราน้อยถูกขุดขึ้นในศตวรรษที่ 20 โดย Diana Kirkbride และ Brian Byrd ภายใน Biclinium หรือคือพื้นที่รับประทานอาหาร นักโบราณคดีบอกว่าเป็นหนึ่งในสมบัติล้ำค่าของเพตรา คือภาพวาดฝาผนังในสไตล์เฮเลนิสติกอายุ  2,000ปี ที่ไม่บุบสลาย ซ่อนไว้ด้วยเขม่าควัน มีการบูรณะแล้วเสร็จในปี 2010 สมควรแก่เวลาเดินทางกลับสู่เมืองเพตรา เช็คอินที่โรงแรมและพักผ่อนตามอัธยาศัย

เย็น  บริการอาหารเย็นที่โรงแรม(มื้อที่ 7)

20.00 น.  นำท่านเที่ยวชมนครเพตรายามค่ำคืน(Petra by night) สัมผัสกับความงามของเพตราที่เมืองหินสีกุหลาบประดับด้วยแสงเทียน ส่องประกายระยิบระยับด้วยเปลวไฟเล็กๆนับร้อยเริ่มจาก Siq ไปยัง The Treasury จุดเทียนมากกว่า 1,500 เล่ม เพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพงดงามยามค่ำคืน (ให้บริการทุกวันจันทร์ วันพุธและวันพฤหัสบดี)

22.30 น.  สมควรแก่เวลาเดินทางกลับเข้าสู่ที่พัก อิสระพักผ่อน
ที่พัก  PETRA CANYON HOTEL  หรือ เทียบเท่า ระดับ 4ดาว
 

วันที่ห้า    นครเพตรา Full day
เช้า  บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม(มื้อที่ 8)
 
หลังอาหารนำท่านเดินทางเที่ยวชมนครเพตรา **ทางทัวร์ได้จัดให้ท่านนั่งม้าเข้าจากจุดเริ่มเดินไปยัง SIQ (รวมในค่าบริการแล้วทั้งนี้โปรดเตรียมค่าทิปให้แก่คนจูงม้าท่านละ 5 JOD/ท่าน/เที่ยว แต่ไม่รวมค่านั่งอูฐ/ลา/รถม้าเที่ยวชมรอบเพตรา  แนะนำให้เตรียมผ้าปิดจมูกไปด้วย)** นั่งลัดเลาะไปตามพื้นหินและทรายระยะทาง 800 เมตร เพื่อไปยังทางเข้าออกของนครเพตรา จากนั้นเดินเท้าต่อ หรือจะเลือกขี่อูฐ / นั่งรถกอล์ฟเข้าไปก็ได้ แต่ค่าใช้จ่ายไม่รวมในค่าทัวร์ ผ่านหุบเขาแคบๆ มืดๆ ในบริเวณที่มีความกว้างเพียง 3-4 ม. (1013 ฟุต) หุบเขาสูงราว 250 ฟุต เรียกว่า ซิก (Siq) ซึ่งเป็นลักษณะทางธรณีวิทยาตามธรรมชาติที่เกิดจากรอยแยกลึกในหินทราย ทำหน้าที่เป็นทางน้ำไหลลงสู่ Wadi Musa จะได้เห็นร่องรอยซากปรักหักพัง การจัดการชลประทาน การลำเลียงน้ำจากแหล่งน้ำภูเขาเข้าไปยังตัวเมืองได้อย่างน่าทึ่ง รวมไปถึงภาพศิลปะแกะสลักจากภูเขา สุดทางจะเข้าสู่เขตหน้าผาสูงชัน ตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของ มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์เอล-คาซเนท์ The Treasury Al-Khazneh ซึ่งเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง อินเดียน่าโจนส์ ภาค 3 ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า มหาวิหารแกะสลักได้สัดส่วนงดงามจากหินทราย แกะสลักเข้าไปในภูเขาทั้งลูก สูง 40 เมตร กว้าง 28 เมตร เป็นอาคาร 2 ชั้น ประดับด้วยเสาแบบคอรินเทียนและรูปคน มีความวิจิตรงดงามที่สุดในเพตรา ภายในมี 3ห้อง คือห้องโถงใหญ่ตรงกลางและห้องเล็กซ้ายขวา ว่ากันว่าเป็นคลับเก็บสมบัติของฟาโรห์ แต่ภายหลังขุดพบทางเข้าหลุมศพจึงเชื่อว่าเป็นสุสานของกษัตริย์อาเรตัสที่ 4 แห่งบานาเทียนในคริสต์ศตวรรษที่ 1 เดินชมสุสานต่างๆของชาวนาบาเทียน กษัตริย์ และใกล้กันจะเป็นโรงละครโรมัน สร้างในศตวรรษที่ 1 แกะสลักจากภูเขาโดยมีแนวราบที่นั่งเท่ากัน สร้างโดยชาวนาบาเทียน เดิมทีให้มีที่นั่ง 4,000 ที่นั่ง ต่อมาในสมัยโรมันปกครองได้ต่อเติมสร้างเพิ่มจุคนได้มากถึง 8,500 คน แต่ได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงแผ่นดินไหวปี ค.ศ. 363

กลางวัน  บริการอาหารกลางวันร้านอาหารท้องถิ่น(มื้อที่ 9)

บ่าย  หลังอาหารนำท่านเที่ยวชม The Monasteryหรือ Ad Deir  โดยจะต้องเดินขึ้นบันไดราว 800 ขั้น ซึ่งที่นี่เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่แกะสลักจากหินในเมืองเพตรา สร้างโดยชาวนาบาเทียนในศตวรรษที่ 1 ถูกสร้างตามแบบจำลองของ Khazna อารามแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงทางตะวันตกเฉียงเหนือของใจกลางเมืองเพตรา เดิมทีถูกใช้เป็นที่ประชุมของสมาคมทางศาสนาและเปลี่ยนเป็นโบสถ์ในสมัยไบแซนไทน์ มีไม้กางเขนแกะสลักไว้ที่ผนังด้านหลัง จากตัวอารามสามารถมองเห็นหุบเขาที่สวยงามของ Wadi Araba และช่วงเขาพร้อมๆกับพื้นที่รอบๆเพตรา ส่วนหน้าของอารมตัดด้วยหินสูง 47 เมตร กว้าง 48 เมตร เป็นสถาปัตยกรรมนาบาเทียนที่งดงาม ผสมผสานระหว่างรูปแบบการก่อสร้างแบบเฮเลนิสติกและเมโสโปเตเมีย สมควรแก่เวลาเดินทางกลับที่พัก

เย็น  บริการอาหารค่ำที่โรงแรม(มื้อที่ 10)
ที่พัก   PETRA CANYON HOTEL  หรือเทียบเท่าระดับ 4ดาว
 
วันที่หก   เพตรา-เครัค-ปราสาทแห่งครูเสด-มาดาบา-อัมมาน
เช้า  บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม(มื้อที่ 11)
 
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองเครัค (Kerak) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจอร์แดน เป็นที่รู้จักจากปราสาทเครัคผู้ทำสงครามครูเสด อยู่ห่างจากอัมมาน 140 กม. บนทางหลวง Kings Highway อันเก่าแก่ อยู่บนยอดเขาสูง 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ล้อมรอบด้วยหุบเขาสามด้าน มีทิวทัศน์ของทะเลเดดซี นำท่านเที่ยวชม ปราสาทเครัคแห่งครูเสด(Al Karak Castle) เป็นฐานที่มั่นสำหรับสงครามครูเสดระหว่างพวกครูเสดกับกองทัพของซาลาดิน สุลต่านองค์แรกของอียิปต์และซีเรีย หลังจากการสู้รบมาหลายปี ในที่สุดปราสาทก็ถูกกองทัพของศอลาดินโค่นล้ม ยังเป็นหนึ่งในสามปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค อีกสองแห่งอยู่ที่ซีเรีย สร้างในศตวรรษที่ 12 ภายใต้กษัตริย์แห่งเยรูซาเล็ม Pagan และ Fulk เป็นสถาปัตยกรรมครูเสด ผสมผสานระหว่างการออกแบบของยุโรปตะวันตก ไบแซนไทน์ และอาหรับเข้าด้วยกัน ในยุคแรกของการสร้างปราสาทจะเป็นเพียงหอคอยแต่หลังจากศตวรรษที่ 12 ภัยคุกคามจากชาวมุสลิมทำให้พวกครูเสดปรับปรุงการออกแบบจนเป็นปราสาทที่ใหญ่และแข็งแกร่ง สร้างทางตอนใต้สุดของที่ราบสูง ล้อมรอบด้วยเนินเขาสูงชันสามด้าน มีคูน้ำและกำแพงหินหนาจากภูเขาไฟ สร้างเป็นกำแพงขนาดใหญ่รอบปราสาท ปราสาทแบ่งออกเป็นเจ็ดระดับของทางเดิน คุก ห้องครัว และโบสถ์ด้านล่างของปราสาทมีพิพิธภัณฑ์โบราณคดี เปิดในปี 2004 จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและโบราณคดีของภูมิภาครอบปราสาท ดินแดนแห่งโมอับ ตั้งแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์จนถึงยุคอิสลาม ประวัติครูเสดและมุสลิม เป็นต้น หากฟ้าใสอากาศดีสามารถจะมองเห็นทะเลเดดซีได้จากยอดปราสาท

กลางวัน  บริการอาหารกลางวันร้านอาหารท้องถิ่น(มื้อที่ 12)
บ่าย  หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองมาดาบา(Madaba) ห่างจากกรุงอัมมานไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 30 กม. รู้จักกันในชื่อ เมืองแห่งโมเสค รู้จักกันดีสำหรับภาพโมเสคไบแซนไทน์และเมยยาดอันงดงาม เป็นที่ตั้งของแผนที่โมเสคเยรูซาเล็มและดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในศตวรรษที่ 6 มีชื่อเสียงด้วยหินท้องถิ่นสีสันสดใสสองล้านชิ้น เนินเขา หุบเขา หมู่บ้านและเมืองต่างๆจนถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์ ชม โบสถ์กรีกออร์โธดอกซ์แห่งเซนต์จอร์จ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือใจกลางเมือง สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1896 เป็นที่สักการะและแสวงบุญหลักทัวร์จอร์แดน ตกแต่งภายในอย่างโอ่อ่า แนวเสาสง่างามและประดับกระเบื้องโมเสคต่างๆ เป็นสถานที่จัดแสดงแผนที่โมเสคดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตกแต่งด้วยโมเสคกว่า 2.3 ล้านชิ้น จากนั้นนำท่านเดินเท้าขึ้นไปยัง ภูเขา Mount Nebo สูงจากระดับน้ำทะเล 710 เมตร ตั้งอยู่ทางใต้ของกรุงอัมมาน อยู่ใกล้ทะเลสาบเดดซีและแม่น้ำจอร์แดน ซึ่งกั้นพรมแดนระหว่างอิสราเอลและจอร์แดน มีการสร้างโบสถ์ไว้เพื่อระลึกถึงโมเสสในศตวรรษที่ 4 แต่ถูกทิ้งร้างไปเมื่อ ค.ศ. 1564 และฟื้นฟูใหม่อีกครั้งใน ค.ศ. 1993 โดยสร้างเป็นแบบสมัยใหม่ครอบโบสถ์เดิม ด้านหลังมีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก จัดแสดงซากหม้อไห เครื่องประดับโบราณ แผ่นกระเบื้องโมเสคที่ได้รับความนิยมในอดีต ระหว่างทางเดินจะพบแท่งหินตั้งอยู่ มีทั้งเป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างเพื่อต้นรับการมาเยือนของพระสันตะปาหาจอห์นปอลที่ 2 ที่เสด็จมาภูเขาเนโบเมื่อปี 2000 ด้านหน้าโบสถ์จะมีไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์สร้างในแบบไม้กางเขนเป็นที่ระลึก มีจุดชมวิวที่มองเห็นฝั่งอิสราเอลพร้อมแผ่นป้ายบอกว่าดินแดนในพระคัมภีร์อยู่ตรงไหนบ้าง เช่น เมืองเจอริโค(Jericho) ใกล้ที่สุดและเมืองเบธเลเฮม(Bethlehem) ที่อยู่ไกลออกไป เป็นต้น สมควรแก่เวลาเดินทางสู่เมืองอัมมาน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เช็กอินเข้าสู่ที่พัก

เย็น  บริการอาหารค่ำที่โรงแรม(มื้อที่ 13)

ที่พัก  AYAS HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4ดาว
 

วันที่เจ็ด   อัมมาน-เจอราช- City Tour ในกรุง อัมมาน

เช้า  บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม(มื้อที่ 14)
 
หลังอาหารนำท่านเดินทางไปยัง นครเจอราช (Jerash) ระยะทาง 20 กิโลเมตร หรือ เมืองพันเสา เป็นที่รู้จักในยุครุ่งเรืองภายใต้ชื่อเกราซา(Gerasa) สันนิษฐานว่าสร้างใน 200-100ปีก่อนคริสตกาล อดีตหัวเมืองเอกของอาณาจักรโรมันที่มีขนาดใหญ่ติด 1ใน 10ของโลก อยู่ทางตอนเหนือของอัมมาน ห่างไป 50 กม. ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเพราะถูกฝังอยู่ใต้ทะเลทรายเป็นเวลานานและมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ได้รับสมญานามว่าเป็น ปอมเปอีแห่งตะวันออก นำท่านเดินเที่ยวชม โบราณสถานเจอราช  ชมซุ้มประตูกษัตริย์เฮเดรียน(Hadrian Gate) สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงการเสด็จเยือนของจักรพรรดิเฮเดรียนที่เมืองเจอราชในปี ค.ศ. 129 ชมสนามแข่งม้า ฮิปโปโดรม (Hippodrome) เป็นลานกว้างสำหรับการแข่งม้าในอาณาจักรโรมัน ซึ่ง Hippo ในภาษาโรมันแปลว่า ม้า สนามกีฬาขนาดใหญ่นี้มีความยาว 245 ม. และกว้าง 52 ม. และสามารถรองรับผู้ชมได้ครั้งละ 15,000 คน สำหรับการแข่งรถม้าและกีฬาอื่นๆ วันที่แน่นอนของการก่อสร้างไม่ชัดเจน แต่คาดว่าระหว่างกลางศตวรรษที่สองถึงศตวรรษที่สาม จากนั้นเดินเข้าประตูทางทิศใต้ชม โอวัลพลาซ่า(Oval Forum) สร้างขึ้นราวคริสตศักราช 130 มีขนาด 90 เมตร*80 เมตร ซึ่งสถานที่พบปะชุมนุมของชาวเมือง เป็นลานกว้างรูปวงรี ปูพื้นด้วยหินขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยเสาคอรินเทียนจำนวนมากถึง 56 ต้น เป็นเสาที่มีความหรูหรามากที่สุด รูปแบบสถาปัตยกรรมนี้โดดเด่นด้วยร่องเสาที่เรียวยาวและหัวเสาบรรจงตกแต่งด้วยลายใบอะแคนทัสเป็นใบสองชั้นแล้วแต่งด้วยดอกไม้และปลายโค้งงอ ชม วิหารเทพีอาร์เทมีส(Temple of Artemis) หรือรู้จักกันในชื่อวิหารเทพีไดอาน่าผู้เป็นเทพธิดาผู้อุปภัมภ์ของเกราซา สร้างเป็นเกียรติให้เธอในศตวรรษที่ 2 ขนาดภายนอก 160*120 เมตร ตัวอาคารสง่างามที่สุดในสมัยโบราณ มีเสา 11 ต้นดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ สร้างเพื่อใช้เป็นสถานที่ทำพิธีบวงสรวงและบูชายัญต่อเทพีองค์นี้ ชม วิหารเทพซีอุส(Temple of Zeus) เป็นลานศักดิ์สิทธ์สร้างขึ้นในสมัยโรมันตอนต้นราว ค.ศ.162 ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงตระหง่านเหนือเมือง มีบันไดขนาดใหญ่นำไปสู่ลานศักดิ์สิทธิ์ มีเสาขนาด 49 ฟุต สามต้นคาดว่าถูกสร้างขึ้นใหม่ระหว่างการขุดค้นในปี 1982 โรงละครทางทิศใต้(South Theater) สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิโดมิเชียน ระหว่างปีค.ศ. 90-92 โรงละครใต้สามารถรองรับผู้ชมได้กว่า 3,000 คน ขั้นแรกของเวทีอันวิจิตร ซึ่งเดิมเป็นโครงสร้างสองชั้น ได้รับการบูรณะใหม่และยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน ความโดดเด่นของโรงละครแห่งนี้คือจุดเสียงสะท้อนอยู่ตรงกลางแค่พูดเบาๆก็ได้ยินทั่วทั้งโรงละคร ชมน้ำพุใจกลางเมือง(Nymphaeum) น้ำพุขนาดมหึมา สร้างเพื่ออุทิศแด่เทพธิดาแห่งขุนเขา เมื่อปี ค.ศ. 191หลังคาโค้งคอนกรีต ซุ้มทั้งสองชั้นประดับประดาด้วยงานแกะสลัก และเสาคอรินเทียน ชั้นล่างประดับด้วยแผ่นหินอ่อน ตกแต่งด้วยปูนปั้น ที่พ่นน้ำเป็นรูปหัวสิงโตทั้งเจ็ดและตกแต่งด้วยเทพต่างๆ จากนั้นเดินเข้าสู่ ถนนคาร์โด(Cardo Road) เป็นถนนสายหลักที่ใช้เดินทางเข้า-ออกเมืองนี้ ระยะทาง 800 เมตรยังคงปรากฏร่องรอยของล้อรถม้า ฝาท่อระบายน้ำ ซุ้มโคมไฟ บ่อน้ำดื่มของม้า

กลางวัน  บริการอาหารกลางวันร้านอาหารท้องถิ่น(มื้อที่ 15)

 

บ่าย  สมควรแก่เวลาเดินทางกลับยังกรุงอัมมาน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1ชั่วโมง เที่ยวชม ป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน(Amman Citadel Archeological) สร้างเพื่อเป็นจุดสังเกตเหตุการณ์ต่างๆรอบเมือง โดยมีฉากหลังเป็นโรงละครโรมันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศและตึกรามบ้านช่องที่ตั้งบนภูเขาสูง สันนิษฐานว่าสร้างในปี ค.ศ. 161-180 สมัยโรมัน ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา Jebel Al Qala'a สูงเหนือระดับน้ำทะเล 850 เมตร เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ย้อนไปในยุคสำริด โครงสร้างส่วนใหญ่มาจากสมัยโรมัน ไบแซนไทน์และเมยยาด ซากโบราณสถานที่สำคัญได้แก่ วิหารเฮอร์คิวลีส (Temple of Hercules)  ซึ่งสร้างในสมัยโรมันยึดครองป้อมช่วงศตวรรษที่ 2 มุขมีหกเสา สูง 10 เมตร แต่ปัจจุบันมีเพียงสองต้นที่สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังพบรูปปั้นหินขนาดมหึมาคาดว่าน่าจะเป็นเฮอร์คิวลีส สูงกว่า 12 เมตร แต่ถูกทำลายลงเมื่อคราวแผ่นดินไหวเหลือเพียงแค่สามนิ้ว พระราชวังอุมเมยยาด(Umayyad palace) อาคารโอ่อ่าขนาดใหญ่อาจใช้เป็นอาคารบริหารหรือที่อยู่อาศัยของข้าราชการเมยยาด เป็นสไตล์ไบแซนไทน์ โถงทางเข้าเป็นรูปไม้กางเขนกรีก มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ติดกับพระราชวัง สร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 7-8 ส่วนใหญ่ถูกทำลายด้วยแผ่นดินไหว ด้านหลังมีพิพิธภัณฑ์โบราณคดีขนาดเล็กเป็นผลงานของชาวอาหรับ อายุประมาณคริสตศักราช 720 พังทลายจากเหตุแผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 749 และไม่เคยสร้างใหม่ ใกล้ๆกันมี โบสถ์ไบแซนไทน์(Byzantine church) เป็นโบสถ์ในสมัยศตวรรษที่ 6 เหลืออยู่เพียงเสาหลัก แปลนอาคารและกระเบื้องโมเสคบางส่วน และจากบนป้อมปราการเราจะเห็นโรงละครโรมัน(Roman Theater) เป็นโรงละครเก่าแก่อยู่ใจกลางเมือง สร้างในศตวรรษที่ 2 เป็นอัฒจรรย์ครึ่งวงกลมที่จุคนได้ถึง 6,000 คน มีขึ้นในสมัยโรมันเมื่อเมืองนี้รู้จักกันในชื่อฟิลาเดลเฟีย มีคำจารึกภาษากรีกบนเสาต้นหนึ่งระบุว่าอัฒจันทร์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่จักรพรรดิอันโตนินุส ปิอุส ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางไปยังสนามบิน
17.30 น.  เช็คอินที่เคาท์เตอร์สานการบิน เช็กอินโหลดกระเป๋าสัมภาระที่เค้าเตอร์สายการบิน Qatar Airways
20.35 น.  นำท่านเดินทางสู่ โดฮา ด้วยเที่ยวบิน QR 401   บนเครื่องมีอาหารบริการ
23.05 น.  ถึงสนามบินโดฮา นำท่านเปลี่ยนเครื่องบิน เดินทางสู่กรุงเทพฯ

วันที่แปด  โดฮา-กรุงเทพฯ
01.40 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ ด้วยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR 834 มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง
12.15 น.  เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

หมายเหตุ โปรแกรมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

อัตราค่าบริการนี้รวม
-โรงแรมที่พัก 4 คืน และ อีก 1 คืน แบบ Martian tent ที่วาดิรัม รวมทั้งหมด 5 คืน พักห้องละ 2 ท่าน
-รถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
-รถ 4WD ที่วาดีรัม
-ไกด์ท้องถิ่นพูดภาษาอังกฤษ และหัวหน้าทัวร์ไทย นำเที่ยวตลอดการเดินทาง
-น้ำดื่มวันละ 1 ขวด
-อาหารมื้อหลักตามระบุ
-ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ทุนประกัน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
-ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ตามระบุ
-วีซ่าท่องเที่ยวจอร์แดน


 

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
-ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ ภาษีสนามบินและน้ำหนักกระเป๋า
-ค่าพักเดี่ยวเพิ่ม
-ค่าพนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรม ผู้เดินทางควรต้องดูแลทรัพย์สินของตัวท่านเอง ตามธรรมเนียมหากท่านให้พนักงานยกกระเป๋าไปส่งยังห้องพัก พนักงานจะต้องได้รับค่าตอบแทน 1-2 JOD/ กระเป๋า 1ใบ(แนะนำให้ทุกท่านรับผิดชอบกระเป๋าของตนเองเพื่อความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย)
-ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถ 50 USD ต่อลูกค้าหนึ่งท่าน
-ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย 800 บาทต่อลูกค้าหนึ่งท่าน
-ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์  ค่าซักรีด ค่าอินเตอร์เน็ต
-ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ค่าเครื่องดื่มพิเศษ นอกเหนือรายการ ค่ามินิบาร์ในโรงแรมที่พัก
-ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีออกใบเสร็จเต็มรูปแบบ
-ค่าทิปจูงอูฐ 5 JOD/คน

 



คะแนนและรีวิวสินค้า
ยังไม่มีคะแนนและรีวิว เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy