ทัวร์อินเดียทัวร์เนปาลทัวร์ภูฏานทัวร์จีนทัวร์เวียดนามทัวร์พม่าทัวร์บาหลีทัวร์ลาวทัวร์เขมรทัวร์ทิเบต
ทัวร์เกาหลีทัวร์ญี่ปุ่นทัวร์ฮ่องกงทัวร์ไต้หวันทัวร์มาเลเซีย สิงคโปร์
ทัวร์แชงกรีล่า ทัวร์คุนหมิงทัวร์จิ่วจ้ายโกว หวงหลงทัวร์แคชเมียร์ทัวร์ตุรกีทัวร์ยุโรป
line2

ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ อุบลราชธาน

 สถานที่ท่องเที่ยวและงานประเพณีที่แนะนำ
1   อุทยานแห่งชาติผาแต้ม
             อุทยาน แห่งชาติผาแต้มเป็นพื้นที่พยากรณ์พระอาทิตย์ขึ้น และเป็นจุดที่พระอาทิตย์ตกก่อนใครในประเทศไทย จึงเป็นจุดท่องเที่ยวของดินแดนสุดเขตประเทศไทย เห็นตะวันก่อนใครในสยาม นักท่องเที่ยวจึงเข้ามาชมความสวยงามทางธรรมชาติเป็นจำนวนมาก
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำที่ผาแต้ม
ผาแต้ม    เมื่อ ดูจากแม่น้ำโขง จะเห็นเป็นหน้าผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ ในบริเวณที่เป็นหน้าผา จะปรากฏภาพเขียนสีโบราณโดยฝีมือมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ 3,000 - 4,000 ปี เรียงรายตามความยาวของหน้าผาติดต่อกันยาวประมาณ 180 เมตร มีไม่ต่ำกว่า 300 ภาพ ซึ่งเป็นจำนวนภาพเขียนสีโบราณ ที่มากที่สุดเท่าที่เคยค้นพบในประเทศไทยและในต่างประเทศ ลักษณะของภาพแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ภาพคนทำนา ภาพสัตว์ ภาพมือ ภาพลายเรขาคณิต และภาพตุ้ม (เครื่องมือจับปลาของชาวประมงริมโขง) ผาแต้มอยู่บริเวณเดียวกันกับที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ใกล้ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 
ผาชะนะได   อุทยานแห่งชาติผาแต้มเป็นพื้นที่พยากรณ์พระอาทิตย์ขึ้น และเป็นจุดที่พระอาทิตย์ตกก่อนใครในประเทศไทย จึงเป็นจุดท่องเที่ยวของดินแดนสุดเขตประเทศไทย เห็นตะวันก่อนใครในสยาม นักท่องเที่ยวจึงเข้ามาชมความสวยงามทางธรรมชาติเป็นจำนวนมาก
น้ำตกสร้อยสวรรค์    จาก ที่ทำการอุทยานแห่งชาติผาแต้มไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2112 อีกประมาณ 15 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกสร้อยสวรรค์ เป็นน้ำตกที่สวยงามมาก เกิดจากลำธาร 2 สาย คือ แซสร้อย และแซไผ่ ไหลตกลงมาบรรจบกันดูลักษณะคล้ายสายสร้อย บริเวณริมลำธารมีพลาญหินซึ่งในช่วงปลายฝนต้นหนาว จะมีดอกไม้หลากสีสันออกดอกงดงามเต็มลานหิน
น้ำตกแสงจันทร์  อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติตามหมายเลขทางหลวงที่ 2112 ประมาณ 30 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าไปน้ำตกทุ่งนาเมือง น้ำตกแห่งนี้มีลักษณะพิเศษคือ เมื่อสายน้ำตกจากผาลงมาแล้ว จะไหลลับหายไปในซอกหิน ชาวบ้านเรียก น้ำตกลอดรู ส่วนน้ำตกแสงจันทร์มีทางเดินเท้าไปอีกไม่ไกลนัก สายน้ำตกลงมาจากช่องโพรงของเพิงผา บางคนเรียกว่า น้ำตกลงรู  
น้ำตกทุ่งนาเมือง   น้ำตก ทุ่งนาเมือง ตั้งอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ 4 (คันท่าเกวียน) สามารถไปท่องเที่ยวได้โดยเดินทางไปตามเส้นทางบ้านทุ่งนาเมือง ต.นาโพธิ์กลาง ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ประมาณ 40 กิโลเมตร เส้นทางรถยนต์สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก
ทุ่งดอกไม้ดงนาทาม    ทุ่งดอกไม้ป่าเป็นจุดท่องเที่ยวที่ สร้างความประทับใจในธรรมชาติของพันธ์ดอกไม้ป่าพันธุ์ต่าง และเป็นดอกไม้ป่าที่สมเด็จฯพระนาเจ้าพระบรมราชินีนาถพระราชทานนาม ดอกไม้ป่าไว้ 5 ชนิด ได้แก่ ดุสิตา สร้อยสุสวรรณา ทิพเกสร มณีเทวา สรัสจันทร พันธุ์ดอกไม้ป่านี้จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ดอกไม้ป่าจะบานเต็มที่ ช่วงปลายเดือน ตุลาคม ถึงปลายเดือน พฤศจิกายน ของทุกปี
เถาวัลยักษ์บริเวณน้ำตกทุ่งนาเมือง เป็นความเก่าแก่ของธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นนาน 400 ปี อยู่ติดกับทางลงชมน้ำตกทุ่งนาเมือง เป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวควรได้สัมผัส
เสาเฉลียงคู่ เป็น ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ สายลมและแสงแดดมีลักษณะเป็นแท่งหินตั้งขึ้น มีส่วนบนเป็นแผ่นหินวางอยู่โดยไม่ติดกัน มองดูคล้ายดอกเห็ด อุทยานแห่งชาติมีเสาเฉลียงให้ชม 2 จุด จุดที่ชมได้ง่ายอยู่ก่อนถึงผาแต้ม 1 กิโลเมตร กับเสาเฉลียงที่ต้องเดินทางขึ้นเหนือไปทางบ้านผาชันอีกราว 70 กิโลเมตร
เสาเฉลียงใหญ่   ตั้งอยู่ที่บ้านผาชัน อำเภอโพธิ์ไทร เส้นทางถนนหมายเลข 2112 สายโขงเจียม โขงเจียม - เขมราฐ ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติผาแต้ม 50 กิโลเมตร ลักษณะเป็นหินทรายขนาดใหญ่ มีความสูง 15 เมตร ตั้งวางทับกันที่เกิดจากการกัดกร่อนของ ลม น้ำ อากาศ เป็นอีกสถานที่หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

  1. อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย   

 

  น้ำตกห้วยหลวง มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าน้ำตกบักเตว เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่พอสมควร มีผาน้ำกระโจนตกจากแอ่งสู่เวิ้งเบื้องล่างสูงราว 40 เมตร แบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นกลางจะสวยที่สุด มีทางขึ้นลงธรรมชาติ เพื่อชมและเล่นน้ำบริเวณอ่างน้ำด้านล่างได้สะดวก ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 3 กิโลเมตร

พลาญป่าชาด   อยู่ระหว่างเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ มีลักษณะเป็นลานหินสลับด้วยทุ่งดอกไม้นานาชนิด ที่ได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เช่น มณีเทวา ดุสิตา สรัสจันทร เป็นต้น บางส่วนเป็นผืนป่าเต็งรังขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยต้นยางเหียงหรือต้นชาด ในช่วงต้นฤดูฝนดอกกระเจียวจะผลิดอกเบ่งบานเต็มท้องทุ่ง ที่มาของชื่อ “พลาญป่าชาด” บริเวณกลางป่าจะมีลำธารซึ่งสร้างความชุ่มชื้น และเป็นจุดกำเนิดของน้ำตก “พลาญป่าชาด” นับเป็นเส้นทางเดินป่าที่เต็มไปด้วยพันธุ์ดอกไม้และพืชพันธุ์หลากหลายชนิด

ภูหินด่าง   เป็นภูเขาหินทรายที่ประกอบไปด้วยป่าลาน หินที่มีลักษณะทางธรณีวิทยาที่สวยงามแปลกตาแตกต่างจากที่อื่น ได้แก่ ลานหินงอก ลานหินเป็นระแหง แอ่งหินเว้า และร่องหินแยก ตามเส้นทางเดินป่าไปสู่ยอดภูเต็มไปด้วยต้นกล้วยไม้ป่านานาชนิดและดอกไม้หลาก สีที่ขึ้นอยู่ตามลานหิน แตกต่างกันตามฤดูกาลจากจุดชมวิวบริเวณหน้าผา สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้ารวมทั้งทะเลหมอกในฤดูหนาว ชมทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตาของพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง และสภาพป่าในเขตประเทศลาวและกัมพูชาที่อยู่เบื้องล่าง ที่ผนังหินใต้เพิงผาปรากฏแทบสีแดงและสีชมพูอยู่หลายแห่งซึ่งเป็นที่มาของ ชื่อ“ภูหินด่าง” ภูหินด่างแห่งนี้ เหมาะสำหรับการกางเต็นท์พักแรม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 51 กิโลเมตร โดยการเดินทางเข้าภูหินด่างต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง   การเดินทางสู่ภูหินด่าง ใช้ทางหลวง จังหวัดหมายเลข 2248 จากอำเภอนาจะหลวยถึงบ้านห้วยข่า เลี้ยวเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2254 ถึงบ้านหนองเม็ก มีทางลูกรังแยกไปทางซ้าย เมื่อถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ภจ. 5 (พลาญมดง่าม) ต้องขึ้นเขาชันอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ก็จะถึงภูหินด่าง

แก่งกะเลา  เป็นแก่งหินกลางลำธารห้วยหลวงที่มีธาร น้ำไหลแผ่กว้างไปตามลานหิน บรรยากาศร่มรื่นไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดและหมู่ผีเสื้อที่บินว่อนทั่วบริเวณ เหมาะแก่การศึกษาธรรมชาติและลงเล่นน้ำ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2.5 กม. รถยนต์เข้าถึงได้
แก่งศิลาทิพย์ เป็น แก่งขนาดใหญ่ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2 . 9 กิโลเมตร เกิดจากลำธารห้วยหลวงไหลผ่านลานหินทราย ผ่านแหล่งหินหักลงเป็นขั้น จนเกิดเป็นน้ำตกขนาดเล็ก บริเวณลานหินกลางลำธารเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกกันว่า “กุมภลักษณ์” คือหินถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเกิดเป็นหลุมกลมมากมายขนาดเล็กใหญ่ตื้นลึกแตก ต่างกันไปตามความแรงของสายน้ำดูสวยงามแปลกตายิ่งนัก

แก่งสนสามพันปี  เป็นแก่งหินกลางป่าที่งดงามด้วยสายน้ำ เป็นจุดชมพืชพันธุ์ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และเป็นจุดเริ่มต้นการ “ล่องแพ” ในฤดูที่มีน้ำ เป็นการล่องแพ หรือพายเรือแคนนูไปตามลำห้วยหลวงที่ใสเย็น สงบเงียบ ขึ้นไปทางต้นน้ำ ระยะทางประมาณ 800 เมตร ใช้เวลาไปกลับประมาณ 2 ชั่วโมง แก่งสามพันปีแห่งนี้ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร เข้าถึงได้ด้วยรถยนต์ หรือด้วยการเดินป่าไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งตลอดเส้นทางจะผ่านผืนป่าที่ร่มครื้น บริเวณริมฝั่งทางจะพบต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ส่วนใหญ่จะพบได้เฉพาะในพื้นที่ที่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากๆ เท่านั้นได้แก่ต้น “สนสามพันปี” ด้วย

จุดชมวิวทิวทัศน์ผาผึ้ง   บริเวณผาผึ้งอยู่ถัดจากพลาญยาวไปทางทิศ ตะวันตกเฉียงใต้ สามารถชมทิวทัศน์สวยงามตามแนวชายแดนกัมพูชาประชาธิปไตย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยที่ชะง่อนผามีถ้ำขนาดย่อย ๆ หินสวยงามและรังผึ้งขนาดใหญ่ให้ชม

พลาญกงเกวียน  ลานหินกว้าง ที่ด้านหน้ามีกลุ่มหินลักษณะเป็นเพิงตามธรรมชาติ มีดอกไม้ป่าและพันธุ์ไม้ชื้นสลับกันเป็นหย่อมๆ ซึ่งประวัติความเป็นมาว่า ในอดีตนักเดินทางได้ใช้ประโยชน์จากเพิงหินเหล่านี้ สำหรับกำบังแดดและฝน เปรียบเพิงหินเสมือน “กงเกวียน” จึงเป็นที่มาของชื่อ “พลาญกงเกวียน” โดยพลาญ หมายถึง บริเวณที่เป็นลานกว้าง และกงเกวียนซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่าพวงเกวียน หมายถึงประทุ่นหรือกระทุนของเกวียน

งานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี    
งานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษางานใหญ่ประจำจังหวัดอุบลราชธานี  มีทั้งการประกวดต้นเทียน งานแห่เทียนอันงดงาม มีขึ้นในช่วงวันเข้าพรรษาของทุกปี

ตัวอย่างโปรแกรมท่องเที่ยวอุบลราชธานีจากทริปดีดี ดอทคอม http://www.tripdeedee.com/trips_detail.php?id=25